สวัสดีครับ มีเรื่องราวน่าสนใจมาฝากกันอีกแล้วครับ คราวนี้เป็นเรื่องของงาน ASIA FORUM 2026 เวทีสำคัญที่ทำให้ผมมองเห็นภาพของ “เอเชีย” ในอีกมุมหนึ่ง คำว่าเอเชียในวันนี้ไม่ได้หมายถึงภูมิภาคที่กำลังวิ่งตามใครอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่มีโอกาสกำหนดทิศทางของโลกในอนาคต งานนี้จัดโดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ภายใต้แนวคิด Asia Amidst a Rebalancing World หรือการมองเอเชียท่ามกลางโลกที่กำลังปรับสมดุลครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน นวัตกรรม และการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ ไปจนถึงบทบาทของ ACMECS, ASEAN และเอเชีย ในการแข่งขันระดับโลก โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเปิดมุมมองใหม่ให้ภาคธุรกิจและผู้เกี่ยวข้องมองเห็นทั้งความเปลี่ยนแปลง ความเสี่ยง และโอกาสที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาค ฟังดูอาจเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนทั่วไป แต่ถ้าลองมองให้ใกล้ขึ้น สิ่งที่พูดกันบนเวทีล้วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเรา เพราะเมื่อโลกเปลี่ยนสมดุล ย่อมส่งผลต่อการลงทุน การจ้างงาน การเดินทาง การท่องเที่ยว ต้นทุนพลังงาน ตลอดจนโอกาสของธุรกิจไทยที่จะเติบโตต่อไป และนี่คือคำถามสำคัญที่เวทีนี้ชวนให้เรากลับมาคิดว่า เมื่อโลกกำลัง Rebalancing หรือกำลังจัดสมดุลใหม่ แล้วประเทศไทย รวมถึงตัวเราเอง จะวางตำแหน่งอยู่ตรงไหนของเกมครั้งนี้ โลกกำลังเปลี่ยนเกม และเอเชียกำลังมีบทบาทมากขึ้น ตลอด 2 วันของ ASIA FORUM 2026 มีการพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกในหลายมิติ แต่เมื่อนำทุกเรื่องมาร้อยเข้าด้วยกัน จะเห็นภาพค่อนข้างชัดว่า วันนี้การแข่งขันระหว่างประเทศไม่ได้ตัดสินกันด้วยคำว่า “ใครใหญ่กว่า” เพียงอย่างเดียว แต่กำลังกลายเป็นการแข่งขันว่า ใครเชื่อมโยงได้ดีกว่า ใครปรับตัวได้เร็วกว่า และใครเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นผลลัพธ์ได้จริง นี่เป็นจุดที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจมาก เพราะหลายครั้งเรามักพูดว่า ประเทศไทยมีศักยภาพ มีทำเลที่ดี มีทรัพยากร มีคนเก่ง หรือมีโอกาสมากมาย แต่คำถามที่สำคัญกว่าอาจไม่ใช่ “เรามีศักยภาพแค่ไหน?” แต่คือ “แล้วเราจะทำอะไรกับศักยภาพที่มีอยู่?” ASIA FORUM 2026 พยายามชวนให้เราคิดว่า ในวันที่โลกกำลังจัดระเบียบใหม่ ไทยและเอเชียจะเปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่ให้กลายเป็นความได้เปรียบได้อย่างไร ACMECS จากพื้นที่ชายแดน สู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่ไม่ควรมองข้าม หนึ่งในประเด็นที่สะดุดตาผมคือเรื่อง ACMECS หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม หลายคนมักมองว่าเป็นแค่ตลาดเพื่อนบ้านที่อยู่รอบประเทศไทย หรือเป็นแหล่งแรงงานราคาถูก แต่มุมมองในงานนี้เปลี่ยนความคิดนั้นไปเลยครับ จริงๆ แล้วพื้นที่นี้มีศักยภาพการบริโภคและการท่องเที่ยวสูงมาก แถมพฤติกรรมผู้บริโภคก็คล้ายคลึงกัน ดังนั้น โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การถามว่า “ประเทศเพื่อนบ้านพร้อมหรือยัง?” แต่คือการตั้งคำถามกลับมาที่ตัวเราว่า “ธุรกิจไทยพร้อมแค่ไหนที่จะเข้าไปทำงานร่วมกับพวกเขา?” หลายสิ่งอาจจะยังติดขัดอยู่บ้าง การขยายธุรกิจออกไปนอกประเทศไม่ได้ง่าย มีทั้งเรื่องกฎระเบียบ ระบบขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน ความแตกต่างของแต่ละตลาด และความเสี่ยงที่ต้องศึกษาให้รอบด้าน แต่นั่นแหละครับคือโอกาสของคนที่เข้าใจความเสี่ยงและกล้าออกไปลุยก่อน การสร้างพันธมิตรที่เข้าใจท้องถิ่นจริง ๆ จะเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นการเติบโตแบบทวีคูณ ACMECS จึงไม่ควรถือเป็นแค่ยุทธศาสตร์ที่จะเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ แต่คือพื้นที่ที่เราจะเติบโตไปพร้อมกับเพื่อนบ้าน จากเดิมที่เราเคยคิดแค่การ “เข้าไปขายของให้เขา” วันนี้อาจต้องเปลี่ยนวิธีคิดเป็น “ร่วมสร้างและเติบโตไปด้วยกัน” ซึ่งน่าจะเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในโลกยุคใหม่ ASEAN คือ “แพลตฟอร์ม” ที่เชื่อมโอกาสเข้าหากัน อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของ ASEAN เมื่อพูดถึงอาเซียน เรามักนึกถึงตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรรวมกันมากกว่า 700 ล้านคน แต่สิ่งที่เวที ASIA FORUM 2026 พยายามชี้ให้เห็น คือแต่ละประเทศมีจุดแข็งแตกต่างกัน บางประเทศโดดเด่นด้านการผลิต บางประเทศมีทรัพยากร บางประเทศมีตลาดขนาดใหญ่ ขณะที่บางประเทศมีความเชี่ยวชาญด้านบริการหรือการท่องเที่ยว ถ้าสามารถเชื่อมสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน อาเซียนจะกลายเป็นระบบนิเวศเศรษฐกิจที่ช่วยส่งต่อโอกาสให้แก่กันได้อย่างไร้รอยต่อ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่คำว่า Connectivity หรือ "การเชื่อมโยง" กลายมาเป็นกุญแจดอกสำคัญในงานนี้ การค้าชายแดนและการท่องเที่ยว อาจเป็นประตูบานใหญ่ของไทย สำหรับประเทศไทย เรื่องการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเรามีข้อได้เปรียบจากทำเลที่ตั้งอยู่ตรงกลางของภูมิภาค การพัฒนาระบบขนส่ง การค้าชายแดน และการเชื่อมต่อระหว่างเมือง จึงหมายถึงการเปิดทางให้สินค้า คน เงินทุน และโอกาสทางธุรกิจเดินทางข้ามพรมแดนได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวก็มีโอกาสเติบโตได้อีกมากครับ โดยเราต้องไม่มองประเทศไทยเป็นแค่จุดหมายปลายทาง เข้ามาแล้วก็ออกไปแค่นั้นจบ! แต่ต้องสร้างเส้นทางที่เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย รวมถึงการผลักดันธุรกิจที่ไทยเราเก่งและเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เช่น Healthcare และ Wellness ซึ่งหมายถึง ธุรกิจบริการทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และ MICE หรือธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการขนาดใหญ่ หากประเทศไทยจับมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างเส้นทางและบริการที่เชื่อมต่อกันแบบนี้ เราจะสร้างมูลค่าร่วมกันได้มากกว่าการลงไปแข่งตัดราคากันเอง ผมมองว่านี่เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ เพราะโลกในอนาคตอาจไม่ได้แข่งกันแบบ “ใครได้มากที่สุด” แต่อาจเป็นการแข่งขันว่า ใครสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงที่สุด วันที่สองของงาน พาไปดูโจทย์ใหญ่เรื่องพลังงานและเทคโนโลยี วันแรกของ ASIA FORUM 2026 พาไปมองเรื่องพื้นที่ ตลาด และการเชื่อมโยง วันที่สองก็ขยับเข้ามาสู่เรื่องที่ใกล้ตัวธุรกิจมากขึ้น นั่นคือ พลังงานและเทคโนโลยี เรื่องพลังงานวันนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ค่าไฟแพงหรือถูกอีกต่อไป แต่เกี่ยวข้องกับต้นทุนของธุรกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน ความยั่งยืน รวมถึงความสามารถของประเทศในการรองรับการลงทุนใหม่ ๆ ที่นักลงทุนระดับโลกใช้ตัดสินใจว่าจะย้ายเงินมาลงทุนในประเทศเราไหม พูดง่าย ๆ คือ หากประเทศหนึ่งมีพลังงานที่มีต้นทุนเหมาะสมและมีระบบรองรับที่ดี ก็ย่อมมีความพร้อมมากขึ้นในการดึงดูดธุรกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ส่วนเรื่องเทคโนโลยีก็เช่นกัน การมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าจะทำให้ธุรกิจแข่งขันได้เสมอไป สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เรามีระบบที่จะนำเทคโนโลยีนั้นไปใช้จริงหรือไม่ ทั้งคน เงินทุน ภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักพัฒนา และผู้ใช้งาน ต้องทำงานเชื่อมโยงกัน เพราะสุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันสามารถช่วยแก้ปัญหา ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ หรือสร้างสิ่งใหม่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจได้ แต่ละประเทศมีสูตรของตัวเอง ไม่มีโมเดลเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน อีกเรื่องที่ผมชอบจากงานนี้คือแนวคิดเรื่อง Competitive Models of Growth in ASIA เพราะเอเชียไม่ได้มีประเทศที่เดินตามสูตรเดียวกันทั้งหมด แต่ละประเทศมีต้นทุน จุดแข็ง ทรัพยากร และโจทย์แตกต่างกัน ดังนั้นวิธีสร้างการเติบโตของแต่ละประเทศก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกประเทศต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่คำว่า “แข่งขันได้” ในวันนี้ ไม่ควรหมายถึงแค่ GDP โตหรือธุรกิจมีกำไรมากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายแล้ว การเติบโตที่มีความหมายควรย้อนกลับมาที่ คุณภาพชีวิตของคนในประเทศ นี่จึงเป็นคำถามใหญ่ที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากจากเวทีนี้ ในวันที่โลกกำลังปรับสมดุล อาเซียนจะเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างประเทศให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ได้อย่างไร? สิ่งที่ผมได้จาก ASIA FORUM 2026 ถ้าให้สรุปสิ่งที่ได้จากงาน ASIA FORUM 2026 แบบภาษาที่เข้าใจง่าย ผมอาจแบ่งออกเป็น 3 คำ เชื่อมโยง สร้างโอกาส และ ลงมือทำ คำถามสำคัญที่ทิ้งไว้ให้เราคิดต่อคือ "เราจะดึงเอาโอกาสที่มีอยู่แล้ว มาเปลี่ยนเป็นความได้เปรียบที่จับต้องได้จริงอย่างไร?" เพราะวันนี้เราอาจมีศักยภาพมากมาย แต่ศักยภาพที่ไม่ถูกนำมาใช้ก็ยังเป็นเพียงศักยภาพ ประเทศไทยมีทำเล มีผู้ประกอบการ มีบุคลากร มีภาคบริการที่แข็งแรง และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศในภูมิภาค คำถามคือเราจะนำสิ่งเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกัน สร้างโอกาสใหม่ และเปลี่ยนโอกาสให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร นี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่ผมได้จากงานครั้งนี้ เพราะโลกไม่ได้รอให้ใครพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แล้วค่อยเริ่ม คนที่มองเห็นโอกาสก่อน เข้าใจความเปลี่ยนแปลง และกล้าลงมือทำอย่างมีข้อมูล อาจเป็นคนที่สร้างความได้เปรียบได้ก่อนคนอื่น นี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดที่ผมได้จากงานครั้งนี้ จาก “เอเชียที่ตามเกม” สู่ “เอเชียที่สร้างเกม” สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่างาน ASIA FORUM 2026 มีความสำคัญ ชวนเปลี่ยนมุมมองของเราที่มีต่อเอเชีย จากเดิมที่เราอาจมองเอเชียเป็นภูมิภาคที่ต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของโลก วันนี้เอเชียกำลังมีโอกาสมากขึ้นที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางของการเปลี่ยนแปลงนั้นเอง และสำหรับประเทศไทย การอยู่ในใจกลางของภูมิภาคอาเซียนอาจเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” ในเวลาเดียวกัน โอกาสคือเราสามารถเชื่อมโยงตลาด ผู้คน การค้า การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และความร่วมมือกับประเทศรอบข้างได้ ส่วนความท้าทายคือ เราต้องเร็วพอที่จะเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้กลายเป็นผลลัพธ์จริง สำหรับผม นี่จึงไม่ใช่เรื่องของธุรกิจไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนควรเริ่มมองเห็น เพราะการเปลี่ยนสมดุลของโลกย่อมส่งผลถึงเราทุกคนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ASIA FORUM 2026 ชวนให้คิดต่อว่า “เมื่อโอกาสอยู่ตรงหน้า แล้วเราจะกล้าสร้างเกมของตัวเองหรือยัง?” ขอขอบคุณ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) สำหรับโอกาสและประสบการณ์ดี ๆ จากงาน ASIA FORUM 2026 รวมถึงทุกเรื่องราวและองค์ความรู้ที่นำมาแบ่งปันตลอด 2 วันที่ผ่านมา ในฐานะ TrueID Creator ผมยินดีที่ได้มีส่วนช่วยบอกต่อและประชาสัมพันธ์เรื่องราวดี ๆ จากเวทีแห่งนี้ให้คนทั่วไปได้เห็นว่า โลกธุรกิจและเอเชียกำลังเดินไปทางไหน และประเทศไทยของเราจะสามารถคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้อย่างไร หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสกลับมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสจากเวทีสำคัญของ TMA อีกครั้ง เพื่อสร้างมุมมองและแรงบันดาลใจให้กับคนอีกมากมาย แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อไปครับ สำหรับใครที่สนใจอยากติดตามข่าวสารและมุมมองการบริหารจัดการดี ๆ จากสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดกันต่อได้ที่ Website: www.tma.or.th Facebook: TMA-Thailand Management Association #TMA #TrueID #TrueIDCreator #ASIAFORUM2026 #ThailandManagementAssociation #ASIA #ASEAN #ReviewWatch ภาพประกอบโดย TMA-Thailand Management Association : ภาพปก , ภาพที่ 1 , ภาพที่ 2 , ภาพที่ 3 , ภาพที่ 4 , ภาพที่ 7 , ภาพที่ 8 , ภาพที่ 5-6 จาก TMA เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !