ถ้าพูดถึงความปรารถนาแล้ว เราทุกคนมีสิ่งที่ต้องการอยู่ในใจ แต่ก็ยังไปไม่ถึง เราได้แต่สงสัยว่าจิตดลบันดาลเพราะสิ่งที่เราเชื่ออาจเป็นเรื่องเหลวไหล เพราะแค่ความเชื่ออาจยังไม่พอ แต่ต้องอาศัยการลงมือทำ การรักตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นคนรวยก่อน รวมถึงการปราศจากความลังเลและความกังขาในตัวเองด้วย Roxie Nafousi จะมาไขข้อสงสัยด้วยการพาเราดำดิ่งถึงจิตใจเบื้องลึกของเรา ด้วยแบบทดสอบพร้อมชุดคำถามถึงจิตใจเบื้องลึกที่เราอาจไม่เคยถามตัวเองมาก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อให้จิตดลบันดาลทำงานให้เราไปถึงสิ่งที่เราปรารถนาได้ใกล้ที่สุด ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์ ได้เรียนรู้ว่าการขอบคุณตัวเองในเรื่องที่ดีที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ช่วยเพิ่มอารมณ์ High Vibes (ความรู้สึกที่ดี) ได้ ไม่ว่าจะกินของอร่อย ได้พูดคุยกับคนที่ถูกชะตา หรือแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของคนรู้จักทาง Social Media เหล่านี้มันช่วยเพิ่มความสามารถของจิตดลบันดาลได้จากความสำนึกรู้คุณ ได้เรียนรู้ว่าเราต้องนำวิชั่นบอร์ดไปเก็บ เพราะการจะใช้จิตดลบันดาลสิ่งใดเข้ามาในชีวิต คุณจำเป็นต้องรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ความรู้สึกที่เราไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่แค่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นในแบบที่มันควรเป็น ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่มาพร้อมพลังงานไฮไวบ์นี้จะทำให้เราไม่เหลือพื้นที่ไว้สำหรับข้อกังขา ไม่พยายามบังคับให้สิ่งต่าง ๆ เข้าที่เข้าทาง ได้เรียนรู้ว่าการดูวิชั่นบอร์ดทุกวัน มันจะทำให้เสี่ยงต่อการพลาดความชัดเจนในจุดหมายปลายทาง ขณะเดียวกันก็ต้องมีความสำนึกรู้คุณอย่างที่สุดกับทุกสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน คงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะอยู่กับปัจจุบัน มีสติ และรู้สึกขอบคุณกับทุกสิ่งที่คุณมีอยู่ หากเอาแต่มองดูเป้าหมายในอนาคตและเฝ้าสงสัยว่ามันจะเป็นจริงได้อย่างไรและเมื่อใด ได้เรียนรู้ว่าการปฏิเสธอิสรภาพในการแสดงออกทางอารมณ์ไม่ใช่การรักตัวเอง การเพิกเฉยหรือไม่ใส่ใจเวลาที่สิ่งต่าง ๆ เริ่มหนักเกินรับไหวหรืออยู่ในภาวะยากลำบาก ไม่ใช่การรักตัวเอง สิ่งที่เป็นการรักตัวเองจริง ๆ ก็คือ การเห็นคุณค่าความรู้สึกของตัวเองและยอมรับ มุ่งมั่นที่จะเดินไปบนเส้นทางแห่งการเยียวยา และจากนั้นก็ยังคงมีความหวังและไว้วางใจว่า อีกด้านหนึ่งของคืนวันอันมืดหม่นนั้นมีการเติบโตและความอุดมสมบูรณ์รออยู่ นั่นคือวิธีที่เรายอมรับภาวะอารมณ์แบบโลว์ไวบ์ของตัวเองได้โดยไม่ต้องไปหมกมุ่นกับมัน เป็นการแสดงออกถึงความรักตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้จิตดลบันดาลของคุณทรงพลังมากยิ่งขึ้น ได้เรียนรู้ว่าจิตดลบันดาลคือการฝึกฝนพัฒนาตนเองในขณะที่เราใช้ชีวิตไป ซึ่งหมายความว่ามันต้องรวมถึงช่วงเวลาขึ้น ๆ ลง ๆ ของชีวิตตามปกติ และความเป็นจริงของการเป็นมนุษย์ การคาดหวังว่าจะต้อง“มีความสุข” อยู่ตลอดเวลาจะทำลายเรา ได้เรียนรู้ว่าเราไม่ได้ใช้จิตดลบันดาลสิ่งที่เราคิด เราใช้จิตดลบันดาลสิ่งที่เราเชื่อ มีแค่การคิดสิ่งหนึ่งซ้ำๆ เป็นระยะเวลานานจึงจะทำให้มันกลายเป็นความเชื่อ ดังนั้น ถ้าความคิดลบเกิดขึ้นในใจคุณ อย่ากังวลว่ามันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตดลบันดาล ได้เรียนรู้ว่าการเอาชนะบททดสอบของจักรวาลได้นั้นทำให้คุณต้องปฏิเสธสิ่งที่ไม่ควรค่ากับตนเอง หากมีใครเชิญให้เราไปงานเลี้ยงอาหารค่ำ เราจะตอบรับ เพราะว่าไม่อยากทำให้ผู้เชิญรู้สึกไม่ดี หากมีใครเสนอขอจ่ายเงินค่าจ้างให้น้อยกว่าที่เรารู้ว่าเราสมควรได้รับ เราจะยอมรับเพราะการปฏิเสธเงินนั้นเป็นไปได้ยาก เมื่อเจ้านายถามว่าเราสามารถรับลูกค้าได้อีกคนไหม เราจะตอบรับเพราะกลัวว่าการปฏิเสธอาจหมายถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ดังนั้น แทนที่จะพูดว่าไม่ เราจึงมักจะตอบว่าได้แทน การพูดตอบรับเมื่อเราต้องการปฏิเสธทำให้เกิดความเครียด ได้เรียนรู้ว่าเราหลายคนยอมตกลงเพื่อให้เรื่องจบไป เราตัดสินใจแบบนี้ในความสัมพันธ์ ในการงาน และในสิ่งที่เราคาดหวังจากชีวิต เราเคยชินกับการ“ทำมันต่อไปเรื่อย ๆ” และเรายอมรับความคิดเก่า ๆ ที่ว่า “ชีวิตเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว แค่หาสิ่งที่ดีที่สุดจากมันให้ได้เท่านั้นก็พอ” เรายอมตกลงให้จบๆ ไปเพราะไม่ได้เชื่อจากใจจริงว่าเรามีคุณค่ามากกว่านี้ เพราะเรากังขาในความเป็นไปได้ที่จะดึงดูดสิ่งที่ดีกว่าเข้ามา เราจึงส่งข้อความไปยังจักรวาลว่าเราจะไม่คาดหวังมากกว่านี้ ในการเอาชนะบททดสอบต่างๆ ของจักรวาล เราต้องเอาชนะนิสัยยอมตกลงให้จบๆไปนี้ให้ได้ ได้เรียนรู้ว่าความริษยาเป็นภาวะอารมณ์โลว์ไวบ์ และตรงข้ามกับแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นภาวะอารมณ์ไฮไวบ์ ความริษยาสะท้อนถึงหลักคิดเรื่องความขาดแคลน ส่วนแรงบันดาลใจสะท้อนหลักคิดเรื่องความอุดมสมบูรณ์ เมื่อเราเปลี่ยนความริษยาเป็นแรงบันดาลใจ เท่ากับเราเปลี่ยนการตอบสนองจากภาวะโลว์ไวบ์ไปเป็นไฮไวบ์ ซึ่งจะช่วยให้เราดึงดูดความอุดมสมบูรณ์มาสู่ชีวิตมากขึ้นตามกฎแห่งแรงดึงดูด เราสามารถฝึกฝนสมองของเราให้ทำเช่นนั้นได้ การจะทำเช่นนี้ได้เราต้องพยายามให้จิตสำนึกรับรู้การมีอยู่ของมันให้ได้ก่อน จากนั้นเปลี่ยนความคิดริษยานั้นให้เป็นแรงบันดาลใจ เช่น แทนที่จะพูดว่า “ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะได้เลื่อนตำแหน่ง ไม่สมควรได้รับเลยสักนิด”ก็ให้บอกกับตัวคุณว่า “ฉันยินดีกับความสำเร็จของเขา และตื่นเต้นมากว่าฉันจะรู้สึกอย่างไรเมื่อฉันได้เลื่อนตำแหน่งบ้าง” ได้เรียนรู้ว่าสมมติว่าอยากใช้จิตดลบันดาลให้ได้งานในฝัน เรามีภาพที่ชัดเจนว่างานนั้นเป็นอย่างไร เราเชื่อมั่นว่าคุณมีค่าควรกับมันและเรารู้สึกว่าได้ทำขั้นตอนต่าง ๆ ครบแล้ว แต่ลึกลงไปเราก็ตัดสินไปแล้วด้วยว่าอยากให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นอย่างไรแบบเฉพาะเจาะจง เราไม่อยากต้องผ่านการสัมภาษณ์งานหลายครั้ง ไม่อยากสู่งานในฝันนั้นบนหนทางถูกปฏิเสธ ไม่อยากเสียสละวิถีชีวิตสายปาร์ตี้ และแน่นอนว่าเราไม่อยากคอยนานเกินไปกว่าที่ข้อเสนองานนั้นจะมาถึง การจะไว้วางใจจักรวาลอย่างแท้จริง เราต้องปล่อยวางความคาดหวังกับสิ่งต่างๆ ในทุกๆ ทาง รวมถึงความคาดหวังว่าชีวิตควรจะดำเนินไปอย่างไร เราต้องมีความเชื่ออย่างไม่สั่นคลอนว่า สิ่งที่เราใช้จิตดลบันดาลจะมาถึงด้วยการยอมตามบนเส้นทางที่จะนำเราไปสู่สิ่งนั้น ได้เรียนรู้ว่าแนวคิดเรื่องการยอมตามอาจดูตรงข้ามกับวิถีการมองภาพให้ชัดเจนของจิตดลบันดาล จิตดลบันดาลเป็นเรื่องของการรู้ว่าตนเองต้องการอะไร จากนั้นก็ปล่อยวาง โดยเราไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องจดจ่ออยู่กับเป้าหมาย ได้เรียนรู้ว่าหลังจากที่เราสร้างวิชั่นบอร์ดเสร็จและหมั่นฝึกฝนสมาธิแบบจินตภาพ จิตใต้สำนึกของเราก็จะทำงานเพื่อพาไปจุดนั้นอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องทำในแต่ละวันคือ ปรับพฤติกรรมของเราให้สอดคล้องกับอนาคต เยียวยาจิตใจ บ่มเพาะความรักตัวเอง ดื่มด่ำกับความสำนึกรู้คุณ และเป็นตัวตนรูปแบบที่ดีที่สุดของเรา จงมุ่งมั่นใส่ใจสิ่งนั้น แต่ไม่ใช่ดูว่ามันจะเกิดขึ้นอย่างไร ได้เรียนรู้ว่าการไว้วางใจในจักรวาลหมายถึงการรู้ว่าคุณต้องการอะไร และมีความเชื่ออย่างไม่สั่นคลอนว่าจิตดลบันดาลจะนำมันมาสู่ชีวิตเรา การไว้วางใจนั้นคือ “ความรู้สึกล่วงรู้” เราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่รู้ว่ามันจะต้องเกิดขึ้น ได้เรียนรู้ว่าจิตดลบันดาลไม่ใช่เรื่องของการควบคุม แต่เป็นเรื่องของการยอมตาม เราต้องปล่อยวางการรอคอย และอย่ายอมให้ความไม่อดทนรอขัดขวางจังหวะเวลาอันเหมาะสม (Divine Timing) ได้เรียนรู้ว่าการพยายามบังคับให้บางสิ่งเกิดขึ้นหรือตั้งใจมากเกินไปให้มันเกิด ยิ่งเราพยายามบังคับให้สิ่งต่าง ๆ เข้าที่เข้าทาง เราก็ยิ่งไปขัดขวางกระแสพลังงาน เราแทรกแซงจังหวะเวลาอันเหมาะสม และบั่นทอนภาวะไฮไวบ์จากความไว้วางใจและเชื่อมั่นศรัทธาซึ่งจะนำเราไปสู่จุดหมายที่เราต้องการจะไป จิตดลบันดาล คืออะไรกันแน่ มันคือความสามารถในการใช้จิตเปลี่ยนแปลงและสร้างความเป็นจริงให้เกิดขึ้น มันคือการใช้ชีวิตลงมือทำปกติควบคู่กับการพัฒนาตนเอง หาใช่เวทมนตร์แต่อย่างใด มันคือแรงดึงดูด ความเชื่อมั่น และเยียวยาแผลทางใจ เพื่อนำไปสู่รูปแบบชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เราไม่อาจบังคับจิตให้เชื่อว่าเป็นเจ้าสัวได้ แต่เราเชื่อที่จะมีชีวิตทางการเงินที่ดีกว่าเดิมได้ และ"เรามีค่าควร"ขั้นตอนทั้งหมดนี้ควรทำไปพร้อมกัน อย่าทำทีละอย่าง เพราะมันมีส่วนสนับสนุนซึ่งกันและกัน เครดิตภาพ ภาพปก โดย freepik จาก freepik.com ภาพที่ 1 2 3 และ 4 โดยผู้เขียน บทความอื่นๆที่น่าสนใจ รีวิวหนังสือ MANIFEST 7 ขั้นตอนสู่ทุกสิ่งที่ปรารถนา รีวิวหนังสือ ชีวิตวัย 70 โดย วิกรม กรมดิษฐ์ รีวิวหนังสือ สู่จุดสูงสุดของชีวิต ด้วยพีระมิดความสุข รีวิวหนังสือ GOOD VIBES, GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข รีวิวหนังสือ เปลี่ยนแผลเป็นพลัง (From Pain to Power) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !