ขอบคุณรูปภาพจากhttps://bit.ly/2Sn66Nlเชื่อว่าสาว ๆ หลาย ๆ คน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้าน ต่างก็ต้องเคยเจอปัญหากับการจับจ่ายซื้อของ หรือที่เรียกกันว่า 'ช้อปมือเปิบ' เป็นแน่ บางทีตั้งใจจะมาซื้อแค่นิดหน่อย แต่เห็นของ Sale เป็นไม่ได้ต้องรีบคว้าติดไม้ติดมือกลับมาทุกที หรือบางทีแค่เดินดูเฉย ๆ กลับซื้อของกลับบ้านมาเป็นกระบุงเลยซะงั้น ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดีอย่างในยุคปัจจุบันนี้ ปัญหาช้อปจนเกินงบคฃจะเป็นปัญหากวนใจใครหลาย ๆ คนเป็นแน่ แถมถ้าใช้จ่ายเยอะเกินไปก็อาจก่อให้เกิดหนี้สินขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว วันนี้ไรต์จึงนำเคล็ดลับดี ๆ สำหรับสายช้อปมาฝากกันค่ะขอบคุณรูปภาพจากhttps://bit.ly/39BChP3 หยุดคิดสักนิดขอบคุณรูปภาพจากhttps://bit.ly/2OOmRyXใครที่ติดนิสัยเห็นป้ายลดราคา หรือโปรโมชั่นเป็นไม่ได้จะต้องคว้าติดไม้ติดมือมาด้วยทุกที ควรต้องหยุดคิดก่อนค่ะ คิดก่อนว่าสินค้าตัวนั้นใช่สินค้าที่เราจำเป็นต้องใช้รึเปล่า คิดก่อนว่าสินค้านั้นคล้ายกับสินค้าที่เราตั้งใจมาซื้อ หรือสามารถใช้แทนกันได้หรือไม่ และคิดดูก่อนว่าโปรนั้นคุ้มค่ารึเปล่า บางสินค้าที่เห็นว่าลดเยอะ แต่ไป ๆ มา ๆ ราคาดันแพงกว่าของที่เราซื้อประจำก็มีค่ะ วิธีการที่ควรนำมาใช้คือ ให้เดินไปรอบ ๆ ชั้นวางที่ขายสินค้าชนิดเดียวกัน สำรวจดูให้ทั่วก่อน นอกจากจะช่วยให้เราใจเย็นลงแล้ว บางทีเราอาจจะเจอสินค้าชนิดอื่นที่ดีกว่าตัวที่เราเจอในตอนแรกก็ได้ จดรายการของที่ต้องซื้อขอบคุณรูปภาพจากhttps://bit.ly/37n64t9ใครที่มีนิสัยชอบเข้าไปเดินเล่น และมักจะต้องซื้อของติดไม้ติดมือกลับมาควรต้องเอาเทคนิคข้อนี้ไปใช้ค่ะ นั่นคือเราต้องจดรายการของที่เราจำเป็นต้องซื้อ หรือมีติดบ้านเอาไว้ก่อน ถ้ายังไม่มีรายการเหล่านั้นห้ามเดินเข้าไปในห้าง หรือร้านสะดวกซื้อเด็ดขาด ข้อนี้จะทำให้เรามีนิสัยช้อปเฉพาะยามจำเป็น และยังช่วยให้เราสามารถคำนวณราคาค่าใช้จ่ายได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้การจดยังสามารถนำไปประยุกต์ได้เพิ่มเติมเช่น จดเพื่อเปรียบเทียบราคา และคุณภาพสินค้าที่ซื้อมาว่าอันไหนดีกว่า ครั้งต่อไปที่ซื้อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเลือก เพราะเราลองผิดลองถูกมาแล้ว รู้ว่ายี่ห้อไหนดี เป็นต้น หรือถ้าขี้เกียจจดเยอะอาจใช้วิธีเก็บใบเสร็จเอาไว้ แล้วทำเครื่องหมายตรงราคา และชื่อสินค้านั้นแทนก็ได้ค่ะ เช็คโปรโมชั่นขอบคุณรูปภาพจากhttps://bit.ly/2So71gDในยุคแห่งการสื่อสารอย่างปัจจุบันการจะเช็ดข้อมูลของสินค้าแต่ละอย่างนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย เช็คดูให้ดีก่อนว่าโปรที่กำลังล่อตาล่อใจเราอยู่นั้นมักจะจัดขึ้นบ่อย ๆ รึเปล่า หรือนี่เป็นโปรที่จัดหนักจัดเต็มสุดของแบรนด์นี้แล้วรึยัง และห้าง หรือร้านที่เรากำลังซื้ออยู่จัดโปรแบบนี้บ่อย ๆ อยู่แล้วรึเปล่า การค้นข้อมูลก่อนจะทำให้เราได้รู้อะไรดี ๆ มากขึ้นค่ะ เช่น ห้างนี้ หรือสินค้าตัวนี้จัดโปร 1 แถม 1 บ่อย ๆ ค่อยซื้อวันหลังที่ถูกกว่าโปร 2 แถม 1 ที่กำลังจัดอยู่ตอนนี้ได้ เป็นต้น ยอมเสียเวลานิดหน่อยแต่ว่าคุ้มค่าค่ะ เผลอ ๆ เราอาจจะได้เจอโปรดี ๆ จนลืมโปรที่กำลังจัดอยู่ตอนนี้ และไปซื้อสินค้าตอนที่คุ้มค่าคุ้มราคากว่าตอนนี้ก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้าออนไลน์มักจะชอบจัดโปรวันที่มีเลขวันที่ซ้ำกับเดือน และร้านค้าจำพวกโลตัสมักจะมีการจัด Mid Year Sale แบบจัดหนักพอกันกับร้านค้าออนไลน์เลย และอย่าลืมเทียบโปรระหว่างร้านค้ากันด้วยนะคะ อย่างตัวไรต์เองชอบไปที่ห้างเมญ่า ซึ่งจะไปซื้อของประจำที่ร้าน Watsons กับ Boots ซึ่งสองร้านนี้จะมีการจัดโปรในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเกือบทุกเดือน และมีสินค้าที่สามารถใช้แทนกันได้เยอะด้วย บางทีสินค้าของ Boots ไปซื้อที่วัตสันจะราคาถูกกว่า หรือมีโปรเยอะกว่า และบางทีถ้าไรต์มีงบไม่พอ ก็จะดูก่อนว่าสินค้าตัวไหนที่วัตสันขายซ้ำกับบูทส์บ้าง แล้วค่อยดูช่วงเวลาโปร เช่น สินค้าตัวนี้วัตสันกับบูทส์มีขายเหมือนกัน และมักจะลดราคาบ่อย เดือนนี้บูทส์ยังไม่มีโปร แปลว่าเดือนหน้าโอกาสจัดโปรค่อนข้างสูง เป็นต้นสาว ๆ สายช้อปลองใจเย็นกันลงกันสักนิดแล้วเอาวิธีในบทความนี้ไปปรับใช้กันนะคะ ^^