Thailand Focus 2026 ชู Energy Transition เปลี่ยนต้นทุนพลังงานสู่ความได้เปรียบแข่งขัน

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #Thailand Focus 2026 ชู Energy Transition เปลี่ยนต้นทุนพลังงานสู่ความได้เปรียบแข่งขัน
รัฐบาลลุยแผนพลังงานใหม่ ดัน Renewable มากกว่า 60% มุ่ง Net Zero ปี 2050
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงาน Thailand Focus 2026 หัวข้อ “Energy Transition: From Cost Pressure to Competitive Advantage” ว่า รัฐบาลปรับปรุงมาตรการและกฎระเบียบเพื่อรองรับการลงทุน Data Center โดยกำหนดให้ผู้ลงทุนรายใหม่รับผิดชอบต้นทุนส่วนเพิ่มจากการนำเข้าก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า ขณะเดียวกันเปิดทางให้นักลงทุนเข้าถึงตลาดสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรง หรือ Direct PPA เพื่อเพิ่มการแข่งขันในการจัดหาพลังงานสะอาดและช่วยให้ต้นทุนพลังงานลดลง
สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ ซึ่งครอบคลุมระยะยาว 25 ปีถึงปี 2050 ได้วางโรดแมปสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยกำหนดสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบมากกว่า 60% ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี Carbon Capture และหาก Carbon Capture ยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุน รัฐบาลอาจผลักดันสัดส่วนพลังงานสะอาดให้สูงถึง 89%
รัฐบาลยังมีแนวทางบริหารจัดการงบประมาณหรือวงเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท โดยเน้นสนับสนุนภาคประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาภายใต้ระบบ Net Billing พร้อมเดินหน้าปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า หรือ Grid Modernization และเปิดทางให้ภาคเอกชนเป็นแหล่งเงินลงทุนหลักในการพัฒนาโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์
นายเอกนัฏระบุว่า ความคลุมเครือด้านนโยบายเป็นอุปสรรคต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากกว่าราคาพลังงาน โดยล่าสุดคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีมติเชิงรุกยกเลิกข้อจำกัดโควตาการเข้าถึงตลาดพลังงานสะอาด 2,000 เมกะวัตต์เดิมทั้งหมด เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับประเทศไทย
B.Grimm ชี้ Data Center ไม่แย่งน้ำชุมชน ชูระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ
ด้าน ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไม่ควรตื่นตระหนกกับประเด็นการใช้ทรัพยากรน้ำของ Data Center เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ขณะที่ประเทศไทยยังสามารถพึ่งพาโรงแยกเกลือจากน้ำทะเล หรือ Desalination Plant บริเวณอ่าวไทยได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านต้นทุนมากเกินไป
ดร.ฮาราลด์กล่าวว่า การตั้ง Data Center ในประเทศไทยจะช่วยรักษาฐานข้อมูลให้อยู่ภายในประเทศและลดปัญหาความหน่วงในการรับส่งข้อมูล โดยภาครัฐควรสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ผลิตในประเทศ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของอุตสาหกรรมในห่วงโซ่อุปทานไปยังต่างประเทศ พร้อมยกระดับระบบการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรให้รองรับทั้งผู้ประกอบการธุรกิจอินเทอร์เน็ต วิศวกร และทีมบริหาร Data Center รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมและขยายโอกาสด้านอาชีวศึกษา
Digital Edge มอง Data Center- AI เป็นเกมยาว 20 ปี จ้างงานไทย-ดันศูนย์กลางดิจิทัล
ด้าน Mr. Yaniv Ghitis, Chief Commercial and Investment Officer, Digital Edge DC กล่าวว่า ธุรกิจ Data Center และการยกระดับสู่ระบบ AI เป็นเกมระยะยาว 20 ปี และเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคเอกชนกับรัฐบาลในช่วง 20-30 ปี โดยบริษัทประทับใจแนวทางเชิงนโยบายของภาครัฐ รวมถึงมาตรการ Ease of Doing Business ภายใต้การนำของ BOI ซึ่งช่วยปลดล็อกขั้นตอนต่าง ๆ ได้รวดเร็ว
Digital Edge DC ระบุว่า การออกแบบ Data Center มุ่งลดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำประปาของชุมชน โดยใช้ระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดและการระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศผ่านการทำงานร่วมกับผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน และพร้อมรับต้นทุนเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เกิดภาระต่อราคาไฟฟ้าภาคครัวเรือน
สำหรับโครงการ Data Center Campus ขนาดใหญ่ของ Digital Edge DC ในจังหวัดชลบุรีและระยอง จะสร้างการจ้างงานในประเทศไทยตั้งแต่ภาคการก่อสร้างไปจนถึงวิศวกรรมระดับสูง รวมถึงทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ SMEs และซัพพลายเชนไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Digital Edge DC ยังเสนอให้จัดตั้งสมาคมอุตสาหกรรม หรือ Industry Association เพื่อเป็นช่องทางประสานความร่วมมือและหารืออย่างเป็นระบบระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงสนับสนุนนโยบายการศึกษาเพื่อเร่งพัฒนาบุคลากรทักษะสูง โดยเฉพาะการดึงนักวิทยาศาสตร์ AI และผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่ระบบ เพื่อรองรับตำแหน่งงานและอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
