เราโตมากับความคิดว่า ชีวิตที่ดี คือชีวิตที่ต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ ต้องพัฒนา ต้องแก้ไข ต้องเก่งขึ้น ต้องแข็งแรงขึ้น ต้องไปให้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ จนวันหนึ่ง… เราเหนื่อยโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะชีวิตแย่ แต่เพราะเรา ไม่เคยอนุญาตให้ตัวเอง “พอ” เราเคยเชื่อว่า ถ้าไม่แก้ แปลว่าไม่เอาไหน ถ้าไม่พัฒนา แปลว่าหยุดนิ่ง ถ้าไม่พยายาม แปลว่าแพ้ แต่ไม่มีใครเคยบอกเราว่า ความสุขบางรูปแบบ ไม่ต้องการการแก้ไขใด ๆ เลย ความสุขที่ไม่ต้องแก้ อาจเป็นแค่… วันที่ตื่นมาแล้วไม่ได้เกลียดตัวเอง วันที่กินข้าวได้โดยไม่รู้สึกผิด วันที่ไม่ได้รู้สึกว่าต้องพิสูจน์อะไรกับใคร วันที่ไม่รู้สึกอยากหนีจากชีวิตตัวเอง มันไม่ใช่ความสุขแบบตื่นเต้น ไม่ใช่ความสุขที่ต้องเล่าให้ใครฟัง แต่เป็นความสุขที่ทำให้ใจ ไม่ตึง เราใช้ชีวิตมานาน โดยคิดว่าทุกความไม่สมบูรณ์คือ “ปัญหา” ทั้งที่จริง ๆ แล้ว บางอย่างเป็นแค่ สภาพธรรมดาของมนุษย์ ความเหนื่อย ความสับสน ความไม่แน่ใจ ความรู้สึกเฉย ๆ สิ่งเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องถูกแก้เสมอไป เราไม่จำเป็นต้อง แก้ความเศร้าให้หาย แก้ความเหงาให้หมด แก้ความไม่เก่งให้เก่งขึ้นทันที บางครั้ง แค่ยอมรับว่า “ตอนนี้มันเป็นแบบนี้” ก็เพียงพอแล้ว ความสุขในรูปแบบนี้ ไม่หวือหวา ไม่ส่งเสียง แต่มั่นคง มันคือวันที่เราไม่รู้สึกว่าตัวเอง “พัง” แค่เพราะยังไม่ดีพอในสายตาใคร ถ้าวันนี้ คุณไม่ได้รู้สึกอยากแก้อะไรเลย ไม่ได้อยากพัฒนาตัวเอง ไม่ได้อยากผลักดันชีวิต นั่นไม่ได้แปลว่าคุณถอยหลัง แต่มันอาจหมายถึงว่า คุณกำลัง พักในจุดที่ไม่เจ็บ และบางครั้ง นั่นคือความสุขที่แท้จริงที่สุดแล้ว ขอบคุณภาพประกอบจาก : pixabay ภาพปก โดย StockSnap จาก pixabay ภาพที่ 1 โดย mailai จาก pixabay ภาพที่ 2 โดย StockSnap จาก pixabay ภาพที่ 3 โดย Abbat1 จาก pixabay ภาพที่ 4 โดย cocoparisienne จาก pixabay