ราคาน้ำมันเบนซินขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง ? ชวนส่องโครงสร้างราคาน้ำมันเบนซิน เมื่อพูดถึงความผันผวนขึ้นลงของราคาน้ำมันเบนซิน เชื้อเพลิงตัวสำคัญที่พวกเราใช้กับรถขนาดเล็กอย่างรถมอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป ก็แน่นอนว่าหลายคนมักเข้าใจว่ามันถูกกำหนดโดยราคาน้ำมันโลก หรือราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก แต่เคยสังเกตกันไหมว่าแม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวลงอย่างรุนแรง แต่ราคาน้ำมันเบนซินที่เราต้องควักตังค์ซื้อในบ้านเรามันก็ไม่ได้ปรับตัวลงมากขนาดนั้น หรือแม้กระทั่งหากนำราคาน้ำมันเบนซินในบ้านเราไปเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันเบนซินในอีกหลายประเทศก็จะพบว่ามันมีราคาถูกแพงแตกต่างกันออกไป ซึ่งนั่นก็เพราะปัจจัยกำหนดราคาน้ำมันเบนซินไม่ได้มีเพียงแค่ราคาน้ำมันในตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังมีโครงสร้างราคาอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบด้วย และโครงสร้างราคาน้ำมันเบนซินของแต่ละประเทศก็แตกต่างกันออกไป ในวันนี้เราจึงจะพากันมาส่องโครงสร้างราคาน้ำมันเบนซินบ้านเรากันว่ามันประกอบไปด้วยปัจจัยใดบ้าง โครงสร้างราคาน้ำมันเบนซินในไทย ก่อนอื่นแน่นอนว่าเราต้องมาทำความรู้จักกับภาพรวมโครงสร้างราคาน้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าตัวเลขสุดท้ายที่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ต้องจ่ายนั้นจะอยู่ที่ลิตรละกี่บาทกันก่อน ซึ่งก็เป็นดังนี้ ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น(โครงสร้างตัวนี้ต้องบอกว่าเป็นปัจจัยเดียวที่อิงกับราคาน้ำมันตลาดโลก หรือตลาดในภูมิภาค เช่น เอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนปัจจัยตัวต่อ ๆ ไปนั้นจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับราคาน้ำมันในตลาดโลกแล้ว)+ภาษี+เงินสมทบเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง+เงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน+ค่าการตลาด โฆษณา ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น อย่างที่กล่าวกันข้างต้นว่าปัจจัยตัวนี้เป็นปัจจัยตัวเดียวที่แปรผันตามราคาน้ำมันในตลาดโลก หรือในตลาดภูมิภาคอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร กล่าวคือหากราคาในตลาดโลก หรือในตลาดภูมิภาคขึ้น ราคาหน้าโรงกลั่นเราก็จะปรับตัวขึ้นตามในอัตราเท่า ๆ กัน หรือใกล้เคียงกัน หากราคาน้ำมันในตลาดโลก หรือในตลาดภูมิภาคปรับตัวลง ราคาหน้าโรงกลั่นบ้านเราก็จะปรับตัวลดลงในอัตราใกล้เคียงกันเช่นกันนั่นเอง เงินสมทบเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มาที่ปัจจัยสำคัญในโครงสร้างราคาที่เป็นตัวตอบคำถามผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ได้ว่าทำไมเมื่อราคาน้ำมันโลกลง แต่เรากลับไม่ได้จ่ายเงินซื้อน้ำมันเบนซินในอัตราที่ลดลงสักเท่าไหร่กันบ้าง ซึ่งนั่นก็เพราะทางผู้ขายน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันรายต่าง ๆ เขาจำเป็นต้องส่งเงินเข้าสมทบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยนั่นเอง ซึ่งเงินส่วนนี้จะนำไปไว้ช่วยพยุงราคาน้ำมันในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลก หรือตลาดภูมิภาคปรับตัวขึ้นรุนแรง ข้อดีของโครงสร้างราคาตัวนี้ก็คือแม้ในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงเราจะไม่ได้ใช้น้ำมันที่ถูกลงสักเท่าไหร่ แต่ในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวขึ้นรุนแรง เราก็จะไม่ได้จ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นมากเหมือนในหลายประเทศนั่นเอง เงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โครงสร้างราคาน้ำมันเบนซินตัวต่อมาต้องบอกว่ามีความละม้ายคล้ายคลึงกับในส่วนของเงินสมทบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งก็คือเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานนั่นเอง ซึ่งประโยชน์ของกองทุนตัวนี้ก็คือมีไว้เพื่อส่งเสริมเรื่องของความยั่งยืนในการใช้พลังงาน เป็นหลักประกันว่าบ้านเราจะไม่คลาดแคลนพลังงานในอนาคตนั่นเอง ดังนั้นแม้ว่าในมุมของราคาจะดูเหมือนว่าผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ต้องจ่ายแพงขึ้น แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาก็คือความมั่นใจว่าพวกเราจะมีน้ำมัน หรือพลังงานสำคัญอื่นใดให้ใช้ได้ในระยะยาว ไม่ตกอยู่ในวิกฤติขาดแคลนพลังงานนั่นเอง ภาษี โครงสร้างตัวต่อมาที่ต้องบอกว่าทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินในบ้านเรากระโดดขึ้นไปเยอะเลยก็คือ ภาษีนั่นเอง ซึ่งภาษีที่แฝงมากับราคาน้ำมันเบนซินนั้นก็ประกอบด้วยภาษีหลายตัวด้วยกัน ดังนี้ - ภาษีสรรพษามิต ภาษีตัวแรกที่รัฐบาลเรียกเก็บจากผู้ค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลักอยู่แล้วฏ็คือภาษีสรรพษามิตนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าผู้ค้าก็จะผลักภาระส่วนนี้มาให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ด้วยนั่นเอง - ภาษีเทศบาล ภาษีส่วนนี้อาจเรียกง่าย ๆ ว่าภาษีท้องถิ่น โดยจะบวกเพิ่มจากภาษีที่ผู้ค้าจ่ายให้สรรพษามิตอยู่แล้ว โดยคิดในอัตรา 10% ของภาษีสรรพษามิต วัตถุประสงค์เพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่นนั้น ๆ - ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT สำหรับภาษีตัวนี้ผู้บริโภคหลายคนก็คงคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว โดยจะถูกเรียกเก็บในทุก ๆ สินค้าและบริการของทุก ๆ ธุรกิจในอัตรา 7% ของราคาจำหน่าย เช่นเดียวกันน้ำมันเบนซินก็ไม่รอดโดนภาษีตัวนี้ด้วยเหมือนกัน ค่าโฆษณา ทำการตลาด และโครงสร้างราคาอีกหนึ่งตัวที่ไม่ได้มีเรทตายตัว และอาจแตกต่างมากน้อยไม่เท่ากันตามแต่แนวทางการทำตลาดของผู้ค้าน้ำมันแต่ละรายก็คือค่าโฆษณา และงบการตลาดนั่นเอง เพราะอย่างที่ทราบกันว่าตลาดค้าปลีกน้ำมันก็ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดเสรีที่ผู้มีขายหลายราย มีแบรนด์ปั๊มน้ำมันหลายแบรนด์แข่งขันกัน ดังนั้นแต่ละแบรนด์ก็จำเป็นต้องมีการทำการตลาดดึงดูดลูกค้ากัน และนั่นก็ย่อมทำให้งบโฆษณา การตลาดถูกแฝงเข้ามาอยู่ในราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินด้วยนั่นเอง ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !