ครูให้ทำปอมปอมไปทำไมนะ ไม่เห็นมีประโยชน์อะไรเลยนั้นคือคำถามที่เกิดขึ้นในใจของเด็กอนุบาลคนหนึ่ง ในขณะที่ในมือข้างขวาของเธอกำลังกวัดแกว่งปอมปอมสีม่วงเข้มลูกโตไปมา มือน้อยๆ ของเธออีกข้างก็กุมมือของคุณตาเอาไว้แน่น แม้ว่าของเล่นของเธอจะมีเพียงไม่กี่ชิ้น การเพิ่มจำนวนของเล่นขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้น น่าจะเพิ่มปริมาณความสุขให้แก่เธอ แต่เธอกลับรู้สึกว่าช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานที่ของเล่นชิ้นนี้จะมอบให้แก่เธอคงยั่งยืนอยู่เพียงแค่ชั่วครู่ เธอไม่สามารถมองเห็นถึงคุณประโยชน์ใดๆ ของเจ้าปอมปอมแบนๆ เบี้ยวๆ นี่ได้เลย จนกระทั่งเด็กคนนั้น กลับมานั่งทำปอมปอมอีกครั้งนึงในวันที่คุณตาของเธอได้จากไปแล้ว และผมของตัวเธอเองก็เริ่มเปลี่ยนสี ครูให้ทำปอมปอม เพราะใช้อุปกรณ์ที่ทุกบ้านน่าจะมีอยู่แล้ว ถ้าจะต้องลงทุนซื้อเพิ่มก็คงมีแค่ไหมพรมเท่านั้นเอง นับว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างความรู้สึกที่เท่าเทียมกันได้ดี หากนักเรียนคนไหนขาดอุปกรณ์ชิ้นใด คุณครูก็สามารถให้ความช่วยเหลือได้ ไม่ทิ้งบาดแผลของความรู้สึกขาดไว้ในหัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กๆ อุปกรณ์ในการทำปอมปอมกระดาษแข็ง สำหรับทำแกนในการพันไหมพรมกรรไกร ไหมพรมดินสอครูให้ทำปอมปอม เพื่อเรียนรูปเรื่องรูปร่างและรูปทรง และความหมายของคำศัพท์ต่างๆ อันความรู้พื้นฐานที่จำเป็นของเด็กประถมวัย ซึ่งการลงมือทำด้วยตนเองจะส่งผลให้เด็กๆ เกิดเรียนรู้และจดจำได้ดีกว่าการเรียนรู้ด้วยการฟังเพียงอย่างเดียว แต่สังเกตให้ดีๆ นะคะ ในแต่ละขั้นตอนมีคุณค่าและช่วยในการพัฒนาการเรียนรู้ทั้งทางสติปัญญา ทักษะทางร่างกายและจิตใจของเด็กๆ จนไม่อาจมองข้ามขั้นตอนใดๆ โดยไม่ใส่ใจในรายละเอียดเหล่านั้นได้เลยค่ะวิธีการทำปอมปอม 1. เราจะวาดรูปวงกลมลงบนกระดาษแข็งจำนวน 2 วง ขนาดเท่าๆ กันนะคะ คุณสามารถเตรียมรูปวงกลมให้เด็กๆ ได้ใช้เป็นแบบไว้ก่อนแล้ว แต่ให้เด็กๆ ใช้ความพยายามในการวาดภาพวงกลมด้วยตัวเอง ซึ่งการวาดวงกลมให้กลมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ ที่กล้ามเนื้อนิ้วมือเล็กๆ ของพวกเขายังคงต้องได้รับการฝึกฝนอีกมาก เพื่อให้มีทักษะเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์ สามารถควบคุมการใช้งานอวัยวะต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ2. เสร็จแล้ววาดวงกลมเล็กๆ ด้านในอีกหนึ่งวง ตรงกึ่งกลางของวงกลมวงใหญ่นะคะ แต่กึ่งกลางของวงกลมอยู่ตรงไหนคะ การให้เวลาในการแก้ไขปัญหาแก่เด็กๆ เป็นสิ่งที่สำคัญ ในการสร้างลักษณะนิสัยแห่งการใฝ่รู้นะคะ บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่าเวลาของเรามีอยู่อย่างจำกัด เราจึงลงมือทำสิ่งต่างๆ แทนเด็กๆ แม้กระทั่งคิดหาคำตอบให้กับพวกเขา เพื่อที่ผู้ใหญ่อย่างเราจะได้ใช้เวลาที่เหลือไปกับสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าสำหรับเรา และทำพลาดโอกาสในการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีงามในการคิดเป็นของเด็กไป ในช่วงแรกของการฝึกให้เด็กๆคิดเป็น เด็กๆ อาจจะไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเมื่อเราสามารถสร้างเชื่อมั่นให้เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยในการออกความคิดเห็น และไม่เป็นไร หากวิธีการแก้ไขปัญหาของพวกเขาจะแตกต่างไปจากวิธีคิดของเรา เมื่อเรายอมรับความแตกต่างทางความคิดของเด็กๆ ได้ เด็กๆ ก็จะเรียนรู้ที่จะรับฟังผู้ใหญ่ และมีทักษะความคิดยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น กึ่งกลางของวงกลมคือตรงไหนคะ จะรู้ได้อย่างไรคะ ว่าตรงไหนคือกึ่งกลาง ถ้าเด็กๆ ออกความคิดเห็น เราสามารถใช้โอกาสนี้ในการพิสูจน์ความคิดของเขา เพื่อให้เห็นว่าเรายอมรับ และใส่ใจความคิดของพวกเขานะคะ หากวิธีค้นหาคำตอบของพวกเขา ไม่สามารถพาไปสู่คำตอบที่ถูกต้องได้ เราจึงใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอวิธีคิดของเราแก่พวกเขา เรามาลองพับครึ่งวงกลมกันดูดีไหมคะ คำว่ากึ่งกับครึ่งมีความหมายเหมือนกัน การพับครึ่งน่าจะทำให้เราหากึ่งกลางของวงกลมได้นะคะ พับขอบของวงกลมทับกันสนิทให้พอดีแบบนี้นะคะ จากนั้นคลี่กระดาษออกมา เราจะเห็นรอยพับตรงกลางแบบนี้ แล้วถ้าเราหมุนวงกลมของเราให้ด้านที่มีรอยพับตั้งขึ้นแบบนี้ แล้วพับครึ่งอีกครั้งนึงเพื่อหาครึ่งนึงของรอยพับนี้ เด็กๆ คิดว่า เราจะต้องพับด้านไหนคะ ทำอย่างไรเราถึงจะพับวงกลมได้ตรงพอดีคะ มาถึงขั้นตอนนี้ เด็กๆ น่าจะตอบกันได้ทุกคนแล้วหละค่ะ ว่าจะหาครึ่ง หรือกึ่งนึง ของเส้น และรูปร่างสมมาตรได้อย่างไร เพราะเขาไม่เพียงแต่ได้เรียนรู้ถึงวิธีการหากึ่งกลางของวงกลม เขายังสามารถหากึ่งกลางของรูปร่างสมมาตรทุกรูปได้ จากการพับครึ่งวงกลมในครั้งนี้แล้วค่ะ3. ทีนี้เราต้องวาดวงกลมเล็ก ให้อยู่ตรงกึ่งกลางของวงกลมใหญ่ แล้วเราจะต้องทำอย่างไร ถึงจะวาดวงกลมรูปเล็กให้อยู่ตรงกึ่งกลางวงกลมรูปใหญ่ได้คะ เด็กๆ รู้จักการหากึ่งกลางของวงกลมเท่านั้น การจะวาดภาพวงกลมเล็กให้อยู่กลางวงกลมใหญ่ได้พอดี เด็กๆ จะต้องใช้ความรู้ ความคิด และจินตนาการ เพื่อนำวงกลมวงเล็กไปวาง ณ กึ่งกลางของวงกลมใหญ่ ขั้นตอนที่สามนี้เป็นการทบทวนความรู้ที่เด็กๆ เพิ่งได้เรียนรู้เมื่อสักครู่ และฝึกฝนการนำความรู้ที่เกิดขึ้นภายในตนเองออกมาใช้ในสถานการณ์จริง และฝึกฝนทักษะความคิดสร้างสรรค์ค่ะ ถ้าเด็กๆ คิดไม่ออกจริงๆ เราควรให้คำแนะนำเขา ไม่ควรดุ หรือโมโห ที่เขาคิดได้ช้า อย่าลืมว่าเด็กๆ เพิ่งจะสะสมประสบการณ์และความรู้ได้เพียงแค่ไม่กี่ปีเท่านั้นนะคะ ถ้าเราพับวงกลมวงเล็กเหมือนที่เราพับวงกลมวงใหญ่ แล้วเอาจุดกึ่งกลางของทั้งสองรูปมาวางซ้อนกัน เราน่าจะวาดวงกลมรูปเล็กได้ตรงกลางของวงกลมวงใหญ่พอดีเลยนะ4. วาดวงกลมวงเล็กในวงกลมใหญ่ค่ะ เด็กๆ ต้องได้รับโอกาสในการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของพวกเขา ต้องให้เขาฝึกวาด และเขียนด้วยตัวเขาเองนะคะ เรามีหน้าที่สอนวิธีการจับดินสอ จับมือเขาเขียน และปล่อยให้เขาได้ฝึกฝนเอง กล้ามเนื้อมือของเขาจะแข็งเรงขึ้น จนสามารถควบคุมและใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบในที่สุดค่ะ5. ทีนี่เราต้องตัดวงกลมวงเล็กข้างในวงกลมวงใหญ่ออกไป ทำอย่างไร กรรไกรของเราจึงจะตัดวงกลมด้านในได้คะ ผู้ใหญ่อย่างเราคงไม่ต้องใช้เวลาคิดเลยแม้แต่น้อย ว่าเราจะตัดวงกลมตรงกลางออกไปได้อย่างไร เพราะเรามีประสบการณ์มาแล้วเรียบร้อยจริงไหมคะ แต่สำหรับเด็กๆ พวกเขาต้องใช้เวลาในการทดลอง เพื่อพิสูจน์จินตนาการของพวกเขา ว่าความคิดใด ที่จะสามารถนำมาใช้ในการแก้ปัญหานี้ได้ การฝึกให้พวกเขาได้ทดลองแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ก่อนที่เราจะให้ความช่วยเหลือ นับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างความนับถือตัวเองให้แก่เด็กๆ นะคะ เขาจะเชื่อมั่นว่า เขาจะสามารถแก้ไขปัญหาใดๆในโลกนี้ได้ในที่สุด และหากความคิดทั้งหมดของเขาไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง เขาควรชี้ให้เห็นว่าเขาได้เรียนรู้วิธีการที่ไม่ใช่ตั้งหลายวิธี และการที่ให้ความช่วยเหลือแต่พอดี จะสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่น ว่าเขามีคนคอยสนับสนุนอยู่เสมอ แต่ถ้าเราช่วยเขามากเกินไป เขาจะเลิกพึ่งพาตัวเอง และมองเห็นว่าเขาสามารถเรียกร้องสิ่งใดๆ ก็ได้จากเราค่ะ6. พับครึ่งวงกลมแล้วใช้กรรไกรค่อยๆตัดวงกลมวงเล็กตรงกลางออกมา การใช้กรรไกรต้องดูแลเป็นพิเศษนะคะ เด็กๆ จะยังไม่สามารถควบคุมน้ำหนักในการหนีบกรรไกรได้ดีนัก และอาจจะเผลอเรอตัดกระดาษทั้งๆ ที่นิ้วของตนเองอยู่ในแนวที่คมกรรไกรจะตัดลงมาได้ ฉะนั้นต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากเขาจะได้ฝึกฝนและเรียนรู้เรื่องการใช้อุปกรณ์แล้ว เขาต้องเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์ด้วยค่ะ7. เมื่อเราตัดวงกลมวงเล็กออกแล้ว เราก็จะได้วงแหวน หรือโดนัทสองชิ้น นำมาประกบกัน แล้วพันไหมพรมจนทั่วค่ะ ยิ่งหนาปอมปอมก็จะยิ่งกลมสวย ขั้นตอนแห่งการฝึกความอดทนค่ะ 8. เมื่อพันไหมพรมจนได้ความหนาที่ต้องการแล้ว ใช้กระไกรค่อยๆ ตัดไหมพรมตรงขอบวงกลม ค่อยๆ ตัด จนรอบทุกด้าน ขั้นตอนนี้ต้องใช้ทั้งความระมัดระวัง และกำลังในการตัดไหมพรมที่พันทับกันจนแน่นหนา ขั้นตอนนี้เราสามารถช่วยเหลือเด็กๆได้ ถ้าเขาพันไหมพรมหนามาก จนไม่สามารถตัดเองได้จริงๆ ค่ะ อย่าลืมว่าเราชวนลูกทำปอมปอม ไม่ได้สั่งให้เขาทำปอมปอม นี่เป็นกิจกรรมที่เราทำร่วมกัน เราและลูกมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เราเป็นทีมเดียวกันค่ะ 9. แยกกระดาษตรงกลางออกจากกันเล็กน้อย เพื่อแยกไหมพรมออกจากกัน มัดไหมพรมตรงกลางด้วยไหมพรมหรือเส้นด้ายให้แน่น แล้วจึงนำกระดาษวงแหวนทั้งสองข้างออก เราสามารถให้ลูกช่วยจับไหมพรมแยกออกจากกันในระหว่าที่เราออกแรงมัดไหมพรมให้แน่นได้นะคะ ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมค่ะ10. ใช้กรรไกรตัดแต่งรูปทรงของปอมปอม เด็กๆ อาจจะไม่อยากได้ปอมๆ ลูกกลมๆ เราควรเป็นโอกาสให้เขาได้ตัดแต่งรูปทรงของปอมปอมตามที่เขาต้องการจนกว่าเขาจะพอใจค่ะ แต่ต้องคอยดูแลตลอดเวลาที่เขาถือกรรไกรในมือนะคะ ถ้าเขาจะปัดผมก็ต้องให้เขาวางกรรไกรในมือก่อนเสมอ ต้องฝึกให้เป็นนิสัย ทั้งตัวเราเองและลูก เพื่อความปลอดภัย และต้องเตือนให้เขาระวังจะตัดไปโดนไหมพรมที่เรามัดตรงกลางเอาไว้ด้วยนะคะ ซึ่งถ้าพลาดจะพาลให้ปอมปอมเสียหายซ้อมไม่ได้ ก็ทำใหม่อีกรอบค่ะ การได้สัมผัสปอมปอมจะทำให้เขาได้เข้าใจเรื่องของรูปร่าง 2 มิติ และรูปทรง 3 มิติค่ะ 11. เก็บอุปกรณ์และทำความสะอาดค่ะ เราจะไม่ปล่อยให้เขาทำกิจกรรมสนุกๆ เพียงอย่างเดียว โดยที่มีเราคอยเก็บกวาดเศษขยะให้เขานะคะ เราจะต้องทำความสะอาด และเก็บอุปกรณ์ไปด้วยกัน เพื่อให้เขาตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเองตั้งแต่เด็กๆ โดยให้เขาทำสิ่งที่เขาสามารถทำได้โดยปลอดภัย การฝึกให้เก็บกวาดทำความสะอาดด้วยตนเอง จะทำให้เขาคิดวางแผนให้ดีก่อนที่จะลงมือทำ เพืื่อที่จะได้ทำความสะอาดง่ายๆ และเราต้องไม่ลืมกล่าวชื่นชมเมื่อเขาทำสิ่งที่ดี ทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอนะคะ ซึ่งการชื่นชมนี้เป็นการปักเป้าหมายให้แก่ลูก เพื่อเขาเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องด้วยความภูมิใจค่ะ คุณครูไม่ได้ให้ทำปอมปอมเพื่อให้ได้ปอมปอม คุณครูสอนให้ทำปอมปอม เพื่อให้เราได้ทักษะและความรู้มากมายที่อัดแน่นอยู่ในทุกขั้นตอนของการทำปอมปอมนี่เอง ประโยชน์ของงานประดิษฐ์และกิจกรรมศิลปะมันจะถูกมองข้ามเมื่อเราเติบโตขึ้น เพราะเราตัดสินคุณค่าของงานศิลปะเพียงแค่ภาพลักษณ์ที่เรานิยามกันว่าความงาม แท้ที่จริงแล้วความงามของงานศิลปะคือคุณค่าและประโยชน์ที่งานศิลปะมีต่อจิตใจของศิลปินและผู้ชมต่างหากหละคะ ถ้าคุณได้นั่งลงทำปอมปอมไปพร้อมกับลูก ดิฉันอยากให้คุณได้สังเกตความคิดและอารมณ์ของตัวคุณเอง ว่าการทำปอมปอม ทำให้คุณมองเห็นตัวตนของตัวเองบ้างรึเปล่าคะ คุณใจร้อนกว่าลูกหรือใจเย็น คุณสนุกหรือเบื่อที่ต้องใช้เวลาทำปอมปอมกับลูกคะ ดิฉันหวังว่านอกจากกิจกรรมง่ายๆ นี้ จะช่วยพัฒนาทักษะของคนตัวเล็กๆ ให้โตเป็นผู้ใหญ่ที่มีรากฐานที่มั่นคงแล้ว จะยังทำให้คุณได้เรียนรู้ตัวเอง และมีความเข้าใจคนตัวเล็กๆ ที่นั่งข้างๆ คุณได้มากขึ้นด้วยนะคะ