ไทยเสี่ยง “ฝนทิ้งช่วง” ยาว สทนช.ชี้ฝนสะสมต่ำกว่าปกติ 10% เร่งแผนบริหารน้ำสู้ “เอลนีโญ”

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนของประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 25-30 มิถุนายน 2569 คาดว่าประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะกลับมามีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลให้หลายพื้นที่มีโอกาสเกิดฝนตกเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่พบพื้นที่เสี่ยงที่มีฝนสะสมเกิน 200 มิลลิเมตรในช่วง 3 วันข้างหน้า
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 44,915 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุเก็บกักทั้งหมด ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การได้อยู่ที่ 20,805 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 37 ของความจุ
สทนช. ระบุว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ช่วงฝนทิ้งช่วงตามฤดูกาล ระหว่างปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 แต่มีความเป็นไปได้ว่าสถานการณ์อาจรุนแรงและยาวนานกว่าปกติ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยังคงส่งผลต่อสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
จากการประเมินล่าสุด คาดว่าสภาวะเอลนีโญจะยังคงดำรงอยู่ตลอดทั้งปี ส่งผลให้ปริมาณฝนของประเทศต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ โดยข้อมูลปริมาณฝนสะสมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 14 มิถุนายน 2569 พบว่ามีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10
ทั้งนี้ สทนช. ยืนยันว่าได้ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำและรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำติดตามสถานการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด จึงได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลาง
กรมฝนหลวงและการบินเกษตรยืนยันว่ามีความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องบิน และสารฝนหลวงสำหรับปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกร โดยได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแนวทางปฏิบัติ หากมีฝนตกตามธรรมชาติเพียงพอ จะไม่มีการดัดแปรสภาพอากาศ แต่หากพบสัญญาณฝนทิ้งช่วง หรือปริมาณน้ำในเขื่อนลดต่ำกว่าระดับที่กำหนด จะสามารถเริ่มปฏิบัติการฝนหลวงได้ทันที
ปัจจุบันกรมฝนหลวงฯ ได้เริ่มดำเนินการเติมน้ำเข้าสู่เขื่อนภูมิพลแล้ว เพื่อเสริมความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำสำหรับฤดูแล้งในปีหน้า รวมถึงช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน โดยเฉพาะพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิสำคัญของประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงแตกกอและเตรียมตั้งท้อง
อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกล่าวย้ำว่า แม้ปัจจุบันหลายเขื่อนหลักของประเทศยังมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับมั่นคงจากฝนสะสมในปีที่ผ่านมา แต่หากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในปีนี้ยืดเยื้อ กรมฝนหลวงฯ ได้เตรียมแผนรองรับทั้งด้านกำลังคน วัสดุสารฝนหลวง และงบประมาณสำหรับการขึ้นบินปฏิบัติการไว้แล้ว
ปัจจุบันกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับภารกิจฝนหลวงปีละ 2,700 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอต่อการดำเนินงานและการช่วยเหลือประชาชนตลอดช่วงสถานการณ์เอลนีโญในปีนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
