จุดเริ่มต้นและการค้นพบ ไวรัสนี้ได้ชื่อมาจาก แม่น้ำฮันตาน ในประเทศเกาหลีใต้ โดยถูกค้นพบครั้งแรกในช่วงสงครามเกาหลี (ราวปี 1950) เมื่อทหารจำนวนมากล้มป่วยด้วยอาการไข้และเลือดออก ต่อมาในปี 1976 นักวิทยาศาสตร์ชาวเกาหลีใต้ ดร. โฮ วัง ลี จึงสามารถแยกเชื้อไวรัสนี้ได้สำเร็จจากหนูนาท้องนา สาเหตุและการแพร่เชื้อ ไวรัสฮันตามีต้นตอหลักมาจาก สัตว์ฟันแทะ โดยเชื้อจะปนออกมากับ ปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลาย คนติดเชื้อได้อย่างไร? การสูดดม: เป็นวิธีหลัก คือการสูดละอองฝุ่นที่มีเชื้อจากมูลหนูปนเปื้อนอยู่ในอากาศ การสัมผัส: สัมผัสเชื้อโดยตรงแล้วนำมือมาจับจมูก ปาก หรือตา การกัด: ถูกหนูที่มีเชื้อกัด (พบได้น้อยกว่า) ข้อควรระวัง: ไวรัสฮันตาโดยปกติ "ไม่แพร่จากคนสู่คน" (ยกเว้นสายพันธุ์แอนดีสในอเมริกาใต้ที่เคยมีรายงานว่าแพร่ระหว่างคนได้ แต่น้อยมาก) อาการของโรค ความน่ากลัวของไวรัสนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอาการใหญ่ๆ ตามภูมิภาคที่ระบาด: กลุ่มอาการทางไต (HFRS): ระบาดหนักในแถบเอเชียและยุโรป ทำให้มีไข้ ปวดท้อง และอาจเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน กลุ่มอาการทางระบบทางเดินหายใจ (HPS): ระบาดในแถบอเมริกา มีความรุนแรงสูง ทำให้ปอดบวม น้ำท่วมปอด และหายใจล้มเหลว (อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30-40% สถานการณ์ในปัจจุบัน ในปัจจุบันไวรัสฮันตาไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ที่น่าตกใจเหมือน COVID-19 แต่เป็น โรคประจำถิ่น ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อประปรายทั่วโลก การควบคุม: ยังไม่มีวัคซีนที่ใช้แพร่หลายทั่วโลก (มีเพียงบางประเทศเช่นจีนหรือเกาหลีที่มีวัคซีนเฉพาะ) และไม่มีทางรักษาจำเพาะ ต้องประคับประคองตามอาการ ความเสี่ยง: มักเกิดกับผู้ที่ทำงานในฟาร์ม ป่า หรืออาคารเก่าที่มีหนูชุกชุม ในไทย: พบได้น้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ที่อาการไม่รุนแรงเท่าแถบอเมริกา ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขไทยได้ประกาศให้ "โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา" เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ของประเทศไทย เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังให้เข้มข้นขึ้น เนื่องจากมีความรุนแรงสูง แม้จะพบผู้ป่วยไม่บ่อยนัก สถานะทางกฎหมายล่าสุด (พฤษภาคม 2569) ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขไทยได้ประกาศให้ "โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา" เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ของประเทศไทย เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังให้เข้มข้นขึ้น เนื่องจากมีความรุนแรงสูง แม้จะพบผู้ป่วยไม่บ่อยนัก การพบเชื้อในสัตว์และคน ในสัตว์: มีการตรวจพบเชื้อไวรัสฮันตาในสัตว์ฟันแทะของไทยมานานกว่า 40-50 ปีแล้ว โดยเฉพาะใน หนูนา หนูบ้าน และหนูหริ่ง (พบเชื้อประมาณ 2-24% ในกลุ่มตัวอย่างสัตว์ฟันแทะที่เคยมีการศึกษา) ในคน: ในอดีตพบผู้ป่วยยืนยันในไทย "น้อยมาก" (หลักหน่วยต่อปี) แต่ล่าสุดในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันและผู้สงสัยติดเชื้อรวมประมาณ 8 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 3 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับกลุ่มก้อนการระบาด (Cluster) ที่อาจมาจากการเดินทางหรือจุดเฉพาะ สายพันธุ์ที่พบในไทย สายพันธุ์ที่พบในแถบบ้านเรา (เอเชีย) มักจะเป็นกลุ่มที่ทำให้เกิด "โรคไข้เลือดออกร่วมกับอาการทางไต" (HFRS) ความรุนแรง: มักจะน้อยกว่าสายพันธุ์ที่ระบาดในอเมริกา (ที่ทำให้ปอดบวม) อัตราเสียชีวิต: อยู่ที่ประมาณ 1-15% (ขณะที่สายพันธุ์ในอเมริกาอาจสูงถึง 40%) ทำไมต้องประกาศเป็นโรคติดต่ออันตรายตอนนี้? สาเหตุหลักมาจากการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดจากต่างประเทศ เช่น กรณีการระบาดบนเรือสำราญในต่างประเทศเมื่อช่วงต้นปี 2026 ซึ่งไทยต้องการสกัดกั้นไม่ให้สายพันธุ์ที่รุนแรงกว่า (เช่น สายพันธุ์แอนดีส) เข้ามาแพร่กระจายในประเทศ สรุปสั้นๆ: เชื้อมีอยู่ในหนูไทยมานานแล้ว แต่คนติดเชื้อได้ยากมาก ปัจจุบันรัฐบาลไทยเข้มงวดเรื่องการรายงานโรคมากขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก เพียงแค่รักษาความสะอาดในบ้าน อย่าให้มีหนูมาถ่ายมูลทิ้งไว้ และหากต้องทำความสะอาดบริเวณที่มีขี้หนู ให้ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนกวาดเพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจายครับ รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !