วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง? ทำงานหนักไหม? และรายได้ดีหรือไม่? หลายคนอาจนึกภาพถึง วิศวกรซ่อมบำรุง นั้นจะต้องถือประแจ เดินอยู่ในโรงงาน เสื้อผ้าเปื้อนน้ำมัน เปื้อนจาระบี และต้องเข้าไปแก้ไขเครื่องจักรอยู่ตลอดเวลา ภาพนี้มีส่วนที่ถูกต้องครับ…แต่ไม่ทั้งหมด!!! นะครับ เพราะงานซ่อมบำรุงในโรงงานยุคปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่ “ซ่อมเครื่องจักรเสีย” เพียงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การวางแผน การวิเคราะห์ข้อมูล การลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร และการบริหารจัดการทีมงาน อีกด้วยนะครับผม ดังนั้น วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) จึงเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่มีความสำคัญมากต่อโรงงานผลิต วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) คือ วิศวกรที่มีหน้าที่ดูแลให้เครื่องจักร อุปกรณ์ และระบบต่างๆ ของโรงงาน สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีความพร้อมในการผลิต วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ การซ่อมเครื่องจักร อุปกรณ์ เท่านั้น ต้องทำการป้องกันให้ เครื่องจักร อุปกรณ์ ต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่มีการหยุดการทำงาน หรือเครื่องเสีย หรือ ให้สูญเสียน้อยที่สุด นั้นเองครับผม สำหรับงานซ่อมบำรุง (Maintenance) สามารถแบ่งออกได้ดังนี้? โครงสร้างของแต่ละองค์กรก็มีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับธุระกิจของแต่ละแห่ง แต่ในโรงงานการผลิตก็มีหน้าที่หลักๆ ไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่นัก ซึ่งตัวผมเองจะขอแบ่ง งานซ่อมบำรุง (Maintenance) โดยทั่วไปหลักๆ ได้ดังนี้ 1. Facility & Utility Maintenance คือ หน่วยงานซ่อมบำรุงที่ทำหน้าที่ ดูแลระบบสาธารณูปโภค และอาคารสถานที่ ยกตัวอย่างเช่น ระบบไฟฟ้า, ระบบน้ำ, ระบบลม, ระบบปรับอากาศ, ระบบอาคารและงานซ่อมสร้าง, Utility ต่างๆ ภายในโรงงาน และระบบอื่นๆ เป็นต้น 2. Machine Maintenance คือ หน่วยงานซ่อมบำรุงที่ทำหน้าที่ดูแลเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตโดยตรง และยังสามารถแบ่งย่อยได้ออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ 2.1 Mechanical Maintenance ทำหน้าที่ ดูแลระบบเครื่องกล มอเตอร์ ชุดขับเคลื่อน Hydraulic, Pneumatic, Mechanical System อื่นๆ 2.2 Electrical Maintenance ทำหน้าที่ ดูแลระบบไฟฟ้า Control System, Sensor, PLC, Inverter และระบบ Automation ต่างๆ เพราะฉะนั้นแล้ว งานในส่วน Machine Maintenance นี้จึงต้องมีทั้งความรู้ และประสบการณ์ในด้าน Mechanical / Electrical / Automation / PLC ด้วยนั้นเองครับผม 3. Die & Tooling Maintenance คือ หน่วยงานซ่อมบำรุงที่ทำหน้าที่ดูแลแม่พิมพ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เช่น Die / Mold, Jig & Fixture, Tooling หรือ อุปกรณ์ประกอบการผลิต ต่างๆ เป็นต้น โดยเฉพาะโรงงาน Automotive และ Die Casting งานส่วนนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะแม่พิมพ์มีผลโดยตรงต่อ คุณภาพ ต้นทุน และ Productivity 4. IT / Information Technology คือ หน่วยงานซ่อมบำรุงที่ทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับระบบ IT ยกตัวอย่างเช่น Computer, Network, Email, Internet, Server, Software และระบบสารสนเทศ อื่นๆ เป็นต้น บางบริษัทอาจจะแยก IT ออกจาก Maintenance อย่างชัดเจน แต่บางองค์กรอาจมีโครงสร้างงานที่เชื่อมโยงกัน ครับผม 5. Spare Parts / Maintenance Store คือ หน่วยงานซ่อมบำรุงที่ทำหน้าที่ดูแลอะไหล่และอุปกรณ์สำหรับงานซ่อมบำรุง เช่น Spare Parts, Bearing, Motor, Sensor, Electrical Parts, Hydraulic / Pneumatic Parts หรือTools อื่นๆ เป็นต้น สิ่งที่สำคัญมากๆ คือ การมีอะไหล่ที่เพียงพอในเวลาที่จำเป็นต้องใช้ แต่ก็ไม่ควร Stock ชิ้นส่วนที่มากเกินไปจนทำให้เกิดต้นทุนสูง ด้วยเช่นกันครับผม วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) มีหน้าที่หลักๆ ในโรงงานการผลิต ได้ดังนี้ 1. วางแผน Preventive Maintenance — PM คือ หนึ่งในงานสำคัญที่สุด คือ การทำ Preventive Maintenance คือ การวางแผนตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักรตามระยะเวลา เช่น Daily / Weekly / Monthly / 6 Months / Yearly เป็นต้น เป้าหมาย คือ “ทำการซ่อมก่อนที่จะเกิดความเสียหาย ดีกว่ารอให้เสียหายแล้วค่อยซ่อมแซม” เพื่อทำการลดความสูญเสียที่เกิดจากการ Breakdown และลดเวลาที่เครื่องจักรหยุดผลิต ครับผม 2. วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเครื่องจักร Breakdown คือ เมื่อมีเครื่องจักรมีปัญหา วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ต้องทำการเข้าไปวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ไม่ใช่แค่การซ่อม เปลี่ยนอะไหล่เพียงแค่นั้น นะครับ ตัวอย่างเช่น Mechanical Problem, Electrical Problem, PLC / Control Problem, Sensor Problem, Hydraulic / Pneumatic Problem, Human Error หรือ Maintenance Error เป็นต้น และควรใช้แนวคิดอย่าง Root Cause Analysis, 5 Why หรือ Fishbone Diagram เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเดิมกลับมาซ้ำอีกนะครับผม 3. ดูแล Work Order / ใบแจ้งซ่อม คือ เมื่อ Production ทำการแจ้งปัญหาเข้ามา วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ต้องทำการ รับแจ้งปัญหาตรวจสอบรายละเอียด >>> ทำการวิเคราะห์อาการของปัญหา >>> ทำการวางแผนวางแผนแก้ไข >>> ทำการจัดทีมและแบ่งหน้าที่ >>> ทำการดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข >>> ทำการทดสอบ/ตรวจสอบผลการซ่อมแซม >>> ทำการปิดงานใบ Work Order / ใบแจ้งซ่อม ที่สำคัญ คือ ต้องเก็บข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อไป เพื่อทำการแก้ไขปรับปรุงป้องกันต่อไป เช่น เครื่องจักรตัวไหนเสียบ่อยที่สุด? / เสียอะไรบ่อยที่สุด? / ใช้เวลาซ่อมนานเท่าไร? / ค่าใช้จ่ายเท่าไร? เป็นต้น 4. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร นอกจากทำหน้าที่ซ่อมแซมเครื่องจักรแล้ว วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ต้องคิดและต่อยอดในการปรับปรุงพัฒนาเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้นด้วยครับผม เช่น ทำอย่างไรให้เครื่องเสียยากขึ้น?, ทำอย่างไรให้ MTBF สูงขึ้น?, ทำอย่างไรให้ MTTR ลดลง?, ทำอย่างไรให้ OEE สูงขึ้น? หรือ ทำอย่างไรให้ต้นทุนในการซ่อมบำรุง (Maintenance Cost) ให้ลดลง? เป็นต้น และนี่คือสิ่งที่ทำให้งาน วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) แตกต่างจากงานช่างซ่อมทั่วไป ครับผม 5. ทำกิจกรรม Lean / 5S / Kaizen คือ วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ยังสามารถเป็นกำลังสำคัญในการลดความสูญเสีย เช่น LEAN | 5S | KAIZEN | Continuous Improvement เช่น ลดเวลาซ่อม, ลดเวลาการเปลี่ยนอะไหล่, ลด Breakdown, ลดการใช้พลังงาน, ลด Spare Part Cost, เพิ่มความปลอดภัย หรือ เพิ่ม Machine Availability เป็นต้น 6. มีส่วนร่วมในการทำ TPM คือ อีกหนึ่งเรื่องที่ วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ควรรู้จักคือ TPM (Total Productive Maintenance) เป้าหมายคือ การทำให้เครื่องจักรมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ได้เป็นหน้าที่ของ Maintenance เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจาก Production และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายสิ่งที่โรงงานต้องการ คือ Higher OEE, Lower Breakdown, Lower Cost, Better Quality หรือ Higher Productivity เป็นต้น ครับผม 7. ควบคุม Spare Parts และ Maintenance Cost คือ วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ต้องดูแล และมีความรู้เรื่องต้นทุนด้วย เพราะการสั่งอะไหล่มากเกินไปก็ทำให้เงินจมใน Stock แต่ถ้าไม่มีอะไหล่สำคัญก็ทำให้เครื่องจักรอาจหยุดผลิต ดังนั้นต้องบริหารให้สมดุลระหว่าง Availability + Cost + Critical Spare Parts ครับผม วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ต้องมีความสามารถอะไรบ้าง? ถ้าใครที่กำลังสนใจตำแหน่งงานในสายงานนี้ ส่วนตัวผมเองมองว่าควรพัฒนาทักษะและความสามารถเหล่านี้ ด้วยครับผม คือ Hard Skills >>> Mechanical, Electrical, Pneumatic / Hydraulic, PLC & Automation, Machine Troubleshooting, Preventive Maintenance, Root Cause Analysis, TPM / OEE, Maintenance Planning, Engineering Drawing หรือ Data Analysis เป็นต้นครับ Soft Skills >>> Problem Solving, Communication, Teamwork, Leadership, Decision Making, Time Management หรือ Coordination เป็นต้น และที่สำคัญมากคือ English Communication >>> ปัจจุบันนี้โรงงานต้องมีการติดต่อกับ Supplier, Machine Maker, Engineer จากต่างประเทศ และอ่าน Manual / Technical Document อยู่บ่อยๆ ครั้ง เพราะฉะนั้น ภาษาอังกฤษ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในการทำงานของ วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ครับ วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) มีเงินเดือน หรือมีรายได้ดีไหม? สำหรับ วิศวกรจบใหม่ รายได้เริ่มต้นในตลาดอาจอยู่ประมาณ 20,000–22,000 บาทต่อเดือน อายุงานตั้งแต่ 5 – 10 ปี จะมีฐานเงินเดือนประมาณ 50,000 – 85,000 บาทต่อเดือน อายุงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะมีฐานเงินเดือนประมาณ 90,000 – 150,000 บาทต่อเดือน ซึ่งระดับเงินเดือน และสวัสดิการอื่นๆ จะขึ้นอยู่กับความสามารถ และการเจรจาต่อรอง หากใครที่มีความเชี่ยวชาญสูงในงานเฉพาะทางก็สามารถมีรายได้ที่สูงด้วยเช่นกันนะครับผม วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ถือว่าก็เป็นอีกหนึ่งสายงานที่มีความน่าสนใจมากๆ เช่นกันนะครับผม โดยเฉพาะในยุคที่โรงงานกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุค Automation >>> Smart Factory >>> Industry 4.0 >>> Industry 5.0 งาน วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ไม่ได้หยุดอยู่แค่ “ช่างซ่อมเครื่องจักร” อีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่ Smart Maintenance, Predictive Maintenance, Condition Monitoring, IoT, Data Analytics หรือ AI-based Maintenance ครับผม วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) ไม่ใช่แค่คนที่รอให้เครื่องจักรเสียแล้วเข้าไปซ่อม แต่คือคนที่ต้องช่วยให้องค์กร “ผลิตได้ต่อเนื่อง เครื่องจักรมีประสิทธิภาพ ต้นทุนต่ำ คุณภาพดี และปลอดภัย” ดังนั้นถ้าคุณกำลังเรียนวิศวกรรม หรือเพิ่งจบใหม่ และกำลังมองหางานในโรงงาน อย่ามองข้ามตำแหน่ง วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) นะครับผม เพราะงานนี้อาจทำให้คุณได้เรียนรู้ทั้ง Machine / Automation / Electrical / Mechanical / Data / Management / Problem Solving และประสบการณ์เหล่านี้สามารถต่อยอดไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น เช่น Maintenance Engineer >>> Senior Engineer >>> Maintenance Supervisor >>> Maintenance Manager >>> Engineering Manager วิศวกรซ่อมบำรุง (Maintenance Engineer) อาจมีงานที่เหนื่อยกว่างานออฟฟิศบางตำแหน่ง แต่ถ้าคุณมีฝีมือ และเรียนรู้จริง ประสบการณ์ที่ได้จากหน้างาน ความเชี่ยวชาญ สามารถมีมูลค่ามากครับผม ------------------------------------------------ Mr. Adisak Banpot Aluminum High Pressure Die Casting Expert | AB Die Casting Learning Center (ความรู้ทางวิศวกรรมเชิงปฏิบัติจากประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรม) Practical Engineering Knowledge from Real Industry Experience รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !