รีเซต

บราซิลลั่น! โลกต้องเลิกฟอสซิล ก่อนทุกอย่างสายเกินไป

บราซิลลั่น!  โลกต้องเลิกฟอสซิล ก่อนทุกอย่างสายเกินไป
TNN ช่อง16
5 พฤศจิกายน 2569 ( 11:00 )

โลกกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เมื่อบราซิลประกาศแผนปฏิบัติการระดับโลก เพื่อผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ก่อนการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP31 ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในประเทศตุรกี โดยย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ใช่เพียงเรื่องจำเป็นและเร่งด่วน แต่ยังเป็นสิ่งที่ทุกประเทศสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอเทคโนโลยีใหม่หรือข้อตกลงระหว่างประเทศเพิ่มเติม

 

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลบราซิล ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุม COP30 เมื่อปีที่ผ่านมา ได้เผยแพร่แผนที่นำทาง หรือ Roadmap สำหรับการเปลี่ยนผ่านออกจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ วางแผนลดการใช้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการประชุม COP30 ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล เมื่อปี 2568 ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ระบุถึงการเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างชัดเจน เนื่องจากเผชิญแรงคัดค้านอย่างหนักจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย ทำให้บราซิลตัดสินใจเสนอแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานในรูปแบบสมัครใจ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้ตามความพร้อมและข้อจำกัดของตนเอง


ในเอกสารดังกล่าว บราซิลระบุว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลการวิเคราะห์ทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การเปลี่ยนผ่านออกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นสิ่งที่เร่งด่วน ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ แม้จะยอมรับว่าไม่มีแนวทางใดแนวทางหนึ่งที่เหมาะสมกับทุกประเทศ เนื่องจากแต่ละประเทศมีโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบพลังงาน และความสามารถในการลงทุนที่แตกต่างกัน


แผนดังกล่าวเสนอกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ระหว่างปี 2571–2576 เพื่อให้แต่ละประเทศจัดทำแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานและปรับโครงสร้างระบบพลังงานของตนเอง โดยเน้นว่าทุกประเทศควรเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ แม้ความเร็วในการเปลี่ยนผ่านและระดับความช่วยเหลือที่จำเป็นจะแตกต่างกันก็ตาม


นอกจากนี้ บราซิลยังเผยแพร่แผนที่นำทางอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งมุ่งยุติการตัดไม้ทำลายป่าภายในปี 2573 สะท้อนความพยายามจัดการทั้งปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานและการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนสำคัญของโลก


ความพยายามครั้งนี้ยังเป็นการสานต่อข้อตกลงสำคัญจากการประชุม COP28 ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อปี 2566 ซึ่งเกือบ 200 ประเทศเห็นชอบร่วมกันให้เปลี่ยนผ่านออกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบพลังงาน อย่างไรก็ตาม บราซิลยอมรับว่า นโยบายและแผนงานที่ประเทศต่าง ๆ ประกาศออกมาจนถึงปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานตามที่เคยตกลงกันไว้


อานา โทนี (Ana Toni) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร COP30 กล่าวย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นทุกประเทศควรเริ่มวางแผนโดยเร็วที่สุด เพราะนอกจากจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย


อย่างไรก็ตาม ความหวังที่จะเกิดข้อตกลงใหม่เกี่ยวกับการเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการประชุม COP31 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–20 พฤศจิกายน 2569 ที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี ยังมีค่อนข้างน้อย


แทนที่จะผลักดันข้อตกลงใหม่เกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล ตุรกีในฐานะประธาน COP31 และออสเตรเลียซึ่งมีบทบาทนำในการเจรจา กำลังสนับสนุนโครงการความร่วมมือแบบสมัครใจ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน


ด้านบราซิลระบุว่าจะนำแผนที่นำทางดังกล่าวเข้าสู่การหารือระหว่างการประชุม COP31 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน แต่ยืนยันว่าแผนนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ประเทศต่าง ๆ เจรจาต่อรองหาข้อตกลงใหม่ หากเป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายเริ่มลงมือปฏิบัติจริง


อังเดร คอร์เรอา โด ลาโก (André Corrêa do Lago) ประธาน COP30 ย้ำว่า ปัจจุบันโลกมีทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อตกลงที่จำเป็นอยู่แล้ว สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเจรจาเพิ่มเติม แต่เป็นการนำสิ่งที่ตกลงกันไว้ไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างแท้จริง


ขณะที่องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมต่างออกมาแสดงความยินดีกับความริเริ่มของบราซิล แต่ก็เตือนว่าแผนที่นำทางนี้ต้องไม่กลายเป็นเพียงรายงานอีกฉบับที่ถูกเก็บไว้บนชั้นหนังสือ


แฟนนี เปอตีบง (Fanny Petitbon) นักวิเคราะห์นโยบายจากองค์กร 350.org เรียกร้องให้การประชุม COP31 เป็นจุดเริ่มต้นที่รัฐบาลทั่วโลกแสดงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจน ทั้งในด้านเป้าหมาย ระยะเวลาดำเนินการ และการจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้การยุติการพึ่งพาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมและมีระบบ

 

การเปิดตัวแผนที่นำทางของบราซิลถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามสำคัญในการผลักดันให้ประชาคมโลกเปลี่ยนจากการประกาศเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศผู้ผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลกับประเทศที่ต้องการเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้แผนดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวทางสมัครใจและไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่สะท้อนให้เห็นว่าโลกไม่สามารถรอข้อตกลงใหม่ได้อีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีและองค์ความรู้สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานมีอยู่แล้ว


คำถามสำคัญของการประชุม COP31 จึงไม่ใช่เพียงว่าโลกจะเลิกพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลได้หรือไม่ แต่คือประเทศต่าง ๆ จะกล้าลงมือเปลี่ยนผ่านอย่างจริงจังได้เร็วเพียงใด ก่อนที่วิกฤตสภาพภูมิอากาศจะรุนแรงเกินกว่าจะรับมือ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง