ยูทูปเบอร์ใช้เวลา 7 ปี สร้างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายักษ์ ขี่ได้จริงไม่จกตา

Matt Brown เจ้าของช่อง YouTube SuperfastMatt สร้างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดยักษ์ที่ออกแบบให้มีรูปลักษณ์คล้ายสกู๊ตเตอร์ของ Razor โดยใช้เวลาพัฒนายาวนานกว่า 7 ปี
จากแบบร่างยาวกว่า 6 เมตร สู่สกู๊ตเตอร์ขนาดยักษ์ที่ใช้งานได้จริง
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของ Matt Brown สูงประมาณ 2.4 เมตร มาพร้อมยางขนาดใหญ่และแฮนด์ที่สูงโดดเด่น จุดเริ่มต้นการสร้างสกู๊ตเตอร์คันนี้ เกิดจากการที่ Matt Brown ซื้อสกู๊ตเตอร์ Razor รุ่นทั่วไปมาเป็นต้นแบบ ก่อนนำรูปทรงและสัดส่วนของตัวรถมาสร้างแบบจำลองด้วยซอฟต์แวร์ CAD แล้วขยายขนาดชิ้นส่วนทั้งหมดให้ใหญ่ขึ้นตามต้องการ โดยในช่วงแรกตัวสกู๊ตเตอร์มีความยาวมากกว่า 6.1 เมตร ซึ่งใหญ่เกินไปจนจัดเก็บและบังคับเลี้ยวได้ยาก
Brown จึงปรับแนวคิดใหม่ โดยอ้างอิงขนาดจากล้อของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ยางขนาดใหญ่ ก่อนกำหนดความยาวพื้นรถไว้ที่ 2.4 เมตร ซึ่งช่วยให้รถมีขนาดเหมาะสม และยังสอดคล้องกับความยาวของไม้ที่หาได้ทั่วไป
การปรับแบบครั้งนี้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้ เพราะนอกจากต้องการสร้างสกู๊ตเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติหลายเท่าแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสะดวกในการประกอบ การจัดเก็บ และการควบคุมรถด้วย
แม้ภายนอกจะดูคล้ายสกู๊ตเตอร์โลหะขนาดใหญ่ แต่โครงสร้างหลักของตัวรถนั้นทำจากไม้ โดย Brown ใช้ไม้ขนาด 2×4 นิ้วเสริมความแข็งแรงตลอดแนวโครงสร้าง ก่อนติดตั้งพื้นรถที่ทำจากไม้อัดหนาประมาณครึ่งนิ้ว จากนั้นจึงหุ้มโครงไม้ด้วยแผ่นอะลูมิเนียม เพื่อให้รูปลักษณ์ใกล้เคียงกับสกู๊ตเตอร์ Razor ต้นแบบมากขึ้น พร้อมติดตั้งแถบพื้นผิวบริเวณกลางพื้นรถเพื่อเพิ่มรายละเอียดให้ดูสมจริง
สำหรับระบบขับเคลื่อน Brown นำชิ้นส่วนจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามือสองที่ใช้ยางขนาดใหญ่มาประยุกต์ใช้ รวมถึงมอเตอร์ดุมล้อหลัง ขณะที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตั้งอยู่ภายในช่องว่างระหว่างคานไม้ของโครงสร้าง ช่วยให้สามารถจัดวางระบบต่าง ๆ ไว้ในตัวรถได้อย่างเป็นสัดส่วน
แบตเตอรี่เป็นอีกส่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยในช่วงแรก Brown ประกอบชุดแบตเตอรี่ขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง แต่หลังจากโครงการถูกพักไว้นานหลายปี เซลล์แบตเตอรี่เดิมก็เสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เขาจึงต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ชุดใหม่เพื่อให้สกู๊ตเตอร์กลับมาทำงานได้อีกครั้ง
ใช้เวลาพัฒนา 7 ปี เพราะมีโปรเจกต์อื่นและการย้ายบ้านหลายครั้ง
แม้โครงการจะใช้เวลารวมประมาณ 7 ปี แต่ไม่ได้หมายความว่า Brown ทำงานกับสกู๊ตเตอร์คันนี้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาดังกล่าว เพราะเขาต้องแบ่งเวลาไปทำโปรเจกต์ยานยนต์อื่น ๆ ที่มีความซับซ้อนเช่นกัน ตั้งแต่การเปลี่ยนเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ การดัดแปลงรถ Jaguar ยุคทศวรรษ 1950 ให้ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจาก Tesla ไปจนถึงรถสำหรับทำสถิติความเร็วบนทางตรง และรถ Dodge Viper ที่ปรับแต่งเพื่อการขับขี่ออฟโรด
การย้ายบ้านหลายครั้งยังทำให้เขาต้องเก็บสกู๊ตเตอร์ที่ยังสร้างไม่เสร็จไว้เป็นระยะ ขณะที่การระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้งานอีเวนต์ในทะเลทรายซึ่งเดิมวางแผนไว้เป็นสถานที่เปิดตัวรถต้องถูกยกเลิกไปด้วย เมื่อกลับมาทำโครงการอีกครั้ง Brown จึงต้องตรวจสอบและปรับปรุงชิ้นส่วนหลายอย่าง โดยเฉพาะระบบแบตเตอรี่และการบังคับเลี้ยว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการนำรถขนาดใหญ่เช่นนี้ไปใช้งานจริง
Brown ใช้ 3D Printing ช่วยผลิตชิ้นส่วนที่มีรูปทรงเฉพาะตามความต้องการได้ โดยชิ้นส่วนที่สร้างขึ้นประกอบด้วยฝาครอบตะเกียบล้อ ท่อตกแต่ง และกลไกล็อกแฮนด์แบบยืดหดได้ กลไกดังกล่าวช่วยให้สามารถปรับความยาวของแฮนด์และล็อกให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการได้ ขณะที่มือจับแฮนด์เลือกใช้ลูกกลิ้งโฟมสำหรับออกกำลังกายมาประยุกต์ใช้ ส่วนฝาครอบตะเกียบล้อก็ได้รับการออกแบบให้หันไปในทิศทางตรงกันข้ามกับสกู๊ตเตอร์ Razor รุ่นต้นแบบโดยตั้งใจ
อย่างไรก็ตาม การทดสอบใช้งานยังเผยให้เห็นปัญหาด้านความแข็งแรงของโครงสร้าง หลังพื้นรถแตกร้าวระหว่างนำสกู๊ตเตอร์ไปใช้งานที่ชายหาด Brown จึงเสริมความแข็งแรงด้วยเหล็กฉาก ก่อนเก็บรายละเอียดด้วยสกรูหัวกลมที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายหมุดย้ำบนสกู๊ตเตอร์ Razor ของจริง
ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าสกู๊ตเตอร์ทั่วไปมาก การควบคุมรถจึงเป็นหนึ่งในความท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อตัวรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ ซึ่งตัวรถต้องใช้รัศมีวงเลี้ยวกว้างและบังคับทิศทางได้ไม่คล่องตัวเท่าที่ควร Brown จึงนำแฮนด์ที่สั้นกว่าจากสกู๊ตเตอร์ Razor รุ่นทั่วไปมาติดตั้ง ทำให้ควบคุมรถได้สะดวกขึ้น
นอกจากปัญหาการเลี้ยวแล้ว การทดสอบยังพบว่าฝุ่นและความชื้นสามารถส่งผลกระทบต่อสวิตช์ที่ก้านเบรก ขณะที่แฮนด์แบบยืดหดได้มีโอกาสเลื่อนจากตำแหน่งเมื่อได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างยานพาหนะขนาดใหญ่ไม่ได้มีเพียงเรื่องของการขยายสัดส่วนเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความแข็งแรง ความทนทาน และการทำงานร่วมกันของชิ้นส่วนต่าง ๆ ด้วย
Brown ยังติดตั้งสกู๊ตเตอร์ Razor จำนวน 2 คันไว้บนพื้นรถด้านท้ายด้วย เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถร่วมเดินทางไปด้วยได้ อย่างไรก็ตาม น้ำหนักและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นทำให้การบังคับรถในพื้นที่แคบมีความท้าทายมากกว่าเดิม
สกู๊ตเตอร์ขนาดยักษ์กลายเป็นจุดสนใจในงานเปิดตัว
หลังจากใช้เวลาพัฒนาหลายปี ในที่สุดสกู๊ตเตอร์คันนี้ก็ได้เปิดตัวต่อสาธารณะภายในงานอีเวนต์ที่จัดขึ้นในพื้นที่ทะเลทราย และกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน ผู้คนที่พบเห็นรถมักหยุดถ่ายภาพและสอบถามเกี่ยวกับตัวรถ รวมถึงมีผู้สนใจอยากทดลองขี่ด้วย Brown ระบุว่า สกู๊ตเตอร์คันนี้เป็นสกู๊ตเตอร์สไตล์ Razor แบบสองล้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
