Tesla ชื่อนี้สิ่งแรกที่คนเขียนอย่างผมรู้จักคงหนีไม่พ้นยี่ห้อของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโลกยุคใหม่ สิ่งที่สองก็คงเป็นชื่อของนักวิทยาศาสตร์ผู้หนึ่ง ที่แม้แต่หน้าตาหรือทรงผมก็เรียกได้ว่าเลือนลางไปจากความทรงจำ บทความนี้ผมก็เลยอยากจะเขียนถึงเขาผู้นี้ขึ้นมาครับ ผมอยากจะให้คุณผู้อ่านทุกท่านรู้ว่าก่อนเราจะมี อีลอน มัสก์ หรือ บิลเกตส์ โลกของเราเคยมองข้ามคุณุปการของชายที่ชื่อว่า NikolaTesla มากขนาดไหน ตามมาครับ ผมจะเขียนให้อ่านกัน 1. Nikola Tesla อัจฉริยะผู้เกิดก่อนกาล Nikola Tesla คือนักวิทยาศาสตร์ผู้เปลี่ยนโลกด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ระบบที่มนุษย์ใช้มาจนถึงวันนี้ แต่ในยุคของเขา ความอัจฉริยะกลับไม่ใช่ใบเบิกทางสู่ชื่อเสียงหรือความมั่งคั่ง Tesla เป็นคนหมกมุ่นกับความคิด มากกว่าทำการตลาดและผลประโยชน์ เขาสร้างสิ่งประดิษฐ์ให้โลก แต่กลับไม่รู้จักขายความคิดให้โลกฟัง ในวันที่เสียชีวิตเขาจากไปอย่างโดดเดี่ยว ไร้ทรัพย์สิน และแทบไม่มีใครพูดถึงชื่อของเขาเลย ทั้งที่ไฟทุกดวงในเมืองคือผลลัพธ์จากมันสมองของชายผู้นี้ทั้งสิ้น แม้แต่ตอนนี้ที่ผมพิมพ์ข้อความอยู่ผมยังน้ำตาซึมเลยครับ หนึ่งคือผมสงสารเขา สองคือกระแสไฟสลับที่เขาเป็นคนค้นคิด ได้แผดแสงจ้าจากหน้าจออัดใส่ลูกตาผมเต็ม ๆ มันขาวโพลนไปหมดเลยครับ! 2. จากชื่อที่ถูกลืม สู่สัญลักษณ์ของไฟฟ้าและอนาคต แม้ตัว Nikola Tesla จะถูกหลงลืม แต่ชื่อของเขาไม่เคยตายไปจากโลกวิทยาศาสตร์ หน่วยวัดสนามแม่เหล็กในระบบ SI ถูกตั้งชื่อว่า “เทสลา” เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา ชื่อ Tesla ค่อย ๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ของพลังงานไฟฟ้าและความล้ำสมัย มันคือชื่อของคนที่ “คิดไกลกว่าโลกในยุคนั้นจะตามทัน” และนั่นเองที่ทำให้ Tesla กลายเป็นชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต คิดเอาเถอะครับว่าขนาดผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคสมัยอย่าง อีลอน มัสก์ ยังเอาชื่อ Tesla มาตั้งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองเลย ทำไมเขาไม่ใช้ชื่อ "เอดิสัน" เพราะเป็นคนคิดค้นหลอดไฟ อันนี้ผมก็ไม่รู้ คุณผู้อ่านก็ลองวิเคราะห์ถึงสาเหตุดูก็แล้วกันครับ 3. Tesla ในฐานะแบรนด์ การชุบชีวิตอัจฉริยะด้วยธุรกิจ เมื่อบริษัท Tesla Motors ถือกำเนิดขึ้น ชื่อนี้ไม่ได้ถูกเลือกเพราะเท่หรือดูวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่เพราะมันสะท้อนจิตวิญญาณของการท้าทายโลกแบบเดิม ๆ รถไฟฟ้าไม่ได้ถูกนำเสนอแค่ในฐานะพาหนะรักษ์โลก แต่เป็นนวัตกรรมที่แรง เร็ว และฉลาด Tesla ในฐานะแบรนด์ทำในสิ่งที่ Nikola Tesla ทำไม่เป็น นั่นคือการสื่อสารความฝันให้คนทั้งโลกเชื่อและพร้อมจะเดินตาม จากชื่อของนักวิทยาศาสตร์ผู้ถูกลืม กลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ และเป็นสัญลักษณ์ของ “อนาคตที่จับต้องได้” หัวข้อนี้เขียนไปก็ขนลุกไปครับ ผมกลับรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจไปกับเขาด้วย ที่ผลงานของตัวเองมาไกลถึงเพียงนี้ แม้ Nikola Tesla ตัวจริงจะไม่ได้อยู่เห็นแล้วก็ตาม 4. Tesla เดินทางมาไกลมาก จากห้องทดลองสู่โลกทั้งใบ เส้นทางของ Tesla ไม่ได้ไกลแค่จากอดีตสู่ปัจจุบัน แต่มันคือการเดินทางจากความคิดสู่ความจริง จากห้องทดลองเล็ก ๆ ของนักวิทยาศาสตร์ สู่ถนนนับล้านสายทั่วโลก จากคนที่ไม่มีเงินซื้ออาหาร สู่ชื่อที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานทั้งระบบ Tesla ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ แต่คือภาพแทนของการเปลี่ยนผ่านโลก จากยุคน้ำมัน สู่ยุคไฟฟ้า จากการยึดติดอดีตสู่การกล้าฝันถึงอนาคต โลกเราก็เป็นแบบนี้แหละครับ เราย่ำอยู่กับที่ไม่ได้หรอก ต่อให้ Tesla จะตายจากไปโดยไม่มีอะไรติดตัว แต่ผมเชื่อว่าลึก ๆ เขาคงไม่เสียใจอะไร การได้เห็นนวัตกรรมมากมายผุดขึ้นมาจากมันสมองของตนเอง ในฐานะนักคิดมันไม่มีสิ่งใดจะฟินไปกว่านี้อีกแล้ว สรุปสุดท้าย ที่ Tesla เดินทางมาไกล ก็เพราะความคิดที่ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องถูกเข้าใจในทันที บางครั้งโลกอาจใช้เวลานานกว่าจะเห็นค่าของอัจฉริยะ แต่เมื่อถึงวันที่โลกพร้อม ชื่อที่เคยถูกลืมก็อาจกลับมาเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม จากชายผู้ไม่มีอะไรเลยในวันสุดท้ายของชีวิต สู่ชื่อที่ขับเคลื่อนอนาคตของมนุษยชาติทั้งใบ และนี่คือพลังของความคิด คือพลังที่ไม่มีวันหมดอายุ ไม่ต้องชาร์ทไฟ ไม่ต้องขุดเจาะฟอสซิลใด ๆ ทั้งสิ้น ขุมพลังอันยิ่งใหญ่อยู่ในแกนกลางร่างกายของเรานี่เอง! เครดิตรูปภาพ ภาพหน้าปก จาก X : Tesla รูปที่ 1 จาก X : Tesla รูปที่ 2 จาก X : Tesla รูปที่ 3 จาก X : Tesla รูปที่ 4 จาก X : Tesla เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !