รีเซต

ศป.กฉ. บูรณาการทุกภาคส่วน ลงพื้นที่หาดใหญ่ ฟื้นฟูทุกมิติ ระบบพื้นฐาน

ศป.กฉ. บูรณาการทุกภาคส่วน ลงพื้นที่หาดใหญ่ ฟื้นฟูทุกมิติ ระบบพื้นฐาน
TNN ช่อง16
30 พฤศจิกายน 2568 ( 16:23 )
2

วันนี้ ( 30 พฤศจิกายน 2568 ) เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ครั้งที่ 5/2568 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ และนางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ เข้าร่วมด้วย สรุปสาระสำคัญดังนี้  

นายสิริพงศ์ฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวว่า พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ผู้แทน ศป.กฉ.ส่วนหน้าได้รายงานการฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนหลังภัยพิบัติ ว่า ฝนตกมีปริมาณน้อยลงและปริมาณน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3-4 เมตร หากมีฝนตกสามารถระบายออกได้ ขณะนี้ส่วนหน้าได้ปรับภารกิจจากการกู้ภัยเป็น “การฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชน” โดยภายใน 48 ชั่วโมงย้อนหลังได้นำระบบ Jitasa.care มาช่วยเสริมในการตรวจสอบ (double check) พบว่าได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วกว่า 1.8 หมื่นราย แม้ว่าน้ำลดลงแล้ว ยังมีการแจกอาหารน้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ได้ดำเนินการตั้ง “คลินิกเยียวยาจิตใจ” ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชาชนในศูนย์พักพิงประมาณ 14,500 คน ด้านการแก้ไขระบบสาธารณูปโภคนั้น ได้ประสานและติดตามความคืบหน้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทุกระบบกลับมาใช้การได้ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2568

ผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพิ่มจุดพักขยะใน 4 โซนที่ได้แบ่งไว้ และให้ดำเนินการขนย้ายขยะในตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรในช่วงกลางวัน ซึ่งปัจจุบัน อบจ.สงขลา ได้ดำเนินการแบ่งเครื่องจักรเป็น 5 ชุด ประกอบด้วย รถ 10 ล้อ รถตัก รถน้ำ และกำลังพลลงพื้นที่ทำความสะอาดอย่างต่อเนื่องตามเขตพื้นที่ที่ได้แบ่งไว้แล้ว และจะมีกำลังพล อส. ทหาร จากส่วนหน้ามาช่วยทำความสะอาดเพิ่มเติมในแต่ละโซน

ประเด็นการย้ายรถยนต์ในพื้นที่น้ำท่วมนั้น ตำรวจในพื้นที่ได้รับมอบหมายจาก ศป.กฉ.ส่วนหน้า ทำภารกิจย้ายรถที่กีดขวาง ปัจจุบันมีพื้นที่รองรับการขนย้ายแล้ว และจะประสานกับ สนทช. เพื่อขยายพื้นที่ให้มากขึ้น โดยได้ประสานทำความเข้าใจกับพื้นที่เรื่องการใช้อุปกรณ์ยกรถให้ถูกวิธีแล้ว โดยตลอดคืนที่ผ่านมา ตำรวจในพื้นที่ได้ดำเนินการเปิดช่องทางให้สามารถสัญจรได้มากขึ้น ส่วนการควบคุมอาชญากรรมได้มีการระดมกำลังตำรวจนอกพื้นที่มาช่วยควบคุม โดยจะเน้นการใช้อุปกรณ์เครื่องมือจากนอกพื้นที่ เนื่องจากรถสายตรวจในพื้นจมน้ำหมด สำหรับการส่งศพคืนญาตินั้น ได้ดำเนินการประสานกับคณะแพทย์ยืนยันว่ามีความพร้อม

ด้าน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ประสานบริษัทประกันภัยต่าง ๆ แล้ว เรื่องรถยก โดยปัจจุบันบริษัทประกันภัยมีรถยกขนาดเล็กอยู่ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80-90 คัน กำลังประสานงานกับส่วนหน้าในเรื่องพื้นที่จอดพักรถ สำหรับการเคลมประกันภัยขณะนี้ ประชาชนผู้เอาประกันภัยทยอยแจ้งเคลมมาเป็นระยะ แต่เป็นช่วงเริ่มการติดต่อระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย ซึ่งยังไม่มีเรื่องร้องเรียน

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้สนับสนุนยานพาหนะเพื่อขนส่งสิ่งของตามที่มีผู้บริจาค จากพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศดอนเมืองไปส่งหาดใหญ่ นอกจากนี้ จัดเตรียมพื้นที่สำหรับจอดรถ สำหรับรถที่ประสบภัยที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาแห่งที่1 และ แห่งที่ 2 (หาดใหญ่) และมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจ ช่วยลดน้ำท่วม” เพื่อดำเนินการตรวจซ่อมสภาพรถยนต์จักรยานยนต์ที่มีความเสียหายไม่มาก โดยจะให้บริการตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป และจะขยายศูนย์ฯ ไปยังจังหวัดรอบ ๆ ต่อไป

ผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการลงข้อมูลทะเบียนรถ เพื่อให้เจ้าของรถสามารถค้นหาตรวจสอบรถของตนเองได้ โดยต้องทำทะเบียนคลุมไว้ทั้งหมด และอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ กรมการขนส่งและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่าเจ้าของรถสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาที่ 2 แห่ง หรือโทร. สอบถาม ที่โทรสายด่วน 1584 1599 และ 191

นายสิริพงศ์ฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ตรวจสอบเบอร์โทรต่าง ๆ เมื่อประชาชนติดต่อเข้ามา ต้องมีคนรับสายให้ข้อมูลได้แน่นอน รวมทั้งให้เร่งประชาสัมพันธ์จุดซ่อมรถนอกจากนี้ ขอให้ส่วนหน้าดำเนินการสำรวจบ้านชั้นเดียว โดยเฉพาะเขต 8 เรื่องผู้เสียชีวิต รวมทั้งการทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับชุมชนดังกล่าว สำหรับเรื่องรายงานผู้เสียชีวิตในแต่ละวัน จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ทำการรายงานสรุปยอดในเวลา 16.00 น.  

ด้านกรมโยธาธิการและผังเมืองรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการซ่อมแซมอาคารหลังน้ำลด โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สงขลาเพื่อจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานสำหรับการตรวจสอบอาคาร” คาดว่าจะมีการเตรียมระบบอุปกรณ์และฐานข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยหากพื้นที่ใดพร้อม ทีมงานจะสามารถเข้าดำเนินการได้ทันที

กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ระดมช่างฝีมือในเครือข่ายลงพื้นที่ไปให้บริการซ่อมแซม รถจักรยานยนต์ ซ่อมเครื่องมือ เครื่องยนต์เล็กการเกษตร สร้างอุปกรณ์ไฟฟ้า และตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งในจังหวัดสงขลาจะมีจุดให้บริการอยู่ 5 จุด คือ 1.วัดเกาะเสือ 2. บริษัทสยามแบตเตอรี่ หาดใหญ่ 3.โรงเรียนแสงทองวิทยา 4.โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา และ 5. เทศบาลเมืองหาดใหญ่ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษาลงพื้นที่ให้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ 

สำหรับการกำจัดซากสัตว์ กรมปศุสัตว์สามารถกำจัดซากสัตว์ได้แล้ว ได้แก่ ซากโคกระบือและแพะประมาณ 200 ตัว สุกร 25 ตัว และสัตว์ประเภทอื่น ๆ อีกประมาณ 20 ตัว ทั้งนี้ การกำจัดซากสัตว์ดำเนินการในสองพื้นที่หลัก ได้แก่ ด่านกักกันสัตว์ และพื้นที่ของเอกชนที่ให้การสนับสนุน โดยพื้นที่ที่นำไปกำจัดจะอยู่ห่างจากชุมชนเพื่อความปลอดภัย คาดดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 - 3 วัน

ส่วนเรื่องการจ่ายน้ำประปาในพื้นที่หาดใหญ่ พบว่าการประปาส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการแล้วประมาณ 45% ของพื้นที่ ครอบคลุมโรงพยาบาลหาดใหญ่ รวมทั้งบริเวณตลาดกิมหยง และจะเพิ่มการจ่ายน้ำประปาไปยังพื้นที่อื่น ๆ เช่น สนามบิน และพื้นที่รอบข้าง ส่วนเมืองสงขลาจะดำเนินการจ่ายน้ำประปาไปที่สถานีโคกสูงภายในวันนี้ โดยจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมสถานีสูบน้ำให้ครบทั้งหมด คาดว่าจะสามารถจ่ายน้ำได้ครบทั้งหาดใหญ่และสงขลาในอีก 2 - 5 วันข้างหน้า

ทั้งนี้ จำนวนผู้ขอรับความช่วยเหลือ ปภ. รายงานว่ามีแนวโน้มลดลงอย่างมาก และเรื่องที่ร้องขอส่วนใหญ่เป็นเรื่องการสนับสนุนการเก็บกวาด ทำความสะอาดพื้นที่และสิ่งของที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทาง ปภ. ได้ระดมทรัพยากรและกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเตรียมนำแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เข้ามาใช้สำหรับยืนยันข้อมูลของผู้ประสบอุทกภัย เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนการจ่ายเงินเยียวยานั้น กรมการปกครองจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด  


สำหรับความคืบหน้าการจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนให้กับประชาชนพบว่า สามารถจ่ายไฟได้แล้ว 85 - 86% และเหลือผู้ใช้ไฟประมาณกว่า 23,500 รายที่อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ โดยพื้นที่สำคัญ ๆ อย่างโซนธุรกิจ ได้มีการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าเกือบสมบูรณ์ 100% แล้ว ทั้งนี้ ภายใน 1 - 2 วันข้างหน้า การไฟฟ้าฯ จะพยายามจ่ายไฟคืนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้บางพื้นที่ที่ยังไม่สามารถจ่ายไฟได้นั้น เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบและแก้ไขให้ปลอดภัยก่อนจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ ล่าสุดการไฟฟ้านครหลวงจะเข้าร่วมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วย

ด้านกองทัพเรือรายงานว่า เรือหลวงอ่างทองได้กำหนดเวลาออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ เวลา 08.00 น. หากหน่วยงานใดมีความประสงค์จะฝากสิ่งของบริจาคเพื่อส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา กองทัพเรือพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือของสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่ามีโครงการสินเชื่อส่งเสริมการจ้างงานเพื่อผู้ประกันตน ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่กรกฎาคม 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้นายจ้างจ้างงานผู้ประกันตน โดยมีสถานประกอบการเข้าร่วมประมาณ 500,000 ราย มีเงื่อนไขต้องจ่ายเงินสมทบติดต่อกัน 12 เดือน  มี ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ 7 แห่ง คือ ธ.ก.ส. EXIM Bank  ธ.กรุงไทย ธ.กรุงเทพ UOB ธ.ไทยเครดิต และ ธ.ทหารไทยฯ ที่จะเริ่มในธันวาคมนี้

โดยเงื่อนในการปล่อยสินเชื่อคือให้สำหรับสถานประกอบการที่มีผู้ประกันตนแยกตามขนาดของสถานประกอบการที่มีผู้ประกันตน วงเงินจะแบ่งเป็น 15 ล้านบาท 30 ล้านบาท และไม่เกิน 50 ล้านบาท สำหรับอัตราดอกเบี้ย สำนักงานประกันสังคมได้ทำเอ็มโอยูไว้กับทั้ง 7 ธนาคาร

ด้าน กสทช. รายงานว่า ในพื้นที่ที่ยังไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ได้ใช้ระบบดาวเทียมเข้าไปสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนสามารถสื่อสารและติดต่อกันได้ หาก กฟภ. สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ครบทั้ง 8 จุด ระบบสื่อสารจะสามารถกลับมาครอบคลุมได้เต็ม 100% ภายในวันนี้ ส่วนมาตรการลดค่าบริการนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อให้โอเปอเรเตอร์ต่าง ๆ นำไปปฏิบัติ นอกจากนี้ จะปรับปรุงและวางโครงข่ายเสาสัญญาณใหม่ในบางพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและรองรับสถานการณ์ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง