เปิดยุทธศาสตร์ "ใช้ชีวิตร่วมกับโควิด" ผ่านอิสราเอล

เปิดยุทธศาสตร์ "ใช้ชีวิตร่วมกับโควิด" ผ่านอิสราเอล
TNN World
14 กรกฎาคม 2564 ( 10:55 )
14
เปิดยุทธศาสตร์ "ใช้ชีวิตร่วมกับโควิด" ผ่านอิสราเอล

Editor’s Pick: ประเทศที่เดินหน้าฉีดวัคซีนไปมากแล้ว เริ่มมีแนวทาง "ใช้ชีวิตร่วมกับโควิด" ล่าสุด "อิสราเอล" ก็กำลังดำเนินตามแนวทางนั้น แม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ Delta จะยังสูงหลายร้อยคนต่อวัน

 

 

เมื่อราว 4 สัปดาห์ที่แล้ว อิสราเอลได้ประกาศฉลองการกลับมาใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ และไม่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม หลังเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้มากอันดับต้น ๆ ของโลก และสามารถรับมือโควิด-19 ได้อยู่หมัด, ยอดผู้เสียชีวิตเมื่อเดือนมิถุนายนลดลงเป็นศูนย์นานเกือบเดือน

 

 

แต่แน่นอนว่าอิสราเอลก็หนีไม่พ้นจากไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ Delta นำมาสู่ยอดผู้ติดเชื้อที่กลับมาพุ่ง 3-5 ร้อยคนต่อวัน ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา วันนี้ พบเพิ่ม 450 คน โดย 90% เป็นการติดเขื้อสายพันธุ์ Delta

 

 

ทำให้นายรัฐมนตรีคนใหม่ นาฟตาลี เบนเนต ต้องประกาศมาตรการคุมเข้มโควิด-19 เพิ่มเติม ให้สวมหน้ากากอนามัย พร้อมสั่งให้กลับมาทบทวนนโยบายการใช้ชีวิตปกติใหม่

 

 

 


เรียนรู้ที่จะอยู่กับไวรัส

 

ภายใต้นโยบายของนายเบนเนต ที่เขาเรียกว่า "การปราบอย่างนุ่มนวล" เป็นแนวทางที่รัฐบาลอิสรเอลต้องการให้ประชาชน "เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับไวรัส" และมาตรการคุมเข้มบางอย่างอีกเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นครั้งที่ 4 ที่จะกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของประเทศ

 

 

ปัจจุบัน กลุ่มเปราะบางในอิสราเอลฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นส่วนใหญ่แล้ว, นายเบนเนตระบุว่า คนที่มีอาการหนักน้อยลงอย่างมาก แม้ยอดผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

 

 

"เราจับตาอย่างใกล้ชิด และวางนิ้วไว้บนปุ่มหยุดอยู่เสมอ หากเกิดกรณีฉุกเฉินใด ๆ ขึ้นในอิสราเอล เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเต็มความสามารถ” เบนเนต กล่าว

 

 

“ขณะเดียวกัน มาตราการเหล่านี้ก็จะกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนให้น้อยที่สุดด้วย"

 

 

ผู้ป่วยวิกฤตในโรงพยาบาลน้อยมาก

 

หนึ่งในข้อบ่งชี้สำคัญที่ทำให้อิสราเอลเดินหน้าแนวทางอยู่ร่วมกับไวรัส คือ จำนวนผู้ป่วยอาการวิกฤตในโรงพยาบาล ที่ตอนนี้มีเพียง 45 คนเท่านั้น

 

 

แรน บาลิเซอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโควิด-19 ของรัฐบาลระบุว่า อิสราเอลมีผู้ติดเชื้ออาการรุนแรงราว 5 คน และเสียชีวิตราว 1 คนต่อวัน ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อันเป็นผลจากการฉีดวัคซีนที่กว้างขวาง ด้วยวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ คือ เน้นวัคซีน Pfizer เป็นหลัก

 

 

ดังนั้นแนวทางดำเนินการจะเน้นที่การติดตามผู้ติดเชื้อ, ส่งเสริมการฉีดวัคซีน และการตรวจเชื้ออย่ารวดเร็ว ตลอดจนการประกาศข้อมูลเกี่ยวกับการสวมหน้ากากอนามัย

 

 

 

 

แม้ระบาดแต่จะไม่หนักกว่ารอบที่แล้ว

 

แนวทางดังกล่าวของอิสราเอล กำลังถูกนำไปเปรียบเทียบกับแนวทางของรัฐบาลอังกฤษ (ไม่ใช่ทั้งสหราชอาณาจักร) ที่ต้องการเปิดประเทศจากการล็อกดาวน์ แม้ว่าอิสราเอลจะมีการเพิ่มมาตรการคุมเข้มบางอย่าง แต่อังกฤษผ่อนปรนทั้งหมดลงก็ตาม

 

 

สำหรับมาตรการควบคุมใหม่ของอิสราเอล ประกอบด้วย

 

- สั่งให้สวมหน้ากากอนามัยในอาคาร


- กักตัวคนเดินทางเข้าอิสราเอลทั้งหมด

 

 

แต่แน่นอนว่า แนวทางของนายเบนเนต ก็จะถูกนักวิทยาศาสตร์บางคนตั้งคำถาม

 

 

อิสราเอลล็อกดาวน์ครั้งล่าสุดไปเมื่อเดือนธันวาคม 2020 ราว 1 สัปดาห์ หลังจากที่เริ่มโครงการฉีดวัคซีนที่รวดเร็วที่สุดในโลก

 

 

"เราเชื่อว่าจะไม่มียอดผู้ติดเชื้ออาการรุนแรงเหมือนกับการระบาดรอบที่แล้วแน่นอน" ว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขกล่าว แต่หากว่าถึงจุดหนึ่งที่ยอดผู้ติดเชื้ออาการหนักเพิ่มขึ้นจนกระทบต่อระบบสาธารณสุข ก็จะไม่ลังเลที่จะเดินหน้ามาตรการคุมเข้มกว่านี้

 

 

 

ชาวอิสราเอล ฉีดวัคซีน 1 โดสแล้ว 60%

 

ชาวอิสราเอลราว 60% จากประชากร 9.3 ล้านคน ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 1 โดส โดยเป็นวัคซีนของ Pfizer/BioNTech

และเมื่อวันอาทิตย์ (11 กรกฎาคม) รัฐบาลอิสราเอลเพิ่งประกาศจะฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ให้กับประชาชนเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เร่งรัดที่จะฉีดเข็มที่ 3 เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าจำเป็นเพียงใด แต่จะอนุติสำหรับประชาชนที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอเป็นราย ๆ ไปเท่านั้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Pfizer/BioNTech ได้ยื่นขอไปยังองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ และองค์การยาแห่งยุโรป เพื่ออนุมัติวัคซีนเข็มที่ 3 หลังพบว่าภูมิคุ้มกันเริ่มลดลงหลังฉีดไปแล้วราว 6 เดือน

 

 

พบคนติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนแล้ว

 

มีรายงานว่า มีประชาชนไม่กี่ร้อยคน จาก 5.5 ล้านคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว ติดเชื้อโควิด-19 อีก

 

 

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า จำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้ประชาชนอย่างน้อย 80% จึงสามารถจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ herd immunity ป้องกันสายพันธุ์ Delta ได้ จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 75%

 

 

"ไวรัสไม่มีทางหยุด มันวิวัฒนาการไปเรื่อย ๆ เป็นธรรมชาติ แต่ธรรมชาติของมนุษย์คือต้องรอดชีวิตไปให้ได้" ดร.กาดี ซีกัล ผู้อำนวยการแผนกโคโรนาไวรัส ศูนย์การแพทย์เชอบา ใกล้กรุงเทลอาวีฟ กล่าว

 


————-
เรื่อง: ภัทร จินตนะกุล
ภาพ: JACK GUEZ / AFP

ข่าวที่เกี่ยวข้อง