นายทุนเงินกู้โหด ทวงหนี้พีอาร์สาว จิกหัวลากออกสนามบอล-ปืนทุบหน้า

นายทุนเงินกู้โหด ทวงหนี้พีอาร์สาว จิกหัวลากออกสนามบอล-ปืนทุบหน้า
ข่าวสด
14 ธันวาคม 2563 ( 10:41 )
47
นายทุนเงินกู้โหด ทวงหนี้พีอาร์สาว จิกหัวลากออกสนามบอล-ปืนทุบหน้า

นายทุนเงินกู้โหด บุกทวงเงิน สาวพีอาร์ ใช้ปืนทุบหน้า-ศีรษะ บังคับกราบเท้า ก่อนเตะหน้าหงาย ในสนามฟุตบอลหญ้าเทียม จ.ขอนแก่น เหยื่อผวาหนัก

 

จากกรณีโซเชี่ยลมีเดียได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งภายในสนามฟุตบอลแห่งหนึ่งของ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์คนร้ายเป็นชายเดินเข้ามาที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียมพร้อมกับหญิงสาวอีกคน ก่อนจะเข้าไปกระชากผมสาวพีอาร์ที่กำลังทำงานอยู่ขอบสนาม แล้วลากออกมาที่บริเวณลานจอดรถ

 

นายทุนเงินกู้โหด บุกทวงเงิน สาวพีอาร์ ใช้ปืนทุบหน้า-ศีรษะ บังคับกราบเท้า

 

จากนั้น ชายคนดังกล่าวได้หยิบอาวุธปืนสั้น ทราบภายหลังว่าเป็นปืนบีบีกันออกมาทุบที่ใบหน้าและศีรษะของสาวพีอาร์รายดังกล่าวตลอดระยะทางที่ลากออกมา ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่มาออกกำลังกายที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม ก่อนที่ชายดังกล่าวจะลากสาวพีอาร์มานั่งกับพื้นที่ลานจอดรถแล้วบังคับให้กราบเท้า พร้อมทั้งกระหน่ำทำร้ายร่างกาย เอาปืนตบใบหน้าและศีรษะหลายครั้ง ก่อนจะเก็บปืนใส่กระเป๋าแล้วทั้งตบทั้งเตะเสยหน้าจนสาวพีอาร์หงายหลัง ร้องอ้อนวอนและยกมือไหว้ขอชีวิต แต่ชายดังกล่าวก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดทำร้าย

 

ส่วนหญิงที่มาด้วยกันก็ไม่ได้เข้าไปห้ามแต่อย่างใด เวลาผ่านไปเกือบ 5 นาที ชายสวมใส่ชุดกีฬาสีน้ำเงิน ทราบภายหลังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเพื่อน ๆ ได้เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนจะแจ้งสายตรวจมาควบคุมตัวชายดังกล่าวไปสอบสวนที่สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.ของวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา

 

ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในสนามฟุตบอลหญ้าเทียม

 

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ธ.ค.2563 น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี หญิงสาวที่ถูกทำร้ายร่างกายจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนติดเงินกู้นอกระบบ 130,000 บาท ซึ่งกู้ยืมมาจากนายแพร ชายที่อยู่ในคลิป โดยก่อนเกิดเหตุได้พูดคุยกันว่าตอนนี้ยังไม่มีเงินจ่าย และกำลังทำงานเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ โดยยืนยันว่าจะจ่ายแน่นอนและไม่ได้คิดหลบหนีหรือปิดกั้นการติดต่อสื่อสาร ซึ่งสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้นายแพรทราบ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่คิดหนีแน่นอน

 

"วันเกิดเหตุนายแพรได้ไปหาแม่ของหนูที่บ้าน ก่อนจะเดินทางมาที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม เมื่อมาถึงนายแพรก็ดึงแขนขึ้นมาแล้วกระชากศีรษะลากออกมาตามวงจรปิด ซึ่งขณะที่ลากออกมาได้สักพักก็หยิบปืนออกมา ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ทราบว่าเป็นปืนจริงหรือปืนปลอม จ่อมาที่หนูแล้วพูดว่า "กูยิงมึงตายดีไหมเนี่ย วันนี้กูไม่ได้มาเอาเงิน กูมาเอาชีวิตมึง" พอนายแพรพูดจบประโยค ก็เอาด้ามปืนมาทุบที่ใบหน้าและศีรษะหนูอย่างแรงหลายครั้ง ก่อนจะลากมาถึงลานจอดรถหน้าทางเข้าสนามฟุตบอลพร้อมบังคับให้กราบเท้า โดยบอกว่า "มึงกราบเท้ากูสิ" พร้อมทั้งเอาด้ามปืนตบหน้า เหยียบซ้ำ และเตะเสยหน้าจนหนูหงายหลัง และยังทำร้ายอย่างต่อเนื่องซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งคนที่เห็นเหตุการณ์ก็ไม่มีใครเข้ามาช่วยเพราะกลัวว่าจะเป็นปืนจริงอาจโดนลูกหลงไปด้วย ก่อนที่จะมีตำรวจที่มาเตะฟุตบอลเข้ามาช่วยเหลือเอาไว้" น.ส.เอ กล่าว

 

 

ผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า หลังจากมีตำรวจเข้ามาห้ามและช่วยเหลือ นายแพรบอกกับตำรวจว่าตนติดเงินหญิงที่มากับนายแพร แต่ความจริงตนไม่เคยเห็นหน้าและไม่เคยรู้จักกับหญิงคนดังกล่าวมาก่อน และไม่ได้ติดเงินตามที่นายแพรอ้างกับตำรวจ แต่ติดเงินนายแพรคนเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยยืมเงินนายแพรมาแล้วหลายครั้งและหมุนเงินคืนให้ได้ตลอด แต่ตนเล่นแชร์แล้วแชร์ล้ม ลูกแชร์ที่เล่นด้วยแล้วเป็นหนี้ก็ไม่ยอมจ่ายทำให้ไม่มีเงินมาคืนนายแพร

 

น.ส.เอ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาบอกนายแพรตลอดว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง และไม่เคยหลบหน้าหรือขาดการติดต่อสื่อสาร และพอตนเริ่มมีงานเริ่มตั้งตัวใหม่ ก็บอกนายแพรว่าทำงานอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ให้รอก่อน ได้เงินจะรีบนำเงินไปคืนทันที โดยต้นเดือน ธ.ค.ได้ให้ไปก่อน 5,000 บาท และสิ้นเดือนจะจ่ายให้อีก 10,000 บาท โดยนายแพรต้องการให้จ่ายใช้หนี้เดือนละ 15,000-20,000 บาท แต่นายแพรก็มาทำร้ายร่างกายก่อน และทำให้ตอนนี้ไม่สามารถกลับไปทำงานได้อีก เพราะเสียโฉม บาดเจ็บ บอบช้ำไปทั้งตัว

 

ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บตามใบหน้าและศีรษะ

 

"หลังเกิดเหตุหนูไปให้ปากคำและแจ้งความดำเนินคดีกับนายแพร โดยยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเป็นคนละเรื่องกับที่หนูติดหนี้ ส่วนหนี้สินที่ติดนายแพรอยู่ ก็ยืนยันว่าจะหามาคืนให้และทำให้เห็นมาตลอดว่าไม่ได้หนีหรือไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งที่อยู่ที่ทำงานนายแพรจะทราบทั้งหมด แต่ส่วนที่หนูถูกทำร้ายร่างกายก็เป็นอีกเรื่อง และตอนนี้เป็นห่วงครอบครัวโดยเฉพาะแม่ กลัวว่านายแพรจะมาทำร้ายคนในครอบครัวเหมือนที่ทำกับตัวเอง อีกทั้งนายแพรยังขู่ว่ารู้จักคนเยอะเป็นผู้มีอิทธิพล" น.ส.เอ กล่าว

 

ผู้เสียหาย กล่าวด้วยว่า หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายแพรไปดำเนินคดีแค่ข้อหา ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ปรับเป็นเงิน 1,000 บาท แล้วได้รับการปล่อยตัวไป ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายนั้น ทางตำรวจบอกว่าต้องรอผลตรวจจากแพทย์ประมาณ 1 เดือน จึงจะสามารถแจ้งข้อหาได้ ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นกลัวว่านายแพรจะมาทำร้ายคนในครอบครัวหรือตนเองอีก อยากให้สื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียงเพราะกลัวว่าคดีจะเงียบ ตอนนี้ก็คงต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงและไม่หนีไปไหน ส่วนอาการตอนนี้บอบช้ำบวมไปทั้งตัว โดยเฉพาะทางซีกซ้าย ศีรษะแตก 2 จุด ใบหน้าบวมช้ำ หลังช้ำ ใช้ชีวิตประจำวันยากลำบาก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง