“ถุงทวารเทียมนวัตกรรมไทย” รพ.อุดรธานี สะท้อนคุณภาพ เก็บกลิ่นได้ดี “สิทธิบัตรทอง” ใช้ฟรี!ไม่เสียค่าใช้จ่าย

รพ.อุดรธานี สะท้อนคุณภาพ “ถุงทวารเทียมนวัตกรรมไทย” ใช้งานได้ดี เก็บกลิ่นได้ดี พร้อมจุดล็อกระหว่างถุงกับแป้นติดหน้าท้อง แนะพัฒนาต่อยอด สร้างความเชื่อมั่น ดึงยอดใช้เพิ่ม ด้าน ญาติผู้ป่วยเผย ใช้ดูแลผู้ป่วยได้สะดวก เก็บทำความสะอาดได้ง่าย ใช้สิทธิบัตรทองไม่เสียค่าใช้จ่าย ขณะที่ สปสช. พร้อมหนุนต่อเนื่อง ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงอุปกรณ์จำเป็นอย่างทั่วถึง ประหยัดค่าใช้จ่าย นำเข้าจากต่างประเทศ
พญ.พิจิตรา คำพรมมา นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี กล่าวว่า ถุงทวารเทียม (Colostomy Bag) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผู้ป่วย ส่วนใหญ่ในกลุ่มโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ซึ่งนอกจากการรักษาด้วยแนวทางเคมีบำบัด หรือฉายรังสีรักษาแล้ว ยังมีการรักษาด้วยผ่าตัดที่ต้องมีการเปิดลำไส้เพื่อยกทวารเทียมออกมาทางหน้าท้องก่อน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ถุงทวารเทียมเพื่อรองรับสิ่งขับถ่ายที่จะไหลออกมาตลอดเวลา
ทั้งนี้ ลักษณะของถุงทวารเทียมจะมีสองส่วน คือส่วนหน้ากาวไว้ติดกับผิวหนังผู้ป่วย ซึ่งจะมีช่องตรงกลางเพื่อให้ทวารเทียมยื่นออกมา กับส่วนของถุงที่คอยรองรับของเสีย โดยจะมีทั้งแบบ 1 ชิ้น คือ ตัวถุงติดอยู่กับแผ่นหน้ากาว และแบบที่ต้องประกอบกัน 2 ชิ้น คือ ส่วนแป้นที่เป็นหน้ากาว กับถุงซิปล๊อกที่รองรับของเสียงซึ่งถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งส่วนใหญ่ของโรงพยาบาลอุดรธานีจะใช้ในแบบที่ 2 เพื่อให้ผู้ป่วยเปลี่ยนแค่เฉพาะถุงรองรับของเสียเท่านั้น
“ก่อนที่ผู้ป่วยจะกลับบ้าน เราจะสอนให้ผู้ป่วยหรือคนที่ดูแลเปลี่ยนถุงทวารเทียมได้เอง รวมถึงวิธีการทำความสะอาด ซึ่งจะเริ่มจากการติดตัวแป้นที่ผิวหนัง โดยก่อนติดนั้นผู้ป่วยจะต้องตัดขนาดรูให้ครอบพอดีกับทวารเทียม เพื่อไม่ให้อุจาระที่ออกมาเปื้อนผิวหนังรอบๆ จากนั้นให้ทำการลอกพลาสติกตรงแป้นด้านบนออก และนำถุงรองรับของเสียมาติดกับแป้น” พญ.พิจิตรา กล่าว
พญ.พิจิตรา กล่าวว่า ถุงทวารเทียมถือเป็นสิ่งที่ต้องคอยเปลี่ยน ใช้แล้วทิ้ง ดังนั้นจึงอาจเป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยในช่วงระหว่างการรักษาได้ แต่ด้วยปัจจุบันมีถุงทวารเทียมที่เป็นนวัตกรรมฝีมือคนไทยและผลิตขึ้นเองภายในประเทศ ทำให้มีราคาที่ถูกกว่าการนำเข้า และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยังได้บรรจุเป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) สามารถเข้าถึงได้ นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ภาครัฐเห็นถึงความสำคัญ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยสามารถลดค่าใช้จ่ายนี้ลงไปได้มาก
สำหรับคุณภาพของถุงทวารเทียมนวัตกรรมไทยนั้น ถือว่าทำได้ดีในแง่ของการเก็บกลิ่น รวมถึงตัวซิปล็อกระหว่างแป้นกับถุงก็มีการซีลค่อนข้างดี ไม่ค่อยมีปัญหาการระคายเคืองกับผิวหนังผู้ป่วย อย่างไรก็ดีอยากให้ปรับปรุงในส่วนของแผ่นกาวตัวแป้นที่ยังหลุดได้บ่อย หากแก้ไขในจุดนี้พร้อมพัฒนาคุณภาพต่อไปเรื่อยๆ เชื่อว่าจะทำให้ถุงทวารเทียมที่เป็นนวัตกรรมไทยมีการใช้อย่างแพร่หลาย ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ น.ส.วรีวรรณ ท้าวนิล หลานสาวของ นายจีน พระชัย อายุ 67 ปี ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่ใช้ถุงทวารเทียม กล่าวว่า เริ่มแรกคุณตามีอาการปวดท้อง ท้องเสีย เมื่อเริ่มมีอาการมากขึ้นและรักษาไม่หายจึงถูกส่งมายัง รพ.อุดรธานี และตรวจพบเป็นมะเร็งลำไส้ จึงรับการผ่าตัดและใส่ถุงทวารเทียม ซึ่งจากการใช้งานพบว่ามีความสะดวก เวลาขับถ่ายแล้วเก็บได้ง่าย ถอดมาทำความสะอาดง่าย และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องกลิ่น ขณะที่ตัวหนีบก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา จะมีเพียงตัวแป้นที่อาจหลุดง่าย จึงต้องคอยเปลี่ยนออกเวลาเริ่มมีของเสียเยอะ ซึ่งหากใช้หมดแล้วก็สามารถมาขอเบิกเพิ่มจากโรงพยาบาลได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นพ.นพรัตน์ พันธุเศรษฐ์ ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 8 อุดรธานี กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยต้องพึ่งพาถุงทวารเทียมนำเข้า แม้เป็นอุปกรณ์ที่ดูไม่ซับซ้อน แต่ยังไม่เคยมีการผลิตในประเทศ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยมีไม่มากและภาคเอกชนไม่เห็นความคุ้มค่าในการลงทุน ทั้งที่วัตถุดิบสำคัญอย่างยางพารามีอยู่ในประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการพัฒนานวัตกรรมไทยขึ้นมา สปสช. จึงได้สนับสนุนให้เกิดการผลิตและนำมาใช้มากขึ้นในระบบบริการ
อย่างไรก็ดี จากการติดตามการใช้งานของผู้ป่วย ยอมรับว่ายังมีข้อกังวลเรื่องประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับต่างประเทศ จึงต้องติดตามและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นมีคุณภาพโดยรวมที่ใกล้เคียงการนำเข้า ทั้งด้านการป้องกันกลิ่นและการใช้งาน แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องการยึดติดผิวหนังที่หลุดง่ายในสภาพอากาศร้อน ซึ่งอยู่ระหว่างการสะท้อนกลับไปยังผู้ผลิตเพื่อพัฒนาเพิ่มเติม โดย สปสช. ย้ำว่าอุปกรณ์ที่นำมาใช้ต้องไม่ด้อยกว่ามาตรฐานเดิม และจะเดินหน้าปรับปรุงเพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งแพทย์และผู้ป่วยต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
