รีเซต

เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลบ.ม. น้ำถึง กทม. ใน 3 วัน

เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลบ.ม. น้ำถึง กทม. ใน 3 วัน
TNN ช่อง16
1 ตุลาคม 2569 ( 13:24 )
5

กรมชลประทานทยอยเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท สูงสุดไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หลังปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่ามวลน้ำจะเคลื่อนลงมาถึงกรุงเทพมหานครในอีกประมาณ 2-3 วัน

สถานการณ์ครั้งนี้ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำตั้งแต่ภาคกลางตอนบนลงมาถึงกรุงเทพฯ ต้องเพิ่มการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะบ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อาจเผชิญระดับน้ำสูงขึ้น ประกอบกับช่วงนี้มีน้ำทะเลหนุนสูงทั้งช่วงเช้าและค่ำ

ไทม์ไลน์เพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

กรมชลประทานเริ่มทยอยเพิ่มอัตราการระบายน้ำตั้งแต่เวลา 21.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 จากเดิม 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนเพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในเวลา 02.00 น.

หลังจากนั้นมีแผนทยอยเพิ่มอัตราการระบายประมาณชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับน้ำเหนือที่กำลังไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

สาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน รวมกับฝนตกหนักเหนือเขื่อน ส่งผลให้ปริมาณน้ำบริเวณสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการติดตามน้ำเหนือ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อวันที่ 25 กันยายน เป็นมากกว่า 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลาเพียง 5 วัน



 

 

จับตา 2 ต.ค. น้ำเหนืออาจเพิ่มอีก

กรมชลประทานประเมินว่า วันที่ 2 ตุลาคม ปริมาณน้ำบริเวณสถานี C.2 นครสวรรค์ อาจเพิ่มขึ้นแตะประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เมื่อรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขา ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจอยู่ที่ประมาณ 3,600-3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

แผนบริหารจัดการน้ำจะรับน้ำบางส่วนเข้าสู่คลองชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก รวมประมาณ 550-580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา และช่วยบริหารน้ำให้กระจายไปตามระบบชลประทาน

พื้นที่ไหนต้องเฝ้าระวัง?

กรมชลประทานระบุว่า พื้นที่ชุมชนภายในแนวคันกั้นน้ำยังมีระบบป้องกันรองรับ ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 15-30 เซนติเมตร

ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ประเมินว่า บางพื้นที่อาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นได้ถึงประมาณ 60 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และปริมาณน้ำในแต่ละช่วง

พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษครอบคลุม 4 จังหวัด 14 อำเภอ ประกอบด้วย พระนครศรีอยุธยา 6 อำเภอ อ่างทอง 4 อำเภอ สิงห์บุรี 3 อำเภอ และชัยนาท 1 อำเภอ

ขณะเดียวกัน มีการแจ้งเตือนไปยังพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยารวม 11 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่เพิ่มขึ้น

กทม. เตือน 11 ชุมชน ยกของขึ้นที่สูง

สำหรับกรุงเทพมหานคร พื้นที่ที่ต้องติดตามเป็นพิเศษคือชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ

กทม. แจ้งเตือนประชาชน 11 ชุมชน ใน 6 เขตริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมประมาณ 320 ครัวเรือน ให้เตรียมยกสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูง โดยเฉพาะในช่วงที่มวลน้ำเหนือเคลื่อนลงมาพร้อมกับภาวะน้ำทะเลหนุนสูงทั้งช่วงเช้าและค่ำ

ส่วนชุมชนที่อยู่ภายในแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงพื้นที่ริมคลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ ยังต้องติดตามปัญหาน้ำรั่วซึมและระดับน้ำตามแนวป้องกันอย่างต่อเนื่อง

เทียบปี 2554 น้ำรอบนี้อยู่ระดับไหน?

หากเปรียบเทียบเฉพาะอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ตัวเลขสูงสุดไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในรอบนี้ ยังต่ำกว่าช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยาเคยระบายน้ำสูงสุดประมาณ 3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ส่วนสถานการณ์น้ำในปี 2565 อัตราการระบายน้ำเคยอยู่ที่ประมาณ 3,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สูงกว่าระดับที่กำหนดไว้ในรอบปัจจุบันเช่นกัน

อีกหนึ่งปัจจัยคือปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มเจ้าพระยา ปัจจุบันมีน้ำรวมประมาณ 71% ของความจุ และยังเหลือพื้นที่รองรับน้ำได้อีกราว 7,100 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ภาครัฐยังมีพื้นที่บริหารจัดการน้ำต้นทุนในระบบ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า แนวคันกั้นน้ำของกรุงเทพฯ มีระดับความสูงประมาณ 3 เมตร ขณะที่ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร ส่วนข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า หากการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นใกล้ระดับ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะเป็นระดับที่ต้องติดตามผลกระทบต่อกรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด

ฝนถึง 4 ต.ค. ตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม

แม้ตัวเลขการระบายน้ำในปัจจุบันยังต่ำกว่าปี 2554 แต่สถานการณ์ยังต้องติดตามต่อเนื่อง เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ภาคเหนือและภาคกลางยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องถึงวันที่ 4 ตุลาคม

ขณะที่ สทนช. ประเมินว่า หากมีน้ำเหนือและฝนเพิ่มเติม อัตราการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอาจขยับขึ้นอยู่ในช่วงประมาณ 2,700-3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยต้องประเมินจากปริมาณน้ำจริงและสภาพอากาศเป็นระยะ

ภาพรวมขณะนี้ อัตราการระบายน้ำยังต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2554 อย่างชัดเจน ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเดินหน้าบริหารน้ำผ่านเขื่อนและระบบชลประทานเพื่อควบคุมปริมาณน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ ควรยกสิ่งของขึ้นที่สูง เตรียมความพร้อมล่วงหน้า และติดตามประกาศจากกรมชลประทาน สทนช. กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอดช่วง 2-3 วันนี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง