ด่วน! ไทยป่วย 'โควิด-19' เพิ่มใหม่ 2 ราย เหตุสัมผัสโรคในครอบครัว-พี่เลี้ยงเด็ก

ด่วน! ไทยป่วย 'โควิด-19' เพิ่มใหม่ 2 ราย เหตุสัมผัสโรคในครอบครัว-พี่เลี้ยงเด็ก
มติชน
12 พฤษภาคม 2563 ( 11:42 )
103
ด่วน! ไทยป่วย 'โควิด-19' เพิ่มใหม่ 2 ราย เหตุสัมผัสโรคในครอบครัว-พี่เลี้ยงเด็ก

 

โควิด-19 – เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล “โควิด-19” ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศไทย ไม่พบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม สะสม 56 ราย รักษาหายสะสมที่ 2,798 ราย อยู่ในการรักษาที่โรงพยาบาล (รพ.) จำนวน 163 ราย และ พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มใหม่ 2 ราย นับเป็นรายที่ 3,016-3,017 ในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด พบใน 68 จังหวัด โดยแบ่งเป็นพบในกรุงเทพมหานคร และ จ.นนทบุรี จำนวน 1,703 ราย ภาคเหนือ 94 ราย ภาคกลาง 383 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย ภาคใต้ 726 ราย โดยผู้ป่วยอายุน้อยสุด 1 เดือน อายุมากสุด 97 ปี โดยเฉลี่ยคืออายุ 39 ปี พบผู้ป่วยมากในอายุ 20-29 ปี

 

 

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 1 เป็นผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 19 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยภายในครอบครัว 3 ราย ได้แก่ พี่เขย พี่สาว และหลานสาว เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม เริ่มมีอาการป่วยด้วยไข้และถ่ายเหลว

 

ผู้ป่วยยืนยันรายที่ 2 เป็นผู้ป่วยหญิงอายุ 51 ปี ภูมิลำเนาอยู่ใน จ.นราธิวาส มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ และเป็นพี่เลี้ยงของเด็กอายุ 6 ขวบ ที่ได้มีการแถลงไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม อาการเบื้องต้นไม่รุนแรง

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวัง และระบบบริการ จำนวน 2 ราย โดยเป็นผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ จำนวน 2 ราย

 

กลุ่มที่ 2 การค้นหาเชิงรุกในชุมชน (active case finding) 0 ราย

กลุ่มที่ 3 ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศแล้วเข้าสถานกักกันที่รัฐบาลจัดไว้(state quarantine) 0 ราย

 

“เป็นความพยายามค้นหาผู้ป่วยซึ่งตัวเลข 2 รายถือว่าต่ำมาก ขอแสดงความดีใจกับคนทั่วประเทศด้วย แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ป่วยยังไม่เป็นศูนย์ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ หากจะให้เป็นศูนย์จะต้องใช้ความร่วมมือจากทุกท่าน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง