ทส. ปิดพื้นที่ป่าอนุรักษ์กว่า 200 แห่ง เพื่อแก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่นที่ภาคเหนือ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหา พร้อมระบุว่าได้เร่งดำเนินการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนหน่วยงานที่ตกค้างเพื่อใช้ในภารกิจดับไฟป่า พร้อกำชับกำนันผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยสืบหาข่าวกลุ่มผู้ที่ลักลอบเผาป่าเพื่อหาของป่า ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนและอันตรายต่อเจ้าหน้าที่อย่างยิ่ง
สำหรับสถานการณ์ไฟป่าแม้ว่าภาพรวมจำนวนจุดความร้อนจะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกภาคส่วนยังคงร่วมมือปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง โดยได้ดำเนินการปิดพื้นที่อนุรักษ์ไปแล้วรวม 204 แห่ง และมีการประกาศปิดอย่างไม่มีกำหนดในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงอีก 6 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว 24 คดี และคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าอีก 23 คดี ซึ่งพบพฤติกรรมการเผาป่าร่วมด้วย
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า อุปสรรคสำคัญในปีนี้คือสภาวะความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายจังหวัด ส่งผลให้เชื้อเพลิงในป่าแห้งตัวและเกิดไฟไหม้กระจายตัวเป็นวงกว้างในเวลาเดียวกัน กรมอุทยานฯ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานชี้แจงแก่ประชาชนถึงมาตรการประกาศปิดป่า ซึ่งหมายถึงการห้ามบุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้าไปในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนตามกฎหมาย เว้นแต่บุคคลหรือชุมชนที่ผ่านการคัดกรองและลงทะเบียนเพื่อเข้าเก็บหาของป่าในพื้นที่และเวลาที่ผ่อนปรนให้เท่านั้น หากพื้นที่ใดพบความเสียหายจากไฟป่าลุกลามอย่างหนักถึงร้อยละ 70-80 จะจำเป็นต้องประกาศปิดป่าถาวรจนกว่าธรรมชาติจะฟื้นฟู
นอกจากนี้ กรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้หัวหน้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์นำแนวทาง “เชียงดาวโมเดล” มาใช้เป็นต้นแบบในการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับชุมชน โดยครอบคลุมทั้งแผนการป้องกัน แผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงก่อนฤดูไฟ แผนเผชิญเหตุ แผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ และแผนฟื้นฟูป่าหลังเกิดไฟไหม้ ซึ่งแผนการดำเนินงานทั้งหมดนี้จะถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบราชการเพื่อบรรจุเป็นแผนงบประมาณบูรณาการในปี 2569 และ 2570 เพื่อให้การจัดการไฟป่าในอนาคตมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
