รีเซต

เสียงชื่นชมไทย จัดประชุม "IMF-World Bank" คนร่วมงานพุ่งสูงสุด 20,000 คน

เสียงชื่นชมไทย จัดประชุม "IMF-World Bank" คนร่วมงานพุ่งสูงสุด 20,000 คน
TNN ช่อง16
13 ตุลาคม 2569 ( 19:20 )
2

ดร. เอกนิติ เผยประชุม IMF–WBG 2026 ในไทยได้รับเสียงชื่นชม ยอดผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศเกือบ 2 หมื่นคน เดินหน้าดัน GDP ไทยโต 3% พลัส ผ่านการลงทุน ยกระดับทักษะแรงงาน และหนุน SME สู่ห่วงโซ่อุปทานโลก


ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ประเทศไทยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากยอดผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานจากต่างประเทศเกือบ 20,000 คน นับเป็นจำนวนที่สูงที่สุดเท่าที่เคยจัดงานการประชุม IMF World Bank Annual Meetings มา 



ขณะที่ประธานธนาคารโลกและกรรมการผู้จัดการใหญ่ IMF ได้กล่าวแสดงความชื่นชมอย่างมากต่อรัฐบาลไทยและประชาชนคนไทย โดยย้ำว่าการบริหารจัดการประชุมที่เป็นมาตรฐานสากลได้สร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงแก่ผู้เข้าร่วมจากนานาชาติ โดยผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ต่างแสดงความประทับใจและยืนยันว่าต้องการกลับมาเยือนประเทศไทยอีกอย่างแน่นอน


นอกจากนี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ IMF ยังได้กล่าวขอบคุณและชมเชยความร่วมมือของชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทย ที่ได้นำผ้าไทย ผ้าขาวม้า และถุงผ้า ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย มาประดับตกแต่งตามผนังห้องประชุมและพื้นที่จัดงาน จนกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจและเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลก 


แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมบนเวทีการเงินระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ และบรรลุเป้าหมายการสร้างความเชื่อมั่นในฐานะเจ้าภาพการประชุมระดับโอลิมปิกทางการเงินที่ได้รับการยกย่องว่าจัดได้ดีที่สุดครั้งหนึ่ง



สำหรับเวทีการประชุมในวันแรก (12 ตุลาคม 2569) ประเทศไทยได้นำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยเหลือประชาชน สร้างงานที่มีคุณภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งประเทศไทยได้นำเสนอโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส และ AI นกกระซิบ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมประชุม โดยมีหลายประเทศแสดงความสนใจที่จะนำแนวทางและระบบดังกล่าวไปใช้เป็นต้นแบบในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศของตน


การประชุมในวันที่สอง (13 ตุลาคม 2569) รัฐบาลไทยได้เป็นผู้จัดและกำหนดเนื้อหาใน 2 การประชุมสำคัญ ได้แก่


1. Building resilience in a fragmented world โดย ประเทศไทยได้แสดงบทบาทเป็น Trusted Connector หรือผู้เชื่อมโยงที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ บนสภาวการณ์ที่โลกกำลังเผชิญการแตกขั้วจากสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้นำองค์กรการเงินระดับโลก ทั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ IMF, ประธานธนาคารโลก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฟินแลนด์ ร่วมขึ้นเวทีเสวนา


2. การถอดบทเรียนพัฒนาการเศรษฐกิจไทย เป็นการฉายภาพพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทยในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เป็นเจ้าภาพครั้งแรกปี 2534 จนถึงปัจจุบันปี 2569 โดยได้ถอดบทเรียน



การประชุมในวันพรุ่งนี้ (14 ตุลาคม 2569) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมนำเสนอ Bangkok Blueprint ซึ่งเป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ของไทยมาต่อยอด โดยเฉพาะความสำเร็จในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และบัญชีม้าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


โดยกุญแจสำคัญของ Bangkok Blueprint คือการสืบต่อแนวคิด Connect the Dots ที่บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในประเทศไปสู่การเชื่อมโยงกับองค์กรการเงินและหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลก เพื่อสร้างกติกาทางการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและป้องกันการหลอกลวงข้ามชาติ



ส่วนกรณีที่ IMF ได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยขึ้นมาอยู่ที่ 2.1%  ดร. เอกนิติ ระบุว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้ดีกว่าตัวเลขดังกล่าวอย่างแน่นอน ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจที่ใช้การลงทุนนำ (Investment-Led Growth) เพื่อยกระดับศักยภาพประเทศ โดยมีแนวทางหลัก 2 ประการ ได้แก่


1. การยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill) โดยการลงทุนจากต่างชาติจะต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะของคนไทย เพื่อให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


2. การดึง SME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) โดยผลักดันให้ผู้ประกอบการ SME ไทยเข้าไปอยู่ในระบบการผลิตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI, เกษตรสมัยใหม่, อุตสาหกรรมอาหาร และการบริการทางการแพทย์


ทั้งนี้รัฐบาลร่วมกับภาคเอกชนได้ตั้งเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อน GDP ของประเทศไทยให้ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% พลัสอย่างเร็วที่สุด เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งให้ได้

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง