ฝักบัวน้ำเบาลงเรื่อยๆ เพราะหินปูนอุดรู แช่อะไรได้บ้าง ใช้ฝักบัวมาไม่นาน แต่น้ำที่ออกมาเบาลงจนเหมือนยืนอาบน้ำใต้สายฝนอ่อนๆ ทั้งที่ฝักบัวยังดูใหม่ไม่มีอะไรแตกหัก ก่อนตัดสินใจซื้ออันใหม่ ลองโน้มตัวมองรูพ่นน้ำดูก่อน ถ้าเห็นคราบขาวขุ่นเกาะรอบรู หรือน้ำพุ่งออกกระจายไม่สม่ำเสมอ ปัญหาอยู่ที่หินปูนอุดรู ไม่ใช่ที่แรงดันน้ำ — และแก้ได้เองที่บ้านด้วยของในครัว หินปูนมาจากไหน ทำไมถึงไปอุดฝักบัว น้ำประปาทั่วไปมีแร่ธาตุปนอยู่ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะแคลเซียมและแมกนีเซียม เมื่อน้ำผ่านรูพ่นแล้วระเหยออกไป แร่ธาตุพวกนี้จะตกตะกอนทิ้งไว้เป็นคราบขาวหรือขาวขุ่นที่เรียกว่าหินปูน (limescale) แต่ละครั้งที่ใช้จะสะสมบางมากจนไม่เห็น แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ ทีละรูก็ถูกอุดจนน้ำออกได้น้อยลง สังเกตได้จากสองอาการหลัก คือคราบขาวขุ่นรอบรูพ่นน้ำ และน้ำที่พุ่งออกไม่ตรงทิศ บางรูออกแรง บางรูแทบไม่ออก ยิ่งน้ำในพื้นที่มีความกระด้างสูง ยิ่งสะสมเร็ว 3 วิธีแช่ล้างหินปูนด้วยของในบ้าน วิธีที่ 1 — แช่น้ำส้มสายชู (ถุงพลาสติก) เหมาะสำหรับฝักบัวที่ถอดออกไม่ได้หรือไม่อยากถอด เตรียมน้ำส้มสายชูขาวล้วน ไม่ต้องเจือจาง ใส่ถุงซิปล็อกหรือถุงพลาสติกใบใหญ่ให้พอท่วมหัวฝักบัว สวมถุงขึ้นแล้วมัดยางรัดที่ก้านฝักบัว ให้หัวจมน้ำส้มสายชูทั้งหมด ทิ้งไว้อย่างน้อย 4–6 ชั่วโมง หรือแช่ข้ามคืนถ้าหินปูนหนาเป็นพิเศษ วิธีที่ 2 — แช่น้ำมะนาว เหมาะถ้าไม่มีน้ำส้มสายชูหรืออยากใช้กลิ่นเบากว่า คั้นมะนาว 2–3 ลูกต่อน้ำ 1 ลิตร คนให้เข้ากัน ถอดหัวฝักบัวออกแล้วแช่ในอ่างหรือชามที่มีน้ำมะนาวให้ท่วมมิด แช่นาน 1–2 ชั่วโมง ถ้าคราบหนาเพิ่มเป็น 3–4 ชั่วโมง ฤทธิ์กรดของมะนาวละลายหินปูนได้ดีพอๆ กับน้ำส้มสายชู เพียงแต่ต้องใช้ปริมาณมะนาวมากกว่าเพราะความเข้มข้นต่ำกว่า วิธีที่ 3 — น้ำส้มสายชูผสมเบกกิ้งโซดา เหมาะถ้าคราบหนาและดื้อเป็นพิเศษ หรือมีสนิมสีน้ำตาลปนอยู่ด้วย ใส่น้ำส้มสายชูขาวลงในถุงหรืออ่างก่อน แล้วโรยเบกกิ้งโซดาลงไปช้าๆ (สัดส่วนประมาณ น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย : เบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ) ระวังฟองพุ่ง แช่ฝักบัวในส่วนผสมที่ยังเดือดอยู่ ทิ้งไว้ 30–45 นาที ฟองจะช่วยดันคราบออกจากรูแคบ สำหรับฝักบัวสแตนเลสหรืออลูมิเนียม ไม่แนะนำให้แช่น้ำส้มสายชูเข้มข้นนานเกิน 30 นาที เพราะอาจทำให้ผิวหน้าของวัสดุเสียหายได้ ใช้น้ำส้มสายชูเจือจาง 1:1 กับน้ำแทน หลังแช่แล้ว ทำยังไงต่อให้น้ำกลับมาแรง แค่แช่อย่างเดียวยังไม่พอถ้าคราบหนาติดแน่น ขั้นตอนหลังแช่สำคัญไม่แพ้กัน เปิดน้ำแรงๆ ล้างออก 1–2 นาที เพื่อดันเศษหินปูนที่หลุดออกแล้วให้ไหลออกไปจากรูทั้งหมด อย่าเพิ่งปิดน้ำเร็ว ใช้แปรงสีฟันเก่าขัดรูที่ยังค้าง กรณีที่เปิดน้ำแล้วยังพ่นกระจายไม่สม่ำเสมอ ใช้ขนแปรงสอดเข้าไปในรูแต่ละรูเบาๆ คราบที่นุ่มแล้วหลังแช่จะหลุดออกง่าย เช็ดหัวฝักบัวให้แห้งก่อนเก็บ ถ้าถอดออกมาแช่ ห้ามปล่อยทิ้งไว้เปียก เพราะจะมีหินปูนชั้นใหม่สะสมทันที เคล็ดป้องกันไม่ให้หินปูนกลับมาเร็ว: ใช้ผ้าหรือฟองน้ำแห้งเช็ดหัวฝักบัวทุกครั้งหลังอาบน้ำ ไม่ต้องทุกรู แค่ปาดๆ ให้ไม่มีน้ำขังค้างอยู่ก็ช่วยได้มาก และตั้งไว้เป็นรูทีนล้างด้วยน้ำส้มสายชูทุก 1–3 เดือนก่อนที่หินปูนจะหนาจนแกะยาก ฝักบัวแบบไหนถอดได้ แบบไหนต้องแช่ทั้งหัว ฝักบัวส่วนใหญ่มีสองแบบ ฝักบัวที่ถอดหัวออกได้มักมีน็อตหรือตัวหมุนตรงจุดที่ต่อกับก้าน หมุนทวนเข็มนาฬิกาเบาๆ ถ้าหลุดออกมาได้แสดงว่าถอดได้ ให้แช่ทั้งหัวในอ่างแยกต่างหาก ควบคุมสัดส่วนและเวลาได้ดีกว่า ฝักบัวที่ถอดไม่ได้หรือไม่ต้องการถอด ให้ใช้วิธีถุงพลาสติกมัดที่ก้าน ประสิทธิภาพไม่ต่างกันมาก แค่ต้องมั่นใจว่าหัวจมน้ำส้มสายชูครบ ไม่มีส่วนที่โผล่พ้นน้ำ ฝักบัวน้ำเบาลงไม่ได้แปลว่าพังหรือหมดอายุเสมอไป — ส่วนใหญ่แค่ต้องการล้างหินปูนออก แช่ครั้งเดียวก็อาจได้ฝักบัวที่พ่นน้ำแรงสม่ำเสมอกลับมาโดยไม่ต้องควักกระเป๋าเลย ลองทำวันนี้เลยก็ได้ ของที่ต้องใช้มีอยู่ในครัวทุกบ้านอยู่แล้ว แล้วบอกต่อให้คนในบ้านรู้วิธีนี้ไว้ด้วย จะได้ไม่โยนฝักบัวดีๆ ทิ้งโดยใช่เหตุ รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. แท็ก: #ฝักบัว #หินปูน #น้ำส้มสายชู #ทำความสะอาด #ไลฟ์แฮ็ก #บ้าน #ประหยัด #DIY เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !