รีเซต

คลัสเตอร์โต๊ะแชร์มหาสารคาม 22 ราย ศบค.ไม่อยากใช้กม.บังคับ ขอ ปชช.ร่วมมือสกัดโควิด-19

คลัสเตอร์โต๊ะแชร์มหาสารคาม 22 ราย ศบค.ไม่อยากใช้กม.บังคับ ขอ ปชช.ร่วมมือสกัดโควิด-19
มติชน
3 กุมภาพันธ์ 2564 ( 13:05 )
24
คลัสเตอร์โต๊ะแชร์มหาสารคาม 22 ราย ศบค.ไม่อยากใช้กม.บังคับ ขอ ปชช.ร่วมมือสกัดโควิด-19

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ ) ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) กล่าวถึงกรณีคลัสเตอร์งานเลี้ยงโต๊ะแชร์ จ.มหาสารคาม ระหว่างแถลงรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ติดตามกับทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) มหาสารคาม ให้รายงานเรื่องนี้ พบว่า คลัสเตอร์มหาสารคาม ยอดรวม 22 ราย อยู่ใน จ.มหาสารคาม 18 ราย ราชบุรี 3 ราย ขอนแก่น 1 ราย ติดตามกลุ่มเสี่ยงต่างๆ และทำการค้นหาเชิงรุก 4,149 ราย ผลออกมา 2,477 ราย ไม่พบการติดเชื้อ ยังรอผล 1,672 ราย

 

“โดย นพ.สสจ. รายงานว่าให้บางพื้นที่ เช่น อ.เมือง และ อ.กันทรวิชัย เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และปิดสถานที่เสี่ยงต่างๆ ออกไป 17 แห่ง เป็นการทำงานของพื้นที่ สิ่งสำคัญที่สุดต้องรีบควบคุมโดยเร็ว ใครที่เจ็บป่วยและคิดว่าเชื่อมโยงกรณีนี้ขอให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว มีรายงานว่ามีแพทย์ 1 ราย ที่รับตรวจเคสเหล่านี้ก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองด้วยเหมือนกัน” โฆษก ศบค.กล่าว

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุม สธ. เช้าวันนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูล พบว่าผู้ติดเชื้อที่พบส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้า ในครอบครัว เพื่อนหรือที่ทำงานมากกว่าการติดเชื้อจากยานพาหนะ เช่น โดยสารเรือ พบเพียง 1 ราย รถไฟ พบที่กรุงเทพมหานคร และ จ.นราธิวาส จังหวัดละ 1 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น้อยและจะต้องเก็บข้อมูลต่อไป

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เบาใจได้แต่อย่างวางใจ เราต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตลอดเวลาในทุกยานพาหนะ ขณะเดียวกันผู้ให้บริการยานพาหนะ ต้องทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา และต้องช่วยกันโหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะ เพื่อติดตามว่าเราโดยสารยานพาหนะร่วมกับใครบ้าง

 

“สำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัดยังเบาใจได้บ้าง แต่สถานการณ์สีแดงเข้มตอนนี้อยู่ที่สมุทรสาคร และกรุงเทพฯ อยู่ใจกลางแผนที่ประเทศไทย เดินทางไปได้หลากหลาย เราต้องเร่งหาผู้ติดเชื้อโดยเร็ว แต่ก็ต้องใช้งบประมาณและทรัพกำลังจำนวนมาก ต้องวางความสมดุลระหว่างการสูญเสียเศรษฐกิจหรือเม็ดเงินเพื่อตรวจเชื้อรายละ 2 พันกว่าบาท ตรวจหมื่นรายต่อวัน ก็วันละ 20 ล้านบาท ไม่ใช่เงินน้อยๆ ฉะนั้น ต้องหาวิธีอื่นผสมผสาน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

โฆษก ศบค. กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ก็เช่นกัน ยังการ์ดตกไม่ได้ หากเผลอเมื่อไรไวรัสก็จะเข้ามาทางระบบทางเดินหายใจได้ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ร่วมกัน ที่เราเห็นชัดคือ งานเลี้ยง เช่น โต๊ะแชร์ งานวันเกิด ที่มีแอลกอฮอล์เข้ามาร่วมด้วย ก็จะเป็นความเสี่ยง จะต้องนำกฎหมายมาบังคับใช้ร่วมด้วย เพื่อให้ทุกคนอยู่ในกฎเกณฑ์เดียวกัน เคารพกฎหมายซึ่งกันและกัน เพื่อให้คนอื่นปลอดภัย จึงอยากขอความร่วมมือมากกกว่าการใช้กฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง