EEC เร่งปูทาง รับลงทุนใหม่ ดึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยว่า ในวันนี้มีการหารือเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจาก EEC เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่มีความต้องการใช้น้ำหลากหลายรูปแบบ จึงจำเป็นต้องพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการน้ำให้เป็นโมเดล เพื่อให้มีน้ำเพียงพอและเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาในอนาคต
การหารือครั้งนี้เป็นการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำจากหลายประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกันบนแพลตฟอร์มเดียวกัน เนื่องจากการบริหารจัดการน้ำใน EEC ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังต้องครอบคลุมภาคเกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภคด้วย โดย EEC ได้เริ่มดำเนินงานร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) ในเรื่องดังกล่าวมาแล้วประมาณ 1 ปี
สำหรับความสำคัญของ EEC ในปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนประมาณ 25% ของการลงทุนทั้งประเทศ และในปี 2569 สัดส่วนดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นเป็น 50% โดยเป็นการลงทุนในรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีมากขึ้น จากเดิมที่การลงทุนส่วนใหญ่เน้นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
เปลี่ยนไปสู่ธุรกิจดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่ง EEC ได้วางรากฐานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเหล่านี้โดยเฉพาะ และถือเป็นแรงส่งสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยคาดว่าในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จะมีเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา การดำเนินงานของ EEC มีความล่าช้าจากความไม่ต่อเนื่องของนโยบายและการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุน เนื่องจากนักลงทุนจำเป็นต้องติดตามทิศทางและความชัดเจนของนโยบายภาครัฐก่อนตัดสินใจลงทุน
ดร.จุฬา กล่าวต่อว่า ในระยะต่อไปต้องการเห็นอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนใน EEC เป็นอุตสาหกรรมที่มีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายไว้ 5 กลุ่ม ได้แก่ 1. เทคโนโลยีชั้นสูง โดยเฉพาะด้านดิจิทัล 2. ยานยนต์ 3. การแพทย์ 4. ภาคอุตสาหกรรม และ 5. อุตสาหกรรม BCG ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและรองรับการพัฒนาในอนาคต
ขณะเดียวกัน EEC ได้ดำเนินการพัฒนาโซนนิ่งของพื้นที่และเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับความต้องการลงทุนใหม่ที่จะเข้ามาในอนาคต ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย
สำหรับประเด็น The New Horizon หรือขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย ตามธีมของการประชุม IMF และ World Bank ดร.จุฬา มองว่า ประเทศไทยควรผลักดันให้เศรษฐกิจสมัยใหม่เป็นรากฐานสำคัญสำหรับอนาคต รวมถึงพัฒนาธุรกิจภาคบริการในด้านต่าง ๆ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ และนำมาต่อยอดศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
