พอเข้าหน้าร้อนทีไร โดยเฉพาะช่วงที่อากาศอบอ้าวมาก ๆ เราแอบคิดในใจบ่อยมากว่าฉันกำลังซ้อมตกนรกอยู่รึเปล่านะ ครั้นจะให้ตัดใจปิดแอร์ทนร้อนก็แอบรู้สึกว่าไม่ค่อยไหว เพราะความร้อนมันจู่โจมเราตลอดเวลาจริง ๆ แต่พอเห็นบิลค่าไฟสิ้นเดือนทีไร หัวใจก็แทบจะวายตามอากาศไปด้วย หนทางรอดเดียวคือเราต้องหาวิธีที่ทั้งประหยัดไฟและคลายร้อนไปพร้อมกัน หลังจากลองผิดลองถูกและเฟ้นหาสารพัดทริคมาพักใหญ่ จนสรุปออกมาได้เป็น 5 วิธีง่ายๆ ที่เชื่อว่าเพื่อน ๆ อาจจะทำอยู่บ้างแล้วบางวิธี แต่ลองใช้วิธีอื่นที่ยังไม่เคยทำดูบ้าง บอกเลยว่าเป็นวิธีที่ทำตามได้จริงแบบไม่ต้องไปลุ้นระทึกตอนเห็นบิลค่าไฟ มาดูกันเลย 1. ระบายอากาศร้อนออกก่อน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ พอเราก้าวเท้าเข้าห้องมา ความหวังเดียวคือการกดรีโมทเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำแบบสะใจไปเลย! แต่ช้าก่อนนน...ตั้งสตินิดนึง อย่าเพิ่งรีบทำตามใจตัวเองขนาดนั้น ก่อนจะกดเปิดแอร์ แนะนำให้ เปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้สัก 5-10 นาที เพื่อระบายมวลอากาศร้อนที่สะสมอยู่ในห้องออกไปก่อน เพราะถ้าเราเปิดแอร์สู้กับความร้อนจัด ๆ ทันที เครื่องจะต้องทำงานหนักมากเพื่อกระชากอุณหภูมิลงให้เร็วที่สุด ซึ่งนั่นแหละตัวการที่ทำให้ค่าไฟพุ่งกระฉูดในช่วงเริ่มทำงาน การช่วยระบายอากาศก่อนแบบนี้จะช่วยให้แอร์เย็นไวขึ้น แถมยังเซฟค่าไฟไปได้ในตัวด้วยนะ 2. ปรับอุณหภูมิที่ 26-27 องศา +พัดลมเป็นตัวช่วย ช่วงที่อากาศร้อน ๆ เมื่อต้องการเปิดแอร์ อย่าเพิ่งคลายร้อนแบบทันทีทันใดด้วยการเปิดแอร์ ไปที่ 18-20 องศานะทุกคน ลดอุณหภูมิลงต่ำ ๆ อากาศเย็นเร็วก็จริง แต่เงินในกระเป๋าเราก็หายไปไปเร็ว ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะวิธีนี้เปลืองไฟสุด ๆ ขอให้เริ่มต้นกดรีโมทแอร์ที่ 26- 27 องศา แล้วใช้พัดลมเป็นตัวช่วย กดเปิดพัดลมให้ส่ายไปทั่วห้อง พัดลมจะช่วยกระจายลมเย็นให้ทั่วถึง และช่วยให้เหงื่อบนตัวเราระเหยเร็วขึ้น ทำให้เรารู้สึกเย็นสบายไม่ต่างจากการเปิดแอร์ ฉ่ำ ๆ เลย แต่ที่ต่างกันชัดเจนคือคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องแบกภาระหนัก ค่าไฟก็เลยไม่ดีดตัวสูงตามไปด้วยนั่นเอง 3. ปิดม่านกันแดด ป้องกันความร้อนจากภายนอก ไหน ๆ ก็หนีความร้อนจากภายนอก เข้ามาในห้องได้แล้ว และเปิดแอร์ให้ความเย็นกับร่างกายได้แล้วเช่นกัน เราก็ก็ป้องกันความร้อนแบบจัดเต็มกันไปเลย ด้วยการปิดม่านกันแดด เพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอก เพราะการปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้องตรง ๆ คือการเติมไฟให้แอร์ทำงานหนักตลอดเวลา วิธีนี้ช่วยลดอุณหภูมิในห้องได้หลายองศา พอห้องไม่ร้อนจัด แอร์ก็ไม่ต้องทำงานหนัก ค่าไฟก็ลดตามไปด้วย 4. ล้างแอร์สม่ำเสมอ การล้างแอร์ให้สม่ำเสมอ แทบจะเรียกว่าเป็นข้อมูลพื้นฐาน ที่เราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว แต่เอาเข้าจริง ๆ เป็นเรื่องที่เรามักจะหลงลืมกัน หรือไม่ก็พอนึกได้ก็ผลัดวันไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้ล้างสักที ดังนั้นหากว่าแอร์ไม่เย็นก็อย่าเพิ่งโทษว่าเครื่องรวน ลองเปิดหน้ากากแอร์ออกมาดูฟิลเตอร์ก่อน ถ้าฝุ่นเกาะหนาจนมองไม่เห็นตะแกรง บอกได้เลยว่านั่นล่ะตัวปัญหา เพราะทำให้ลมเย็น ๆ ไม่สามารถลอดออกมาหาเราได้ แล้วพอลมไม่ออก เรายิ่งไปเร่งเครื่องกลายเป็นว่าแอร์ทำงานหนักขึ้น ผลคือเปลืองไฟโดยเปล่าประโยชน์ เพราะเราก็จะยังคงร้อนเหมือนเดิม สิ่งที่ควรทำคือ ถอดฟิลเตอร์มาล้างด้วยน้ำเปล่า 2-3 สัปดาห์/ครั้ง ลมจะพุ่งแรงขึ้น เย็นฉ่ำ และแถมเครื่องยังเดินเงียบขึ้น และตามช่างแอร์มาล้างเครื่องแบบจัดเต็มทุก 6 เดือน แอร์ของเราก็จะทำหน้าที่มอบความเย็นให้เราได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ตั้งเวลาปิดแอร์ก่อนนอน เปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ เพื่อค่ำคืนนี้จะได้นอนหลับสบายแล้ว ก่อนจะล้มตัวลงนอน อย่าลืมตั้งเวลาปิดแอร์ล่วงหน้าสัก 1-2 ชั่วโมง ก่อนเวลาที่เราจะตื่น เพราะความเย็นที่สะสมอยู่ในห้องก็จะยังคงเพียงพอที่จะไม่ทำให้เรารู้สึกร้อน เราหลับสบายต่อได้โดยที่ไม่รู้สึกว่าแอร์ได้ปิดไปนานแล้ว วิธีนี้จะประหยัดค่าแอร์ให้เราได้มากทีเดียว Q1: ขนาด BTU แอร์สำคัญยังไงกับการประหยัดไฟ? A: เรื่องนี้สำคัญที่สุด เพราะถ้าเลือก BTU ต่ำไป แอร์จะทำงานหนักตลอดเวลาแต่ห้องก็ไม่เย็นสักที เปลืองไฟมาก ๆ แต่ถ้าเลือก BTU สูงเกินไป แอร์จะตัดบ่อยทำให้ความเย็นไม่ต่อเนื่องและสูญเสียพลังงานตอนสตาร์ทเครื่องใหม่บ่อยครั้ง ดังนั้นเราต้องเลือกให้พอดีกับขนาดของห้อง Q2: การปลูกต้นไม้รอบบ้านช่วยลดค่าแอร์ได้จริงไหม? A: ช่วยได้แน่นอบ การปลูกไม้บังแดดทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้จ ะช่วยลดความร้อนที่สะสมบนผนังบ้านได้โดยตรง เมื่อผนังบ้านไม่ร้อน แอร์ในห้องก็ทำงานน้อยลง เป็นการประหยัดไฟแบบยั่งยืนด้วยวิธีธรรมชาติ และบ้านของเราก็ร่มรื่นด้วย Q3: การวางคอมเพรสเซอร์แอร์ตัวนอกบ้าน มีผลต่อค่าไฟด้วยหรือเปล่า? A: มีผลอย่างมาก แนะนำว่า! ควรวางในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก และไม่ควรมีอะไรมาขวางทางลมระบายความร้อน ถ้าคอมเพรสเซอร์ระบายความร้อนไม่ได้ มันจะทำงานหนักขึ้นและกินไฟเพิ่มขึ้นด้วย ภาพประกอบโดย ฉันท์ชมา ผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !