เศรษฐกิจดี/ไม่ดี ดูยังไง ? มีปัจจัยใดกำหนดบ้าง ? เมื่อพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ก็แน่นอนว่าหลายคนคงพอทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันมักจะถูกนำมาเป็น topic ในการพูดคุยในชีวิตประจำวันของเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสนทนาทั่วไประหว่างคนรู้จัก หรือกระทั่งหัวข้อบนหน้าข่าวต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำว่า "เศรษฐกิจไม่ดี" ซึ่งในแต่ละปีเรามักจะได้ยินคำนี้กันบ่อยชนิดว่านับครั้งกันไม่ถ้วนเลยทีเดียว ทั้งจากผู้คนทั่วไปและจากสื่อต่าง ๆ แต่เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนคงจะนึกสงสัยอยู่ในใจว่าที่เขาว่ากันว่าเศรษฐกิจไม่ดีน่ะ ตกลงแล้วมันไม่ดีจริง ๆ ใช่ไหม และเราจะรู้ได้ยังไงว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี ในบทความนี้จึงจะมาช่วยไขข้อข้องใจให้ได้ทราบกันว่าตกลงแล้วการจะสรุปว่าเศรษฐกิจดี หรือไม่ดีนั้น เราต้องดูข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลจากปัจจัยใดบ้าง ? GDP ปัจจัยแรกที่นับเป็นปัจจัยที่นับว่าเป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่นิยมใช้ในการประเมิณภาพรวมว่าเศรษฐของประเทศ หรือรัฐนั้น ๆ กำลังเป็นไปด้วยดี หรือกำลังซบเซาในระดับสากลก็คือ ตัวเลข GDP นั่นเอง พูดมาแบบนี้หลายคนก็อาจจะงง ๆ อยู่ดีแล้วตกลงตัวเลข gdp มันบ่งบอกอะไรเรา ? ก็ต้องอธิบายแบบนี้ว่าจีดีพีนั้นเป็นผลรวมของภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจ 4 ด้าน อันประกอบด้วย - รายจ่ายเพื่อการบริโภค หรือก็คือกำลังซื้อของประชาชน ณ เวลานั้น ๆ - การลงทุนของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการที่บริษัทต่าง ๆ ทุ่มทุนสร้างโรงงานใหม่ ๆ การขึ้นโครงการคอนโด บ้านจัดสรรของบริษัทอสังหา การขยายสาขาของห้างร้านต่าง ๆ - การลงทุนของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสาธารณูปโภค ถนนหนทาง การปรับปรุงระบบน้ำ ไฟ หรือกระทั่งการเพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการ - มูลค่าการส่งออก-มูลค่าการนำเข้า หรือก็คือตัวเลขขาดดุล/เกินดุล ที่ภาคเอกชนในประเทศเราทำได้นั่นเอง ถึงตรงนี้หลายคนน่าจะพอเห็นภาพแล้วว่า gfp เป็นตัวเลขของผลรวมที่สะท้อนภาพการเติบโต หรือซบเซาของเศรษฐกิจได้ค่อนข้างครอบคลุมในหลายมิติ แต่ก็คงจะมีคำถามต่อมาอีกว่า แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าตัวเลข gdp เท่าไหร่ถึงนับว่าเศรษฐกิจดี และเท่าไหร่ถึงนับว่าไม่ดี ? ซึ่งก็ต้องบอกอย่างนี้ว่าตัวเลข gpd ที่จะบ่งบอกว่าเศรษฐกิจดี/ไม่ดี นั้นไม่ตายตัว แต่โดยวิธีทั่่วไปที่นิยมใช้เพื่อประเมิณสภาพเศรษกิจจะมีอยู่ด้วยกันสองวิธี นั่นคือ การเปรียบเทียบกับตัวเลขประมาณการณ์ของภาครัฐ ซึ่งหากตัวเลขจริงออกมาต่ำกว่าประมาณการณ์ก็จะตีเป็นเศรษฐกิจฝืด ซบเซา หรือเศรษฐกิจไม่ดีนั่นเอง แต่หากตัวเลขออกมาสูงกว่าประมาณการณ์ก็พอจะสรุปได้ว่าเศรษฐกิจกำลังดีนั่นเอง กับอีกวิธีก็คือการเปรียบเทียบกับ gdp ของประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งหากต่ำกว่าหลาย ๆ ประเทศในภูมิภาคเดียวกันก็พอจะบ่งบอกได้ถึงปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง ซบเซาของประเทศเรา และถ้าหากว่าสูงกว่าหลาย ๆ ประเทศก็พอจะบ่งบอกได้ถึงสภาพเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตด้วยดี ปัจจัยด้านเสถียรภาพ และคุณภาพสังคม แม้ว่าตัวเลข GDP จะเป็นตัวสรุปสภาพเศรษฐกิจที่ครอบคลุมหลายปัจจัยใหญ่แล้ว แต่ก็ต้องบอกว่ามันไม่ได้สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศเสมอไป เพราะบ่อยครั้งที่ตัวเลขการใช้จ่ายภาคประชาชนนั้นเป็นตัวเลขที่กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มคนบางกลุ่ม หรือบางครั้งกำลังการบริโภคของประชาชนบางส่วนก็อาจมาจากการก่อหนี้ และกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต ดังนั้นการจะประเมิณสภาพเศรษฐกิจให้ละเอียดขึ้น จึงต้องพิจารณาไปที่ปัจจัยอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะปัจจัยด้านเสถียรภาพ และคุณภาพสังคม เช่น ภาวะเงินเฟ้อ หากเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นในเวลาอันรวดเร็วก็จะถือว่าเป็นปัจจัยเชิงลบซะมากกว่า แม้ว่าในทาง gdp จะเป็นตัวหนุนให้ตัวเลขโตขึ้น(เพราะประชาชนต้องควักจ่ายมากขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าในปริมาณเท่าเดิม) ก็ตาม เพราะระยะยาวแล้วประชาชนจะต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่หนักเกินกำลัง และอาจนำมาซึ่งการก่อหนี้ที่ไร้คุณภาพ ปริมาณคนตกงาน ว่างงาน หรือถูกเลิกจ้าง ปัจจัยทางสังคมที่ไม่ได้ถูกนำไปคิดรวมกับ gdp โดยตรงก็คือ การว่าง การตกงานของประชาชนทั่วไป ซึ่งปัจจัยนี้มักสะท้อนภาพความเป็นไปของเศรษฐกิจได้มากกว่าตัวเลขการบริโภครวมด้วยซ้ำ เพราะการว่างงานนั้นจะนำมาซึ่งปัญหาทางเศรษฐกิจหลายอย่างตามมา ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับแรงงานที่ยังคงมีงานทำ ซึ่งอาจมีความสัมพันธ์หรือภาระรับผิดชอบผูกพันกันอยู่ การลดกำลังการซื้อในอนาคต การลดศักยภาพในการผลิตสินค้า/บริการของภาคธุรกิจในอนาคต ดังนั้นในการจะสรุปว่าเศรษฐกิจดี หรือไม่ดี จึงจำเป็นต้องประเมิณปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วยนั่นเอง ณัฐนันท์ ภาพปก โดยผู้เขียน ภาพประกอบ 1, 2, 4 โดยผู้เขียน (Design Element on Canva) ภาพประกอบ 3 จาก Pixabay.com เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !