ทักษิณยื่นขอนิรโทษกรรม เปิดข้อกฎหมายใหม่ ใครมีสิทธิได้รับประโยชน์?

ทักษิณยื่นขอนิรโทษกรรมตามกฎหมายใหม่
กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาสิทธิได้รับนิรโทษกรรมตามกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข กลายเป็นประเด็นทางกฎหมายที่ต้องติดตาม หลังมีการเปิดเผยรายละเอียดคำร้องเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยอ้างถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต และผลกระทบจากการรัฐประหารปี 2549
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิจารณาว่า คดีของอดีตนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์นิรโทษกรรมความผิดที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง แต่กำหนดข้อยกเว้นสำหรับความผิดบางประเภทไว้อย่างชัดเจน
เปิดรายละเอียดคำร้อง ยื่นผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ว่า นายทักษิณได้มอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำร้องตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม ผ่านศูนย์บริการร่วมของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข
คำร้องมีวัตถุประสงค์ขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยสิทธิในการได้รับนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย โดยฝ่ายผู้ยื่นคำร้องอ้างถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548 การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ตลอดจนกระบวนการดำเนินคดีและคำพิพากษาที่เกิดขึ้นภายหลัง
ฝ่ายทนายความยังระบุว่า นายทักษิณมีความประสงค์วางมือจากการเมือง และกลับไปใช้ชีวิตส่วนตัว รวมถึงประกอบธุรกิจ หลังจากทำงานทางการเมืองมาเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม การยื่นคำร้องดังกล่าวยังไม่ถือว่าได้รับนิรโทษกรรม เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ทางกฎหมายก่อน
กฎหมายใหม่เริ่มใช้ 24 สิงหาคม 2569 ครอบคลุมความขัดแย้ง 20 ปี
พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2569
กฎหมายฉบับนี้กำหนดกลไกนิรโทษกรรมสำหรับความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 รวมระยะเวลากว่า 20 ปี
สาระสำคัญของกฎหมายมุ่งคลี่คลายปัญหาคดีที่มีมูลเหตุจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยเปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องเพื่อขอรับการพิจารณาสิทธิ และจัดตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นกลไกตรวจสอบและวินิจฉัย
หากได้รับนิรโทษกรรมตามเงื่อนไขของกฎหมาย ผู้ได้รับสิทธิสามารถพ้นจากความรับผิดในความผิดที่กฎหมายครอบคลุม รวมถึงผลทางคดีและประวัติอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องตามบทบัญญัติที่กำหนด
เปิดข้อยกเว้น กฎหมายไม่ครอบคลุมคดีทุกประเภท
แม้พระราชบัญญัติฉบับนี้จะเปิดช่องทางนิรโทษกรรมคดีเกี่ยวกับการเมือง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นคำร้องทุกรายจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ
มาตรา 3 ระบุประเภทความผิดที่ไม่อยู่ในข่ายนิรโทษกรรม ได้แก่
- ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
- ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
- ความผิดที่ทำให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายสาหัสตามมาตรา 297
- ความผิดต่อส่วนตัว หรือความผิดที่ก่อให้เกิดความรับผิดต่อบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม
ข้อยกเว้นดังกล่าวเป็นสาระสำคัญในการพิจารณาคำร้องของนายทักษิณ โดยเฉพาะการแยกแยะระหว่างความผิดจากการแสดงออกทางการเมือง กับความผิดที่กฎหมายระบุว่าไม่สามารถนิรโทษกรรมได้
ดังนั้น แม้ผู้ยื่นคำร้องจะอ้างว่าคดีมีที่มาจากความขัดแย้งทางการเมือง แต่คณะกรรมการยังต้องตรวจสอบฐานความผิดและข้อเท็จจริงของแต่ละคดีตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
รัฐมนตรียุติธรรมชี้ ต้องให้คณะกรรมการพิจารณา
ล่าสุดวันที่ 13 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการยื่นคำร้องของนายทักษิณว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามีการยื่นคำร้องในประเด็นใดบ้าง แต่ยืนยันว่ามีกฎหมายและหลักเกณฑ์กำหนดไว้อยู่แล้ว
ส่วนคำถามที่ว่า การอ้างเหตุไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต จะเข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุว่า ต้องให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขพิจารณารายละเอียดคำร้องก่อน
ขณะนี้จึงยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่า นายทักษิณจะได้รับสิทธินิรโทษกรรมตามกฎหมายฉบับดังกล่าวหรือไม่
ไทม์ไลน์กฎหมายนิรโทษกรรมและคำร้องทักษิณ
23 สิงหาคม 2569 — ประกาศพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ในราชกิจจานุเบกษา
24 สิงหาคม 2569 — กฎหมายเริ่มมีผลบังคับใช้
21 กันยายน 2569 — คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขประชุมนัดแรก โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
8 ตุลาคม 2569 — นายทักษิณมอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องขอวินิจฉัยสิทธินิรโทษกรรม
12 ตุลาคม 2569 — นายวิญญัติ ชาติมนตรี เปิดเผยรายละเอียดการยื่นคำร้องต่อสาธารณชน
13 ตุลาคม 2569 — รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุว่า ต้องให้คณะกรรมการพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่
ข้อมูลจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และรายงานข่าววันที่ 12–13 ตุลาคม 2569
จับตาผลวินิจฉัย คดีใดเข้าข่ายกฎหมายใหม่
ขั้นตอนหลังจากนี้ต้องติดตามการพิจารณาของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบคำร้องและวินิจฉัยการได้รับนิรโทษกรรมตามกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะความเกี่ยวข้องของแต่ละคดีกับการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง และข้อจำกัดตามมาตรา 3
สำหรับกรณีของนายทักษิณ ประเด็นที่ต้องติดตามคือ คณะกรรมการจะพิจารณาคำร้องในขอบเขตใด และมีคดีใดที่เข้าเงื่อนไขได้รับนิรโทษกรรมได้บ้าง โดยต้องอาศัยรายละเอียดคำร้อง ข้อเท็จจริงทางคดี และบทบัญญัติของกฎหมายประกอบกัน
การดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลไกภาครัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต โดยผลการพิจารณาจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างชัดเจน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
