รีเซต

ครม. อัดงบ 5 หมื่นล้าน หนุนโซลาร์ 1 ล้านครัวเรือน เปิดลงทะเบียน 27 ต.ค. 69 – 31 ม.ค. 70

ครม. อัดงบ 5 หมื่นล้าน  หนุนโซลาร์ 1 ล้านครัวเรือน  เปิดลงทะเบียน 27 ต.ค. 69 – 31 ม.ค. 70
TNN ช่อง16
27 ตุลาคม 2569 ( 16:09 )
4

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวในการเป็นประธานในพิธีเปิดตัว โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนไม่ได้เป็นเพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน แต่เป็นการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เป็นโอกาสของประชาชน เปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นแหล่งผลิตพลังงาน เปลี่ยนภาระค่าไฟฟ้าเป็นเงินออมของครอบครัว และเปลี่ยนบทบาทของผู้ใช้พลังงานให้มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานของประเทศ


รัฐบาลตั้งเป้าหมายสนับสนุนประชาชนจำนวน 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ด้วยตนเอง โดยได้รับการสนับสนุนวงเงิน 50,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน


เปิดทางขายไฟส่วนเกินสร้างรายได้


นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานแล้ว ประชาชนยังสามารถจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้เข้าสู่ระบบไฟฟ้าของประเทศ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่ครัวเรือน ทำให้โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงมาตรการด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังเป็นมาตรการด้านเศรษฐกิจและสังคมที่จะช่วยเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สร้างเงินออม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม


จากการประเมินเบื้องต้น โครงการมีศักยภาพในการช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนรวมกันได้มากกว่า 24,500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวจะหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก ช่วยกระตุ้นการจ้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ


การดำเนินโครงการครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน และกระทรวงแรงงาน เพื่อผลักดันให้โครงการบรรลุเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน 

นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง อำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพิ่มความรวดเร็วและความโปร่งใสในการให้บริการ พร้อมรักษามาตรฐานความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ


นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการให้ความร่วมมือตามกติกาใหม่ของโลก ช่วยให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้


โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ของไทยไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งผู้ซื้ออาจกำหนดเงื่อนไขให้สินค้าต้องผลิตจากพลังงานหมุนเวียน พลังงานสีเขียว หรือพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดจึงเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ประเทศไทย ลดข้อจำกัดในการส่งออก และช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างคาร์บอนเครดิต

นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายด้านพลังงานสะอาดยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเข้าเป็นสมาชิก โดยหากประเทศไทยสามารถดำเนินการได้สำเร็จ จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ อีกมากมาย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของประเทศ


นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันโครงการ พร้อมย้ำถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดในราคาที่เป็นธรรม และมีความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง