ถ้ามองกันแบบไม่ต้องอ้อมค้อม และวิเคราะห์จาก สเปกต่อราคา เป็นหลัก ต้องยอมรับว่า Model 3 Standard เป็นหนึ่งในรถไฟฟ้าที่ “เข้าถึงง่ายที่สุด” ในตลาดตอนนี้ก็ได้ โดยเฉพาะตอนนี้ที่เปิดราคามา 1.14 ล้าน ซึ่งถ้าเอาไปเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าจากจีนหรือยุโรป จะเห็นชัดว่ารุ่นนี้ให้ภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และเทคโนโลยีที่ค่อนข้างครบในราคาที่ถือว่าแข่งขันได้มาก คำถามคือ มันคู่ควรกับคำว่า รุ่นขวัญใจมหาชน หรือเปล่า ลองไล่ดูเป็นจุด ๆ กันแบบตรงไปตรงมาเนอะ Frunk ด้านหน้า – มีแต่ตรงนี้ไม่ใช่จุดขายหลัก Model 3 Standard ยังคงมี Frunk ด้านหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของสำหรับของเล็ก ๆ หรือสัมภาระที่ไม่อยากเอาไปปนกับห้องโดยสาร จุดนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของรถไฟฟ้า Tesla อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือฝาครอบที่ปิดจนรู้สึกได้ถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย 5555 เราว่า User น่าจะบ่นกันเยอะ ของอเมริกาช่วงแรกๆที่เป็นโครงรถมาเลย แต่ของไทยนี่ใส่มาให้ซะเลย ที่ว่าดีเลยนะ Panoramic Glass Roof – โปร่งโล่งสบายเหมือนเดิม หลังคากระจกแบบ Panoramic Glass Roof ยังคงเป็นจุดเด่นด้านความโปร่ง โล่ง และช่วยให้ห้องโดยสารดูไม่อึดอัด แม้จะยังเป็นกระจกเต็มบานเหมือนเดิมเพราะของอเมริกาเป็นแบบทึบ พอแบบโปร่งก็ไม่ต่างกับรุ่นพรีเมียม แล้วจ่ายราคาสบายกระเป๋า ภายในห้องโดยสาร – วัสดุดีขึ้น สัมผัสนุ่มขึ้น อีกหนึ่งจุดที่หลายคนสนใจคือ เบาะ Vegan Leather & Fabric ซึ่งเป็นการผสมผสานวัสดุแบบใหม่ ถ้าเทียบกับเบาะ Vegan Leather ล้วนในรุ่นก่อน สัมผัสโดยรวมจะรู้สึกนุ่มขึ้น ไม่แข็ง และไม่ลื่นจนเกินไป นั่งนาน ๆ แล้วสบายกว่าเดิม โดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางไกล ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ส่งผลกับความรู้สึกใช้งานจริงค่อนข้างมาก กระจกมองข้างพับไฟฟ้า – ทุกอย่างอยู่บนหน้าจอ การย้ายการควบคุมกระจกมองข้างมาอยู่บนหน้าจอทั้งหมดของที่อเมริกาเป็นแบบปรับด้วยมือนะ พอใส่แบบไฟฟ้ามาคือออออ ฮือฮามาก มันแทบจะต่างกับรุ่นพรีเมียมนิดเดียวแล้วถือว่าฉลาดมากในการเพิ่มจุดนี้เข้ามา ระบบเครื่องเสียง 7 ลำโพง – เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป เราว่าระบบเครื่องเสียง 7 ลำโพงในรุ่น Standard อาจไม่ใช่สายโหดสำหรับคนฟังเพลงจริงจัง แต่สำหรับการใช้งานทั่วไป เน้นฟังเพลงด้านหน้า เสียงชัด ไม่แตก ไม่ล้า ถือว่า เพียงพอ และเหมาะกับคาแรกเตอร์รถมหาชน ไม่ได้เน้นความบันเทิงจัดเต็มแบบรุ่นสูงกว่า กล้องรอบคัน 8 ตัว – คนเมืองน่าจะรัก สำหรับคนที่ต้องขับรถในเมือง ขึ้นห้าง ลอดซอยแคบ หรือเจอรถติดบ่อย ๆ กล้องรอบคัน 8 ตัว คือฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริงและช่วยลดความเครียดได้เยอะมาก การมองภาพรอบรถแบบเรียลไทม์ช่วยให้การจอด การเลี้ยว และการขับในพื้นที่จำกัดง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วที่สำคัญมีกล้องที่กันชนหน้ารถ เหมือน Model 3 พรีเมียมที่ปรับมาล่าสุด! มองเห็นเกาะกลางขึ้นห้างสบายๆ Autopilot พื้นฐาน + Autosteer – ให้มาแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม นี่คือหนึ่งในจุดที่ต้องชม เพราะ Autopilot พื้นฐาน + Autosteer ที่ให้มาแบบไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริงบนถนนหลักและทางไกล ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ และเพิ่มความคุ้มค่าให้กับตัวรถอย่างชัดเจน ที่ไทยคือแถมเยอะขนาดนี้ แบรนด์อื่นขนลุกแล้ว ล้อ 18 นิ้ว Prismata Wheels – ดีไซน์ใหม่ แต่ไม่ใช่สาระหลัก ล้อ 18 นิ้ว Prismata Wheels มาในดีไซน์ใหม่ ดูทันสมัยขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่สายแต่งรถจริง ๆ จุดนี้อาจไม่ได้มีผลกับการตัดสินใจมากนัก ถือว่าเป็นของเสริมด้านภาพลักษณ์มากกว่า สีตัวถัง – น้อย แต่ขายง่าย สีที่ให้มา 3 สี ได้แก่ Stealth Grey / Pearl White / Diamond Black เป็นสีพื้นฐานที่ดูสุภาพและเข้ากับคนส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวเลือกอาจน้อยไปนิด โดยเฉพาะคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสีมงคลหรืออยากได้สีที่โดดเด่นกว่านี้ สรุปในมุมมองส่วนตัว ถ้ามองจาก ราคา + สิ่งที่ได้ + ประสบการณ์การใช้งานจริง ผมมองว่า Model 3 Standard มีคุณสมบัติครบถ้วนพอจะถูกเรียกว่า รุ่นมหาชน ได้แบบเต็มปากเต็มคำ ทั้งในแง่ราคา การใช้งาน เทคโนโลยี และภาพลักษณ์ของแบรนด์ มันอาจไม่ใช่รถที่หวือหวาที่สุด ไม่ใช่แรงที่สุด หรือหรูที่สุด แต่เราว่าน่าจะเป็นรถที่ คนส่วนใหญ่ซื้อแล้วใช้งานได้จริง ไม่รู้สึกเสียดายเงิน ยิ่งทำราคามาแบบนี้ คนก็จะจับต้องได้ง่ายมากขึ้น และในตลาดรถไฟฟ้าปัจจุบัน แค่นี้ก็ถือว่าได้เปรียบคู่แข่งไปมากแล้วครับ Credit รูปภพจาก IG: Tesla_Thailand เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !