ข้อคิด จากเหตุการณ์ “โจรคลั่งกราดยิงที่โคราช” สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียหาย ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ที่จ่าคลั่ง กราดยิงผู้บริสุทธิ์ เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวและน่าตกใจเป็นอย่างมาก ในฐานะ คนเข้าไปเที่ยวห้างเทอมินอล 21 ถ้าไปเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็คงทำตัวไม่ถูกเหมือนกันค่ะ จากข่าวเรื่องนี้ ทำให้สะท้อนปัญหาหลายๆ อย่าง 1. การกดขี่ข่มเหง การเอารัดเอาเปรียบ การรังแก การใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ที่เกิดขึ้นระหว่าง ผู้บังคับบัญชาและลูกน้อง/ ผู้ใต้บังคับบัญชา หลายๆ สังคมในประเทศไทย ก็คงตกอยู่ในภาพนี้ ซึ่งบางคนก็อาจจะทำใจยอมรับด้วยเหตุผลด้วยหน้าที่ ด้วยงานที่จะต้องดำเนินต่อไป “ จึงยอม ” แต่ “ ใช่ว่าทุกคนจะยอม ” เหตุการณ์นี้บ่งบอกอะไรเราบ้าง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความอัดอั้นตันใจของผู้ใต้บังคับบัญชา ที่รู้สึกเต็มทน และ “ ไม่ทน ” จนบันดาลโทสะต่าง ๆ จนขาดสติ แม้จะมีการนำมารดาของผู้ก่อเหตุมา ก็ไม่ทันการณ์ เลิกได้หรือยัง การกดขี่ข่มเหง ที่ไม่เป็นธรรม ขอบคุณภาพโดย Ulrike Mai จาก Pixabay 2. ความไม่แน่ ไม่นอน จริงอยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุการณ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าความผิดพลาดจะไม่เกิดขึ้น ด้วยความที่ผู้ก่อเหตุมีอาวุธ และตัวประกันอยู่ในมือ การเข้าไปเพื่อช่วยตัวประกัน นั้นค่อนข้างลำบาก และมีโอกาสเกิดความผิดพลาด ดังเช่น นายทหารที่ต้องสูญเสียชีวิตไปในเหตุการณ์ครั้งนี้ 3. การขาดสติ เมื่อคนเราขาดสติ คุณงามความดี ที่เคยทำมา ก็ไม่สามารถจะช่วยได้ เพราะจิตใจครอบงำด้วยอคติ คิดอย่างเดียวว่า “ โลกมันช่างโหดร้าย ไม่มีความเป็นธรรม ดังนั้น ก็จะมอบความไม่เป็นธรรมคืนบ้าง ” ซึ่ง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็น ถึงการยับยั้งชั่งใจ เมื่อสติไม่มีแล้ว เราหรือใครหลายๆ คนก็สามารถทำสิ่งเลวร้ายในชีวิตแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย ดังนั้น ในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบัน เราจำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้สติ เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย ไม่ให้ใครมาทำร้าย หรือ เราต้องไปทำร้ายใคร เมื่อเราขาดสติ ในการยับยั้งชั่งใจ ความรุนแรงก็มักจะมาแทนที่ ขอบคุณภาพโดย Clker-Free-Vector-Images จาก Pixabay 4. ความเป็นผู้เสียสละ เพื่อนๆ คงจะเห็นถึงการมีเสื้อเกราะที่ไม่เพียงพอในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สละ ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อไปขับโดรน เพื่อตามหาที่ซ่อนตัวของคนร้าย ต้องขอชื่นชม และนับถือ จากใจคะ ว่าท่านมีความเป็นผู้นำ และเสียสละน่ายกย่องชื่นชม และขอสนับสนุนการทำความดีในครั้งนี้จากใจคะ ขอบคุณภาพโดย Gerd Altmann จาก Pixabay 5. ความรักแม่ที่บริสุทธิ์ ไม่ว่าลูก จะเป็นคนดี เป็นคนร้าย แต่ลูก ก็คือลูก ถึงสังคมจะไม่ให้อภัย แต่คำว่าแม่ ก็ยังรักลูกสุดหัวใจ จากลูกที่เคยเป็นเด็กดี ไปสู่การเป็นผู้ร้าย การที่เห็นลูกเป็นคนร้ายจิตใจของแม่ก็แทบ สลาย ยิ่งมาเห็นการตายของลูก ยิ่งไม่ต้องอธิบายต่อ ว่าความรู้สึกของคนที่ได้ชื่อว่า “ แม่ ” จะรู้สึกอย่างไร ไม่มีใครที่เลี้ยงลูก แล้วอยากให้ลูกเป็นโจร เป็นคนร้าย เป็นคนไม่ดี แต่ทุกอย่างล้วนมีเหตุ มีผลในตัวของมันเอง ถ้าวันนั้น มีคนที่เข้าใจ และให้คำแนะนำดี ๆ กับเขา บางที เหตุการณ์แบบนี้ก็อาจจะไม่เกิดขึ้น แต่ความจริง คือ ...เราก็ไม่สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ ตอนนี้แม่ของผู้ก่อเหตุก็ทุกข์มากพอแรงแล้ว เพื่อน ๆ หรือ คนรู้จักโปรดอย่าได้ไปซ้ำเติม โปรดเห็นใจเขา ในฐานะคน ๆ หนึ่งซึ่งสูญเสียไม่ต่างกัน และผู้เป็นแม่ก็ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นเลย ใครที่กำลัง กร่น ด่า ว่าแม่ของคนทำผิดอยู่ หยุดเถอะคะ เท่าที่เป็นอยู่ เขาก็เหมือน “ ตายทั้งเป็น ” อยู่แล้ว จิตใจของผู้ที่ได้ชื่อว่า " แม่ " แตกสลาย เมื่อเห็นลูกทำสิ่งที่เลวร้าย ขอบคุณภาพโดย Kira Hoffmann จาก Pixabay จากเหตุการณ์นี้ได้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้ประเทศไทย ที่ทำให้วงการทหารต้องกลับไปทบทวนการทำงาน และการดูแลกัน ระหว่างผู้คับบัญชา , ผู้ใต้บังคับบัญชากันอย่างไรเพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้ต้องมีผู้ที่ต้องสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นทางทีมทหารเองที่เข้าไปยุติเหตุการณ์นี้ ผู้บริสุทธิ์หลาย ๆ ชีวิต ที่จบลงชีวิตลง หรือแม้แต่ตัวผู้ก่อเหตุเอง จากเหตุการณ์ครั้งนี้ จะนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการต่าง ๆ รวมถึงการแก้ปัญหาที่สาเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น หรือ จะปล่อยให้เป็นเพียงข่าว และพฤติกรรมลอกเลียนแบบในครั้งต่อไป By Ikkyryo ขอบคุณภาพปก ภาพโดย Reimund Bertrams จาก Pixabay