มีสุภาษิตจีนบทหนึ่ง กล่าวไว้ว่า "เวลาที่ดีสุดในการปลูกต้นไม้ คือ 20 ปีที่แล้ว เวลาที่ดีที่สุดรองลงมาคือ...เดี๋ยวนี้" เพราะเราทุกคนรู้ดีว่าเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เมื่อผ่านไปแต่ละวินาทีไม่สามารถเรียกคืนมาได้ เช่นเดียวกับกิจกรรมดีๆ ของเยาวชนและเด็กๆ นักเรียนจากหมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่มารวมตัวกันปลูกต้นไคร้ย้อยหรือโก่เทอเดิ่งในภาษาท้องถิ่นกะเหรี่ยงโปว์หรือโผล่ว ที่ริมน้ำโรคี่ อันเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตมาเนิ่นนาน ด้วยเมื่อปี 2561 เกิดอุทกภัยใหญ่ช่วงเดือนกรกฎาคม ฝนตกต่อเนื่องเนื่องกันหลายวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในรอบหลายทศวรรษ ริมตลิ่งได้รับความเสียหาย บ้านที่ติดริมน้ำได้รับผลกระทบหลายหลัง ผ่านมา 5 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่ใครๆ รู้จักกันในนาม "ผู้ช่วยฯวัช" หรือ"พี่วัช" ของเด็กๆ มีความตั้งใจที่จะฟื้นฟูหรือปลูกต้นไม้ทดแทนต้นไคร้ย้อยที่ได้รับความเสียหายเมื่อเกิดน้ำท่วมหนักในปี 2561 ตามริมแม่น้ำโรคี่เพื่อให้เกิดความร่มรื่นและป้องกันริมตลิ่งอีกครั้ง จึงดำเนินการปลูกในวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา มีการรวมกลุ่มกันของคนในชุมชน ไม่เนื่องด้วยเป็นวันหยุดหรือวันสำคัญใดๆ เน้นที่ความพร้อมของผู้เข้าร่วมเป็นหลัก วันที่ปลูกต้นไคร้ย้อยมีทั้งชาวบ้าน ผู้นำชุมชน เยาวชน คุณครูจากโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก และเด็กๆ นักเรียนระดับประถม ทั้งหมดรวมกันราว 20 คนมาช่วยกันปลูก เด็กๆ บางคนอาจจะรู้แค่ว่าเป็นกิจกรรมดีๆ ที่ทางชุมชนจัดให้ บางคนอาจจะไม่รู้ว่าปลูกไปทำไมเพราะบริเวณหมู่บ้านเกาะสะเดิ่งก็รายรอบไปด้วยต้นไม้อยู่แล้ว แต่ผลจากการปลูกต้นไม้ในครั้งนี้จะค่อยๆ ให้คำตอบสำหรับเด็กๆ หลายๆ คนในอนาคตได้ ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ ปลูกฝังความเป็นต้นกล้าแห่งความดี ความหวงแหน ความรักผืนป่า และแผ่นดินเกิดไปด้วยในตัว พร้อมๆ กับการเติบโตของเด็กๆ เวลา 20 ปีข้างหน้า เด็กๆ ที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมก็จะได้เห็นต้นไม้ที่ตนเองปลูก สามารถใช้งานได้แล้ว เมื่อนั้นเด็กๆ ก็จะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ของชุมชนเช่นเดียวกัน และเด็กๆ ส่วนหนึ่งก็พร้อมที่จะเป็นต้นแบบให้ต้นกล้าน้อยๆ ในหมู่บ้านได้เจริญรอยตามต่อ และสามารถบอกกับต้นกล้าชุดใหม่ได้ว่า ต้นไคร้ย้อยนี้ตนเองได้เป็นคนปลูกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่ถ้าอยากปลูกกันอีก ก็สามารถปลูกต้นต้นไม้ ในพื้นที่ที่เหมาะสมอื่นๆ ในส่วนที่ยังต้องเสริมได้ และจะเกิดความยั่งยืนได้อย่างแน่นอน ยิ่งทุกๆ หมู่บ้านที่มีสายน้ำได้สร้างกฎกติการ่วมกันหรือสร้างประเพณีท้องถิ่นกันว่า "เราจะช่วยกันปลูกต้นไม้ตามริมแม่น้ำหรือจุดต่างๆ ปีละครั้ง" ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี ปลูกแบบหวังผลให้เกิดความร่มรื่น ไม่ใช่เพียงแค่เป็นโครงการต่างๆ ที่ได้รับมาเท่านั้นก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ โดยเฉพาะหมู่บ้านที่เป็นต้นน้ำ ก็คงจะช่วยให้เกิดปัญหาเรื่องน้ำในหน้าแล้งลดลงได้มาก มาช่วยกันปลูกต้นไม้เมื่อมีโอกาสในเวลานี้กัน...หาก 20 ปีที่แล้ว เราไม่ได้ปลูกไว้ เราก็มาปลูกวันนี้กันเลย เพราะเวลาในตอนนี้ดีรองลงมาแล้วจริงๆ ทุกภาพประกอบ โดยผู้เขียนและผู้ช่วยฯ วัช บ้านเกาะสะเดิ่งขอบคุณ Canva ตกแต่งภาพปกอัปเดตข่าวสาร และแหล่งเรียนรู้หลากหลายแบบไม่ตกเทรนด์ บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !