ปัจจุบันการจะหาซื้อสิ่งของจากต่างประเทศก็ง่ายสุดแสนจะง่าย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากประเทศในแถบเอเชียด้วยกันเอง หรือสินค้าจากฝั่งยุโรป ด้วยความง่ายนี้เองทำให้บางครั้งพวกเราจะพลั้งมือซื้อของไปจนเกินตัว หรือไม่ก็ไม่เช็คสินค้าให้ถี่ถ้วนก่อน จนต้องได้สินค้าที่ใช้งานไม่ได้กลับมา ในบทความนี้ผมจึงจะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อสินค้ามือสองจากญี่ปุ่นให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้ดูครับ แล้วทุกท่านก็จะได้สินค้าที่มีตำหนิน้อย ใช้งานได้ ใช้ได้นาน เรียกได้ว่าหากใช้วิธีที่ผมแนะนำเหล่านี้จะคุ้มเงินในกระเป๋าที่พวกเราได้จ่ายไปแน่ก่อนอื่นเลยผมก็อยากจะเล่าว่า ตัวผมเองนั้นก็ซื้อสินค้ามือสองเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่เพียงแต่สินค้าญี่ปุ่นเท่านั้น (แต่ส่วนมากก็เป็นสินค้าจากญี่ปุ่น เพราะผมรู้สึกว่าจะได้สินค้าคุณภาพดี) สินค้าที่ผมซื้อจะมีพวกเสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องครัว งานไม้แกะสลัก เป็นต้น วิธีการเลือกซื้อของผมก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าถ้าอยากได้สินค้าที่ตำหนิน้อยจริง ๆ ก็คงจะต้องใช้เวลาในการเลือกนานเสียหน่อย โดยจะแบ่งการเลือกออกไปตามหมวดหมู่ของสินค้านะครับ1) เสื้อผ้างานเสื้อผ้าที่อยู่ในโกดังของมือสองญี่ปุ่นแถวบ้านของผมมีความหลากหลายมาก สิ่งที่ผมทำได้คือกวาดสายตามองตัวที่ถูกใจ หยิบมันขึ้นมา แล้วยืนมองตำหนิอย่างละเอียด จุดที่ควรมองเป็นจุดแรก ๆ คือส่วนตะเข็บ หากเป็นเสื้อผ้าที่มียางยืดก็ลองยืดดูก่อนว่าสภาพยางเป็นอย่างไร ที่สำคัญคือต้องพลิกดูด้านในให้ดี อย่าส่องดูผ่าน ๆ โดยเด็ดขาดข้อดีของพวกเสื้อผ้ามือสองคือ เราแค่ดูเนื้อหาและรูปร่างคร่าว ๆ ว่าเหมาะกับเราหรือไม่ นอกจากนั้นหากว่าทรงเสื้อหรือกางเกงไม่เป็นที่พอใจก็สามารถเอาไปให้ร้านตัดเย็บผ้าแก้ทรงให้เหมาะกับเราอีกทอดหนึ่ง ทว่าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อคุณก็ควรดูที่ป้ายแนะนำการซักด้วย อ่านให้พอเข้าใจว่าควรซักอย่างไร ใช้อะไรในการซักได้บ้าง เพราะเสื้อบางตัวที่เราคิดว่าอาจจะซักเครื่องได้ก็แทบจะหลุดออกเป็นขุยเลยนะครับ2) เครื่องครัวสแตนเลสขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องครัว เราก็ต้องหาสินค้าที่เมื่อซื้อไปแล้วจะนำไปใช้ประกอบอาหารได้ และอยู่ทนนานใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ควรดูคือรอยสนิมทั้งหลายที่ติดมากับตัวเครื่องครัวเหล่านี้ ว่ารอยสนิมนั้นลืมมากแค่ไหน มันสร้างความเสียหายให้กับเครื่องครัวเหล่านั้นหรือไม่ ทั้งยังต้องดูด้วยว่ารอยสนิมเหล่านี้สามารถขัดออกได้หรือไม่ ถ้าขัดออกก็ดีขึ้นมากเลยล่ะครับ นอกจากนั้นเราก็ควรสังเกตสภาพของเครื่องครัว เช่น รอยบุบรอยยุบ การยึดติดกันของหูจับ เป็นต้นแต่หากไม่อยากปวดหัวกับการเลือก ผมก็ขอแนะนำซื้อเครื่องครัวที่มีเคลือบกันอาหารติดนะครับ เนื่องจากเดิมที่มันก็มีความทนทานมากกว่า มีผิวที่เป็นสนิมได้ยากกว่าอยู่แล้ว3) เซรามิกสินค้าประเภทเซรามิกจะมีวิธีการดูตำหนิง่ายกว่าประเภทอื่น เพราะถ้ามันแตก ผู้ซื้อก็จะดูรอยแตกออกทันที ปัญหาอย่างเดียวของรอยแตกเลยคือ มันแตกเฉพาะพื้นผิวเล็ก ๆ ของเนื้อเซรามิก ที่หากถูกกระทบกระเทือนอีกไม่กี่ครั้งมันก็จะแตกอยู่ดี วิธีการตรวจสอบรอยแตกที่ง่ายที่สุดของผมคือการค่อย ๆ เอามือลูบไปตามเนื้อเซรามิก เนื่องจากเนื้อเซรามิกที่แตกแบบบาง ๆ จะมีผิวสัมผัสที่นูนหรือยุบเล็กน้อย เมื่อเจอรอยเหล่านี้แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อแล้วล่ะครับ ว่าต้องการจะซื้ออยู่หรือจะไม่ซื้อไปเลยข้อดีอีกอย่างหนึ่งของสินค้าเซรามิกคือสินค้าเหล่านี้มักถูกเคลือบมาให้แล้ว ทำให้มีฝุ่นจับน้อยและล้างง่ายผิดกับสินค้าประเภทเสื้อผ้าที่ถ้ามีรอยเปื้อนก็ต้องขยี้แรง ๆ ให้รอยนั้นออก และสินค้าประเภทเครื่องครัวที่แน่นอนว่าต้องขัดรอยเปื้อนด้วยแรงทั้งหมดที่มีเมื่อได้สินค้ามาจนสมดั่งใจหวังแล้ว ทุกท่านก็อย่าลืมล้างสินค้าเหล่านี้กันด้วย โดยเฉพาะสินค้าตัวใดที่สามารถล้างด้วยน้ำร้อนได้ก็ใช้น้ำร้อนเลยครับ ทั้งนี้ก็เพื่อฆ่าเชื้อที่มีโอกาสมาจากการถูกคนมากมายสัมผัสและเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ซื้อเองบทความนี้ผมคงจะต้องลาไปก่อน ไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับเครดิตภาพภาพปกและภาพประกอบถ่ายโดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !