โควิด-19 : ฝ่ายค้าน-ส.ส. ปชป. ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน ขาดยุทธศาสตร์-ไร้แผนงาน

โควิด-19 : ฝ่ายค้าน-ส.ส. ปชป. ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน ขาดยุทธศาสตร์-ไร้แผนงาน
บีบีซี ไทย
28 พฤษภาคม 2563 ( 16:18 )
152
1
โควิด-19 : ฝ่ายค้าน-ส.ส. ปชป. ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน ขาดยุทธศาสตร์-ไร้แผนงาน

 

วันที่สองของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลออกมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มต้นเมื่อเวลา 9.30 น. ฝ่ายค้านยังเดินหน้าอภิปรายร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน ที่มีการตั้งกรอบงบประมาณอย่าง "ขาดยุทธศาสตร์" และการตั้งวงเงินในแผนงานสาธารณสุขที่อาจไม่เพียงพอต่อการจัดหาและผลิตวัคซีนสำหรับโรคโควิด-19 ที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้

 

ในการอภิปรายช่วงเช้า นอกจาก ส.ส.ฝ่ายค้าน จะอภิปรายถึงความบกพร่องของรัฐบาลในการรับมือกับโควิด-19 ในระยะที่ผ่านมา และการออก พ.ร.ก.เงินกู้ ที่ขาดยุทธศาสตร์ ยังมี ส.ส.นครศรีธรรมราช ประชาธิปัตย์ ที่ชี้ว่างบประมาณส่วนแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทนั้น ไร้แผนงานให้เห็น

 

ด้าน ส.ส.ก้าวไกล และประชาธิปัตย์ เสนอเพิ่มวงเงินแผนงานสาธารณสุข จากเดิม 45,000 ล้านบาท เป็น 100,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบสาธารณสุข และการจ่ายค่าตอบแทนให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)

 

ส.ส. เพื่อไทย - ปชป. ชี้ พ.ร.ก. กู้เงิน 1.9 ล้านล้าน ขาดยุทธศาสตร์-ไร้แผนงาน

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่ารัฐบาลกู้เงินแต่ขาดยุทธศาสตร์ในการทำงาน เช่น เพิ่งจะมีการซักถามผู้บริหารตามจังหวัดต่าง ๆ หลังจากเริ่มประกาศใช้ พ.ร.ก. ไปแล้ว เขาวิจารณ์ว่าลักษณะการใช้งบฯ แบบนี้จะทำให้เงินก้อนใหญ่กลายเป็นเบี้ยหัวแตก รัฐบาลควรต้องมียุทธศาสตร์ในการใช้เงินที่ทำแล้วเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน

 

รัฐบาลควรวางยุทธศาสตร์ใช้งบฯ เพื่อชูให้ระบบสาธารณสุขไทย "เป็นพระเอก" มาเป็นตัวดึงดูดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ใช้การสาธารณสุขที่เข้มแข็งเหนี่ยวนำการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และต้องยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินให้คนไทยทำมาหากินได้

 

"การทำเงินก้อนใหญ่ให้เกิดประโยชน์ที่สุด ควรทำให้ประเทศไทยมีภาพพจน์เป็นลักษณะห้องปลอดเชื้อ"

 

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่อภิปรายว่าในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมในส่วนของเงินกู้ 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะนำไปใช้ส่วนใดบ้าง แต่เห็นควรที่ต้องเน้นไปที่การจ้างงาน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทำให้คนในท้องถิ่นมีอาชีพ

 

"รัฐบาลบอกว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคม 4 แสนล้านบาท แต่ในแผนการฟื้นฟู ยังไม่เห็นเลยครับ ยังไม่ทราบว่าจะไปใช้อะไรที่ไหนอย่างไร ในขณะที่เรากำลังอภิปรายกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานว่าให้เสนอโครงการงบประมาณมา แต่ในขณะที่ ส.ส.กำลังพิจารณา แผนงานไม่มี ยังกำลังดำเนินงานทำแผนงานอยู่เลย"

 

ก้าวไกล เสนอเพิ่มวงเงินงบฯ แผนงานสาธารณสุขเป็น 1 แสนล้าน

ฝ่ายค้านโดย นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล ใช้เวลา 20 นาที ในการอภิปรายประเด็นนี้ โดยชี้ว่าวงเงินแผนงานสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท ที่บรรจุใน พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนงบประมาณแค่ 4.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่ใช้เพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับการสู้กับโรคโควิด-19

 

เขาชี้อีกว่าใน พ.ร.ก. เขียนถึงการใช้จ่ายงบฯ ในเรื่องค่าตอบแทน ค่าเสี่ยงภัยของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข การจัดหาวัคซีน และการจัดสร้างห้องปฏิบัติการไว้เพียงแค่ 5 บรรทัด

นายเอกภาพอภิปรายว่า ลำพังงบประมาณเพื่อการผลิตและจัดหาวัคซีนคาดว่าต้องใช้เงินงบประมาณราว 12,060-67,000 ล้านบาท พรรคก้าวไกลจึงเสนอให้เพิ่มวงเงินงบประมาณแผนงานสาธารณสุขจาก 45,000 ล้านบาท เป็น 100,000 ล้านบาท

 

ขณะที่การปิดเมืองและการคลายล็อกกำลังดำเนินอยู่นั้นควรต้องทำควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพทางสาธารณสุขเพื่อรับมือกับคนไข้ที่อาจจะเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลต้องเพิ่มการตรวจเชื้อให้กับประชาชน และสนับสนุนอุปกรณ์การป้องกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อม

 

"การดำเนินต่อสู้กับโคโรนาไวรัส เราจะตั้งการ์ดอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าเราตั้งการ์ดอย่างเดียวรอให้โดนถลุงไปจนถึงยก 12 แล้ว เพื่อรอหวังหมัดน็อกจากวัคซีน เราอาจจะแพ้จนวันสุดท้ายก็ได้" ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล กล่าว

 

"รัฐบาลไม่ควรฉลองชัยชนะบนหยาดเหงื่อของบุคลากรทางการแพทย์และน้ำตาของประชาชน"

ส.ส.จากพรรคก้าวไกลผู้นี้ยังชี้อีกว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้งบฯ ยังไม่มีบุคคลที่มีความรู้ทางสาธารณสุขและตัวแทนจากประชาชนและเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามการนำงบประมาณเงินกู้ไปใช้

 

อนุทินระบุ ต่อให้มีระบาดรอบสอง สธ.ยังพร้อมรับมือได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงกรณีที่รัฐบาลถูกอภิปรายว่าปล่อยให้มีกิจกรรมเสี่ยงจนมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เช่น สนามมวย ผับและบาร์ ว่ารัฐบาลได้ออกมาตรการแล้ว "แต่อาจมีการหลุดบ้าง" แต่เมื่อหลุดแล้วรัฐบาลได้ขยายผลการติดตามจนครบ และรักษาหายกลับบ้านหมด มีผู้ป่วย 2-3 คนที่เสียชีวิตเนื่องจากมีโรคแทรกซ้อนอื่น

 

ส่วนการปล่อยให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเสี่ยงเดินทางเข้าประเทศ รมว.สาธารณสุข บอกว่า ทาง สธ.เตรียมการเรื่องนี้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว หลังจากนั้นรัฐบาลได้เริ่มใช้ประกาศ พ.ร.บ.โรคติดต่อร้ายแรงและมีมาตรการห้ามนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย และยืนยันว่ารัฐบาลใช้เวลา 2-3 สัปดาห์เท่านั้นก็ยุติการเดินทางเข้าประเทศของกลุ่มเสี่ยงได้

 

นายอนุทินยังยืนยันถึงศักยภาพในการรับมือของระบบสาธารณสุขที่ถึงแม้ว่าจะมีการระบาดระลอกสองก็รับมือได้ ส่วนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เขามั่นใจว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ก็สามารถผ่อนคลายการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ และยืนยันว่ายังอยู่ในกรอบการบังคับใช้ 3 เดือน และต่ออายุ 1 เดือน

 

"ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่การ์ดตก ขอให้พี่น้องประชาชนตั้งการ์ดด้วย ศัตรูของเราคือโควิด ถ้านับคะแนนยังไม่น็อกเอาท์ จะน็อกเอาท์ได้ต้องมีวัคซีน งบนี้อยู่ใน 45,000 ล้าน"

 

เสนอเพิ่มค่าตอบแทนให้ อสม.

ทั้ง ส.ส.ฟากรัฐบาลและฝ่ายค้าน ยังยกประเด็นการเพิ่มค่าตอบแทนต่ออาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ที่เป็นกลไกสำคัญในการดูแลติดตามและป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ในหลายพื้นที่ ซึ่งประเด็นนี้ นายได้รับไปพิจารณาและยืนยันว่า สธ.จะนำเสนอในคณะรัฐมนตรีต่อไป

 

"ค่าตอบแทน อสม. ทำงานเดือนละ 1,000 แต่ทำงานเหมือนรับเงินเดือนเดือนละ 10,000 สามเดือนที่ปฏิบัติงานเรื่องโควิดมา แทบไม่ได้ประกอบอาชีพ" นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าว และอภิปรายให้ความเห็นว่าเม็ดเงินค่าตอบแทน อสม.ควรโยกไปอยู่ในก้อนงบประมาณ 5.5 แสนล้านบาท

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง