TrueID

ญาติหญิงวัย 54 สุดเศร้า ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรก ผ่านไป 3 วันเสียชีวิต

ญาติหญิงวัย 54 สุดเศร้า ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรก ผ่านไป 3 วันเสียชีวิต
มติชน
3 ธันวาคม 2564 ( 20:53 )
14
ญาติหญิงวัย 54 สุดเศร้า ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรก ผ่านไป 3 วันเสียชีวิต

ญาติสุดเศร้า หลังหญิงวัย 54 ปี ชาวตำบลเชียงเครือ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เสียชีวิตหลังเข้ารับฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรกได้ 3 วัน หมอระบุสาเหตุจากภาวะปอดติดเชื้อ ส่วนญาติติดใจสาเหตุเสียชีวิต เชื่อเป็นผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ขณะที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเผย จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการช่วยเหลือ เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลที่ไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน คาดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน

 

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 ที่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 5 บ้านแกเปะ ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านพักส่วนตัวและที่ตั้งศพนางรัตนา สาระการ อายุ 54 ปี มีญาติพี่น้องที่ทราบข่าว ต่างเดินทางมาไว้อาลัยและให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย หลังจากนางรัตนา เสียชีวิตที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เมื่อเวลา 23.50 น. โดยญาติระบุว่าได้ฉีดวัคซีน 3 วันก่อนเสียชีวิต ขณะที่แพทย์ลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดติดเชื้อรุนแรง โดยบรรยากาศในงานศพเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

 

นางสาวกัญจน์ณิชา สาระการ อายุ 32 ปี ลูกสาวนางรัตนาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตของมารดา ตนและญาติทุกคน เชื่อว่าเป็นผลสืบเนื่องจากแม่เข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรก โดยไปรับบริการฉีดที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ เมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 29 พ.ย.64 ที่ผ่านมา หลังฉีดวัคซีนแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้นั่งพักรอดูอาการตามขั้นตอน ด้วยความเป็นห่วงแม่ ตนได้โทรศัพท์เข้าไปสอบถามอาการเป็นระยะ แม่ก็บอกว่าอาการปกติ ขอนั่งรอดูอาการ 34 นาที เมื่อครบเวลาจึงเดินออกมาและนั่งพักรอกลับบ้าน

 

นางสาวกัญจน์ณิชา กล่าวอีกว่า พอนั่งสักพักแม่บอกว่าร่างกายเกิดความผิดปกติ แขนขามีอาการชา เกร็ง วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง จึงบอกให้ตนไปหาซื้อน้ำและมะม่วงมากิน เพื่อบรรเทาอาการวิงเวียน พอกินน้ำและมะม่วงเข้าไปก็อาเจียนออกมา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มารับแม่เข้าไปนอนพักในหอประชุม แต่แม่ก็ยังมีอาการเวียนศีรษะและมีอาการเบลอ จึงเรียกรถพยาบาลนำแม่ส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น

 

“จนถึงเวลาประมาณ 17.00 น.อาการแม่ยังเหมือนเดิม หมอจึงเรียกตนกับพ่อซึ่งไปเฝ้าไข้ไปพูดคุย บอกว่าจะทำการสแกนสมองแม่ เพื่อหาสาเหตุของอาการเบลอและเวียนศีรษะ หลังจากสแกนสมองเสร็จก็ย้ายแม่มาที่ตึกอายุรกรรมหญิง อาการแม่ก็ยังคงที่และมีอาการชักเกร็ง หมอรักษาอาการจึงฉีดยาและให้น้ำเกลือ กระทั่งใช้เครื่องช่วยหายใจในเวลาประมาณ 19.00 น. แต่อาการของแม่ไม่ดีขึ้นเลย ยังมีการสำลักน้ำและอาหาร หมอจึงนำแม่ไปสแกนสมองรอบ 2 อีก 1 ชั่วโมงต่อมาหมอแจ้งว่าสมองไม่มีอาการผิดปกติ แต่จะขอเจาะไขสันหลังเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด ซึ่งหลังจากเจาะไขสันหลังแล้วแม่ก็ยังมีอาการดิ้น เกร็ง เป็นระยะ และหมอได้ทำการดูดเสลดในคืนนั้น 4-5 ครั้ง แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น” นางสาวกัญจน์ณิชากล่าว

 

นางสาวกัญจน์ณิชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงเช้าวันที่ 30 พ.ย.อาการแม่ยังน่าเป็นห่วง โดยหมอรักษาไข้แจ้งว่าเกลือแร่ในร่างกายแม่ต่ำมาก ซึ่งหมอจะพยายามรักษาอาการอย่างเต็มที่และดีที่สุด จนถึงเวลา 18.00 น. หมอได้แจ้งว่าแจ้งว่า ขอตรวจโรคโควิด-19 แม่ เพราะตอนนี้ปอดมีภาวะติดเชื้อแทรกเข้ามา ซึ่งตอนนี้ทำให้ตนรู้สึกอึ้ง และภาวนาอย่าให้แม่ติดเชื้อเลย ต่อมาเช้าวันที่ 1 ธ.ค. หมอแจ้งผลไม่พบเชื้อโควิด แต่ปอดยังติดเชื้ออย่างรุนแรง และเกลือแร่ในร่างกายต่ำมากๆ ซึ่งหมอได้แจ้งตนว่าจะขอเจาะคอแม่ เพื่อทำการรักษาอาการปอดติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ในที่สุดก็ได้รับข่าวร้าย เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ได้รับแจ้งว่าแม่ได้เสียชีวิตลงอย่างไม่มีวันกลับ โดยหมอวินิจฉัยสาเหตุเสียชีวิตจากภาวะปอดติดเชื้อรุนแรง ขณะที่ตนและญาติเชื่อว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากการฉีดวัคซีน จึงขอความเป็นธรรมจากส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ความเป็นธรรมกับแม่ที่เสียชีวิตและครอบครัวเราด้วย

 

ด้านนายสุขสันต์ สาระการ อายุ 55 ปี สามีนางรัตนาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เดิมนางรัตนาสุขภาพแข็งแรง ถึงแม้จะมีโรคประจำตัวคือเบาหวานและความดัน แต่ก็ไม่ถือว่ารุนแรง เพราะสามารถควบคุมได้ และยังเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวและเลี้ยงหลานที่ยังเล็กอีก 2 คน ขณะที่ตนสุขภาพอ่อนแอ เพราะเป็นโรคเบาหวาน

 

อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของนางรัตนาภรรยา ตนยังเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการฉีดวัคซีนแน่นอน จึงอยากขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวเราด้วย เพราะอยู่ๆก็ขาดเสาหลักไป ซึ่งตอนนี้ตนยังช็อคและทำใจไม่ได้ ที่สูญเสียภรรยาไปอย่างปัจจุบันทันด่วน โดยเฉพาะครอบครัวตนลำบากมาก แม้แต่เงินที่จะจัดงานศพยังไม่มี ก็คงจะหาหยิบยืมญาติและอาศัยเงินที่ชาวบ้านมาช่วยทำบุญ ส่วนพิธีฌาปนกิจศพนั้นกำหนดวันที่ 6 ธ.ค.ที่จะถึงนี้

 

ด้าน นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า กรณีนางรัตนาเสียชีวิตนั้น ตนได้รับรายงานจากทางโรงพยาบาลกาฬสินธุ์แล้ว เบื้องต้นทราบว่าทางโรงพยาบาลและญาติผู้เสียชีวิต ได้มีการพูดคุยกันในระดับหนึ่ง โดยแพทย์ได้ทำการรักษาอย่างเต็มที่ และจะไปร่วมสวดอภิธรรมในคืนนี้ด้วย ทั้งนี้ในส่วนของการเยียวยาผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ หลังเข้ารับการฉีดวัคซีนนั้น ก็จะได้ดำเนินการในลำดับต่อไป โดยจะรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง นำเข้าคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนและระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข สำหรับกรณีนางรัตนา ตนเชื่อว่าจะได้รับรับการเยียวยาอย่างแน่นอน คาดว่าจะให้ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง