รีเซต

รพ.เมตาเวิร์ส กุญแจดอกใหม่ เสริมการแพทย์ไทยในยุคดิจิทัล

รพ.เมตาเวิร์ส กุญแจดอกใหม่ เสริมการแพทย์ไทยในยุคดิจิทัล
TNN ช่อง16
25 เมษายน 2565 ( 21:35 )
107
รพ.เมตาเวิร์ส กุญแจดอกใหม่ เสริมการแพทย์ไทยในยุคดิจิทัล


นับตั้งแต่โลกได้รู้จักคำว่า Metaverse หรือจักรวาลนฤมิต หลากหลายอุตสาหกรรมต่างพากันพัฒนาธุรกิจของตนเอง เพื่อก้าวเข้าสู่แพลตฟอร์มของโลกเสมือนจริง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) , อสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงวงการการแพทย์ด้วย ที่เริ่มก่อตัวเป็นโรงพยาบาลเมตาเวิร์สโดยนิยามการรักษาในรูปแบบนี้ว่า "Meta Med"


ซึ่งประเทศไทยก็เริ่มมีการรักษาผ่านโลกเสมือนจริงแล้วเช่นกัน ที่โรงพยาบาลสินแพทย์ ซึ่งผนึกกำลังกับบริษัท เมตาเวิล์ด จํากัด นอกจากนี้ยังมี Rayong HealthCare Hospital Thailand (RHCHT) ที่เตรียมเปิดตัวเร็ว ๆ นี้อีกด้วย 


แนวคิดหลักของการเป็น Metaverse Hospital 


ศูนย์การแพทย์ Metaverse ของไทย มีแนวคิดหลักคือต้องการลดความแออัดของคนไข้ที่ต้องมารอคิวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน รวมถึงต้องการให้คนไข้เข้าถึงการรักษา โดยเริ่มจากการวินิจฉัยโรคให้เร็วท่ีสุด 


ช่วยทำให้คนไข้เข้าถึงการบริการและช่วยส่งเสริมให้การซักประวัติของแพทย์สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งความสะดวกนี้ ก็จะส่งต่อมาจนถึงโลกจริง เช่นการนัดหมายต่าง ๆ ทำให้คนไข้สามารถที่จะระบุเวลา กรอกประวัติก่อนและรอฟังผลได้ โดยใช้เวลาในโรงพยาบาลลดลง


นอกจากนี้ คนไข้บางคนต้องเดินทางมาไกลกว่าจะเข้ามานัดถึงแพทย์เฉพาะทางได้ อาจจะใช้เวลาหลายเดือน หรือเวลาที่มาอยู่โรงพยาบาลเองใช้เวลาหลายชั่วโมงหรืออาจจะเป็นค่อนวันหรือทั้งวัน Meta Med จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ให้การรักษา การบริการทางการแพทย์ โดยเชื่อมระหว่างโลกเสมือนหรือ Metaverse กับโลกแห่งความเป็นจริงเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ


ทพ.ฐิติ ชนะภัย ผู้บริหารโรงพยาบาลสินแพทย์ 

 

Meta Med และ Telemedicine แตกต่างกันอย่างไร 


“Telemedicine หรือการรักษาทางไกล เป็นแค่พาร์ทหนึ่งเล็ก ๆ แต่สำคัญมากใน Meta Med หรือการรักษาในโลกเสมือนจริง Telemedicine มีมานานมากแล้ว แต่ไม่ได้ตอบโจทย์การรักษาทางการแพทย์ทั้งหมด การทำหัตถการบางอย่างยังเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลเหมือนเดิม การตรวจร่างกายหมอทำไม่ได้เต็มที่ เพราะฉะนั้นการที่ Meta Med คือระบบนิเวศใหม่ ที่เชื่อมระหว่างการทำ Telemedicine และการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล ซึ่งจะมีพาร์ทอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ในเรื่องของการส่งยาไปให้ ในกรณีที่คนไข้กลับไปแล้ว Meta Med มาดูตรงนี้ มันต้องดูเรื่องของการนัดหมายของแพทย์ ต้องเหมาะสมกับรักษาพยาบาลของคนไข้ด้วย 


หรือมันต้องมีพาร์ทอื่น ๆ อย่างเช่น ประกัน คนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ชำระค่าเสียหายของเขา ธนาคาร สินเชื่อและธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมายที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องได้” พันตรี นพ.ธนาพงษ์ สมกิจรุ่งโรจน์ CEO METAMED กล่าว


เช่นเดียวกับ นพ. กิตติศักดิ์ พิมลพรอังกูร CEO & Founder RHCHT & Healthcare Metaverse ระบุว่า “Telemedicine เดิมเป็นแค่ผู้ป่วยพบกับหมอ แล้วก็จบ อาจจะมีการส่งยานิดหน่อย แต่ของผมไม่ใช่ เรามีการส่งต่อผู้ป่วยไปตามโรงพยาบาลเครือข่ายเราตามจังหวัดต่าง ๆ ตามพื้นที่เขา ผู้ป่วยเดิมใกล้โรงพยาบาล A แต่หมอเฉพาะทางเราดูแล้วว่า โรงพยาบาล A ไม่ต้องไป เพราะว่าเขาไม่มีห้องผ่าตัด คุณก็ต้องไปโรงพยาบาล B เลย เพื่อไปผ่าตัด อย่างนี้แหละครับ มันจะครบลูปมากกว่า Telemedicine” 


นพ. กิตติศักดิ์ พิมลพรอังกูร CEO & Founder RHCHT & Healthcare Metaverse

 

เทคโนโลยีใน Meta Med


เทคโนโลยีหลักของการรักษาแบบโลกเสมือนจริง ก็คือ Blockchain และเทคโนโลยีอื่น ๆ เข้ามาเสริม ไม่ว่าจะเป็น GPS เพื่อให้ทราบว่าคนไข้อยู่ตรงไหน หรือเทคโนโลยี Timematch รวมไปถึง Virtual Reality (VR) , Augmented Reality (AR) และ Metaverse ที่จะทำให้คนไข้เข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น


นอกจากนี้ ยังมีระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) ที่จะช่วยในการวิเคราะห์ แล้วก็เรียนรู้ทางด้านการแพทย์เพื่อเก็บข้อมูล เมื่อมีการเก็บข้อมูลซ้ำ ๆ นับร้อยนับพันครั้ง ระบบจะเกิดความแม่นยำ ซึ่งความแม่นของ AI นี้ จะเป็นตัวช่วยแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแพทย์ 

จำลองเหตุการณ์การรักษาบนโลกเสมือนจริง

 

ขั้นตอนการเข้ารักษาแบบ Metaverse


  1. 1. เข้าแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ของศูนย์การแพทย์ Metaverse แต่ละแห่ง และทำการยืนยันตัวตน 

  2. 2. ระบบ AI จะทำการคัดกรองอาการในเบื้องต้นว่าควรพบแพทย์ด้านใด

  3. 3. พูดคุยกับแพทย์ ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของการโทรคุยปกติ วิดีโอคอลหรือผ่านตัวอวาตาร์ก็ได้

  4. 4. แพทย์ประเมินอาการ หากไม่ร้ายแรง จะให้คำปรึกษาและส่งยาให้ที่บ้าน พร้อมติดตามอาการผ่านการสื่อสาร แต่หากเป็นกรณีที่ผู้รับบริการมีความเสี่ยงหรืออาการน่าเป็นห่วง จะมีการนัดหมายเพื่อให้ผู้รับบริการเข้ามารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล โดยไม่จำเป็นต้องกรอกประวัติซ้ำหรือรอคิวให้เสียเวลา


จำลองเหตุการณ์การรักษาบนโลกเสมือนจริง

 

 

การรักษาแบบ Metaverse จะเข้ามาแทนที่โรงพยาบาลจริง  ได้หรือไม่ ? 


“ผมตอบเลยว่าไม่ โรงพยาบาล Metaverse ไม่ได้มาแทนที่ แต่ Meta Med ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่แค่โรงพยาบาล จะมาทำให้คนดีขึ้น มาแก้ข้อจำกัดทำให้ชีวิตคนดีขึ้น” พันตรี นพ.ธนาพงษ์ 


“การจะมาแทนที่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะก็ยังต้องทรีตเมนต์ในโรงพยาบาลปกติอยู่ดี เพียงแต่ว่าสิ่งที่เราทำ เราทำให้มันมีช่องทางในการเข้าถึงคุณหมอ เข้าถึงการแพทย์ได้มากขึ้นของคนปกติ” คุณดิษย์วรินทร์ สายพนัส ผู้ก่อตั้ง Kasetnow CTO & Co-Founder RHCHT & Healthcare Metaverse

พันตรี นพ.ธนาพงษ์ สมกิจรุ่งโรจน์ CEO METAMED

 

คนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี จะเข้ามารับบริการแบบ Meta Med ได้อย่างไร 


ทพ.ฐิติ ชนะภัย ผู้บริหารโรงพยาบาลสินแพทย์ กล่าวว่า “ประสิทธิภาพในการรักษาขึ้นอยู่กับข้อมูล ขึ้นอยู่กับการสื่อสารมากกว่า เทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบ แต่ว่าหลัก ๆ ประสิทธิภาพในการรักษาขึ้นอยู่กับการที่แพทย์กับคนไข้ได้ปฏิสัมพันธ์กัน คือถ้าเกิดคนไข้ให้ประวัติได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน ความแม่นยำของการรักษาก็จะเพิ่มขึ้น”


ด้านผู้บริหาร MetaMed เปิดเผยว่า ในช่วงแรกกลุ่มที่เข้ามาก่อนอาจจะเป็นกลุ่มที่เป็น Digital First หรือ Digital Native แต่คนกลุ่มนี้ก็จะไปทำให้คนรุ่นคุณลุงคุณป้าสามารถค่อย ๆ เข้าถึงมากขึ้น


ซึ่งในปัจจุบันหาคนที่ไม่มีมือถือค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้น แค่มีโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถเข้าถึงการรักษาแบบ Meta Med ได้แล้ว 


สรุปได้ว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน อาจจะยังไม่เพียงพอที่ทำให้เราสามารถรักษาผ่าน Metaverse ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า Metaverse ในยุคเริ่มต้น ก็มีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกคน ลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดเวลาที่ต้องไปรอคิว และอยู่ในการพิจารณาของแพทย์ในเวลาอันรวดเร็ว ภายใต้ระบบนิเวศที่ครบครันมากกว่าการรักษาทางไกล 


ซึ่งคงต้องจับตากันต่อไป ว่านอกจากวงการแพทย์แล้ว Metaverse จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือเปลี่ยนหน้าตาของโลกใบนี้อย่างไรในอนาคต 


คุณดิษย์วรินทร์ สายพนัส ผู้ก่อตั้ง Kasetnow CTO & Co-Founder RHCHT & Healthcare Metaverse

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง