Bitcoin คืออะไร แล้วใครเป็นผู้สร้างซาโตชิ นากาโมโตะ คือบุคคลลึกลับกลุ่มหนึ่ง ที่ได้เป็นคนสร้าง Block ที่ 0 ขึ้นมา แล้วได้ทำการกำหนดรางวัลไว้ที่ 50 BTC ซึ่งในบล็อกนี้จะเป็นบล็อกพิเศษ โดย Bitcoin ได้มีเรื่องเล่าว่า พวกเขาได้ทำการขุด Bitcoin เพื่อที่จะทำบิทคอยน์ในชุดแรกเป็นเวลา 6 วัน และซึ่งค่อนข้างตรงกับคัมภีร์ไบเบิล ที่พระเจ้าสร้างโลกนั้นจะใช้เวลาทั้งหมด 6 วัน ซึ่งในวันที่ 7 ซาโตชิ ก็ได้พัก ทุกอย่างได้ตรงกับคัมภีร์ไบเบิลเป็นอย่างมาก และทั้งหมดทั้งมวล ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นก็ได้ไปตรงกับ พฤติกรรมของซาโตชิ นากาโมโตะ ได้ใช้เวลาในการสร้างบิทคอยน์ทั้งหมด 7 วัน แล้วหลังจากนั้น ซาโตชิ นากาโมโตะ ได้หายตัวไปเลย ฮ่า ๆ และมีกลุ่มคนที่ได้บอกว่าบิทคอยน์และคริปโตเคอเรนซี่ จะเป็นการเปลี่ยนแปลที่สำคัญมาก ทั้งในด้านของเศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร และจะคอยจัดการชีวิตของเรา ๆ กันทุกคน แต่ในทุกวันนี้ในประเทศไทยยังเกิดอาการมึนงง สับสนไม่เข้าใจ ความโลภมาครอบงำ ต่าง ๆ และเกิดคำถามต่าง ๆ นา ๆ กันอยู่มากมาย จนกลายเป็นความเสี่ยง ทางการเงินของเราไป และยังเปิดโอกาสให้กับผู้ไม่หวังดีกับเรา ก่อคดีล่อลวงอย่างที่เป็นข่าวกันอยู่ในทุกวันนี้ จนรัฐบาลต้องออกกฏหมายเข้ามาดูแลในเรื่องนี้กันจร้าภาพโดยhttps://cdn.pixabay.com/photo/2018/02/04/17/39/crypto-currency-3130381_960_720.jpgอย่างที่เราพอที่จะทราบกันแล้วว่าทางประเทศไทยเรามีพระราชกำหนดสินทรัพย์ดิจิตอล ตัวบทกฏหมายได้ส่งเสริมและได้เข้ามากำกับดูแล การโอนเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิตอลด้วยคริปโตมันง่ายมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นการนำเงินที่ผิดกฏหมายมาฟอกไปต่างประเทศแน่นอนว่าตามจับกับไม่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นทางรัฐบาลได้ให้ทางหน่วยงานได้เข้ามากำกับดูแล กลต. เข้ามาดูแลบริษัทต่าง ๆ เป็นตัวแทนแลกเปลี่ยนซื้อขาย (Exchange) รวมถึงคนที่ซื้อขายสินค้าดิจิตอลคริปโตเคอเรนซี่มาเก็บไว้แล้วรอขายต่อ(Dealer) จะต้องขึ้นทะเบียน และอยู่ภายใต้มาตรฐานที่ทาง กลต.กำหนด และยังมีอีกธุรกิจหนึ่งเรียกว่าไอซีโอพอร์ทัล มีหน้าที่ออกเหรียญ และพร้อมเสนอขายต่อประชาชน ไอซีโอพอร์ทัล ยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องขออนุญาติจาก กลต.ภาพโดยhttps://cdn.pixabay.com/photo/2017/08/15/08/53/bitcoin-2643159_960_720.jpgcentralized คือระบบคนกลางเป็นศูนย์กลาง โดยซาโตชิต้องการตัดระบบคนกลางออกไปเมื่อ 10 ปีก่อน ได้พบวิธีการแก้ไขปัญหาวิธีนี้แล้วเริ่มทำโครงการบิทคอยน์หรือระบบเงินอิเลคโทรนิค Peer to Peer ซึ่งผู้ที่ได้เชื่อมต่อระบบอิเลคโทรนิคนี้ส่งเงินบิทคอยน์จากอีกคนหนึ่งไปให้อีกคนหนึ่งได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางอย่างโปร่งใส แต่จะต้องถูกยืนยันความถูกต้อง และได้ถูกบันทึกไว้แบบถาวร โดยจะใช้เทคโนโลยีบิทคอยน์ระบบแบบไม่รวมศูนย์หรือจะเรียกว่า Decentralized จร้า ภาพโดยhttps://cdn.pixabay.com/photo/2016/11/10/05/09/bitcoin-1813503_960_720.jpgบิทคอยน์มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านบิทคอยน์ซึ่งมันจะมีอยู่แค่นั้นเพื่อให้มันรักษามูลค่าของตัวมันเองได้ ดังนั้นไม่ต้องห่วงและเป็นกังวลว่า บิทคอย์จะมีการเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะมันเป็นไปไม่ได้เช่นเดียวกัน และใครที่ต้องการที่จะเป็นเจ้าของบิทคอยน์นั้น ๆ เราก็ต้องไปสมัคร สมัครมาแล้วเราก็จะได้กระเป๋า เพื่อที่จะได้สั่งโอนเหรียญ โดยตัวของเราเอง จะได้ถือกุญแจในการสั่งการโอนเข้า และโอนออกในเหรียญนั้น ๆ แต่ในปัจจุบันได้มีคนสร้างเหรียญขึ้นมามากกว่า 1,600 สกุลเงิน เพื่อมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และใช้เพื่อในการลงทุน แต่อย่างแรกที่เราจะใช้เหรียญคริปโตนั้นได้เราก็จะต้องมีกระเป๋า Wallet กันเสียก่อนนะ โดยทั่วไปจะแบ่งเป้น 3 ประเภทMobile Walletใช้ง่าย ๆ เพียงแค่เราไปโหลดแอปของบล็อกเชนนั้นมาแล้วทำการโอนเหรียญรับเหรียญกันได้เลยWeb Wallet เอาไปเก็บเอาไว้ซื้อขายเก็งกำไร พอราคาลงเราก็ซื้อ พอเวลาขึ้นเราก็ขายออกไป แต่จะไม่เหมาะกับการนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันWardware Wallet เป็น Wallet ที่มีความปลอดภัยขั้นสูงสุด เรียกว่า Security Wallet โดยมีลักษณะเหมือน Flasd Driveสำหรับคนไม่มีเหรียญต้องการที่จะซื้อเหรียญ เราก็สามารถเข้าไปสมัครกับ Exchange และนำเงินไปแลกเอาในExchangeนั้น ๆ ได้เลยจร้า จะเสียค่าธรรมเนียนนิดหน่อยภาพโดย itsayapornแล้วบิทคอยน์นั้นสร้างขึ้นมาทำไม ตอบในการสร้างสกุลเงินที่เป็นอิสระจากรัฐบาลและธนาคารสามารถส่งหากัน ผ่านทางระบบอินเทอร์เนตและมีค่าธรรมเนียมที่ถูกมาก ๆ พอเราแลกเหรียญแล้วได้จะถูกเก็บไว้ที่ Web Wallet พอราคาลงเราก็ซื้อมาเก็บไว้เก็งกำไรพอเวลาขึ้นเราก็ขายออก เพียงเท่านี้เองจร้า ลงไปศึกษาดูกันนะ ส่วน เราใช้บริการExchange อยู่ 2 Exchange ในตอนนี้คือSatang Pro และ Bitkubภาพโดยhttps://cdn.pixabay.com/photo/2018/10/08/14/47/bitcoin-3732869_960_720.jpgข้อดีของบิทคอยน์นั้นสามารถที่จะโอนได้อย่างรวดเร็วทันใจ และสามารถโอนหาใครก็ได้ภายในโลกใบนี้ สะดวกสบายมาก ๆ เลยจร้า และที่สำคัญคือมีความโปร่งใสถึง 100 % กันเลยทีเดียวจร้า เพราะในทุก ๆ รายการที่เราทำการโอนจะมีการบันทึกสำเนาและเราสามารถเข้าไปดูได้ ต่อมาในปี 2013 นั้นก็ได้เกิดตู้ Bitcoin ATM ครั้งแรก และเป็นเครื่องแรกในโลก ในเมืองแซนดีเอโกที่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของรัฐแคลิฟอร์เนีย บิทคอยน์ได้รับการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ในการทำงานของบิทคอยน์นั้นต้องทำงานผ่านบล็อกเชน และบล็อกเชนก็คือชุดในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เป็นชุด ๆ เอาไว้ ถ้าเกิด ถ้าเกิดมีการถูกแก้ไขระหว่างทางขึ้นมา ข้อมูลนั้นก็จะไม่ถูกเข้ามารวมกับข้อมูลอันเก่า และระบบของบล็อกเชนนั้นก็จะกระจายออกไปทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครที่ต้องการที่จะโจมตีข้อมูลต่าง ๆ ของเรานั้นก็ไม่สามารถทำได้ภาพโดยhttps://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2019/01/shutterstock_1216210723-740x492.jpgบางคนก็อยากที่จะขุดบิทคอยน์กันเอง เพราะการขุดบิทคอยน์นั้น ๆ เขาก็ให้เป็นรางวัล แล้วเราก็เอารางวัลที่ได้จากการขุดบิทคอยน์นั้นไปขายเพื่อแลกเป็นเงินกันไปเลยจร้าภาพโดยhttps://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2019/04/1.jpgกฏหมายในไทยเกี่ยวกับบิทคอยน์ ในตอนนี้ กลต.ประเทศไทยของเราได้รับการยอมรับบิทคอยน์ เงินดิจิทัลถูกต้องตามกฏหมายแล้วนะจ๊ะ จะมีทั้งหมด 7 สกุลเงินด้วยกันดังต่อไปนี้Bitcoin (BTC) , Bitcoin Cash (BCH) , Ethereum (ETH) , Ethereum Classic (ETC) , Litecoin (LTC) , Ripple ( XRP) , Stellar (XLM)