ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงเหยื่อมากที่สุดรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับของ การส่งของไม่ตรงตามที่ตกลง หรือแม้แต่การหลอกให้โอนเงินแล้วติดต่อไม่ได้อีกเลย การป้องกันที่ดีที่สุดคือการตรวจสอบข้อมูลผู้ขายหรือผู้รับโอนให้รอบคอบก่อนตัดสินใจโอนเงินทุกครั้ง ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที บทความนี้ได้รวบรวมวิธีเช็กมิจฉาชีพที่ประชาชนทั่วไปสามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ 1. ตรวจสอบชื่อและข้อมูลผ่าน Google วิธีพื้นฐานที่หลายคนมองข้าม แต่ได้ผลดีอย่างมาก คือการนำชื่อ–นามสกุล ชื่อบัญชีธนาคาร หรือชื่อร้านค้าของผู้ขายไปค้นหาผ่าน Google หากบัญชีนั้นเคยมีประวัติโกงหรือถูกร้องเรียนมาก่อน มักจะมีข้อมูลแจ้งเตือนจากผู้เสียหายรายอื่น ไม่ว่าจะเป็นโพสต์เตือนภัย เว็บบอร์ด หรือบทความแชร์ประสบการณ์ การค้นหาควรลองใช้หลายรูปแบบ เช่น ชื่อ + คำว่า “โกง” เลขบัญชี + “มิจฉาชีพ” ชื่อร้าน + “เตือนภัย” หากพบข้อมูลผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทันที 2. ตรวจสอบผ่านโซเชียลมีเดีย โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งรวมข้อมูลเตือนภัยจากผู้เสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะ Facebook, X (Twitter), TikTok และกลุ่มซื้อขายสินค้าออนไลน์ต่าง ๆ มักมีการโพสต์แจ้งเตือนรายชื่อบัญชีมิจฉาชีพอยู่เป็นประจำ สามารถนำชื่อบัญชี เลขบัญชี หรือเบอร์โทรศัพท์ไปค้นหาในแพลตฟอร์มเหล่านี้ หากมีผู้เคยถูกโกงมาก่อน จะมีโพสต์แชร์ประสบการณ์หรือคอมเมนต์เตือนภัยให้เห็นอย่างชัดเจน วิธีนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อีกระดับก่อนตัดสินใจโอนเงิน 3. ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ Blacklistseller เว็บไซต์ Blacklistseller เป็นฐานข้อมูลรายชื่อมิจฉาชีพที่ได้รับการรวบรวมจากผู้เสียหายจริง มีข้อมูลค่อนข้างละเอียด เช่น ชื่อบัญชีธนาคาร เลขบัญชี รูปแบบการโกง ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การซื้อขายจนถึงการโอนเงิน ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลของผู้ขายไปตรวจสอบได้โดยตรง หากพบว่ามีประวัติอยู่ในระบบ แนะนำให้ยกเลิกการทำธุรกรรมทันที เว็บไซต์: https://www.blacklistseller.com/ 4. ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ ฉลาดโอน เว็บไซต์ ฉลาดโอน เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ได้รับความนิยม สามารถตรวจสอบได้ทั้ง ชื่อบัญชี เลขบัญชีธนาคาร เบอร์โทรศัพท์ ข้อความ SMS นอกจากนี้ หากผู้ใช้งานตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งข้อมูลคนโกงผ่านระบบ เพื่อให้ทีมงานช่วยรวบรวมหลักฐานและใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินคดี รวมถึงป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อซ้ำอีก อีกจุดเด่นคือระบบยืนยันตัวตนผู้ขาย ผู้ขายสามารถแสดงบัตรยืนยันจากฉลาดโอนให้ผู้ซื้อดู เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามีตัวตนจริง เว็บไซต์: https://www.chaladohn.com/ 5. ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ เช็กก่อน เว็บไซต์ เช็กก่อน เป็นอีกหนึ่งช่องทางใหม่ที่ช่วยให้การตรวจสอบมิจฉาชีพทำได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลหลากหลายรูปแบบ เช่น เลขบัญชีธนาคาร พร้อมเพย์ เบอร์โทรศัพท์ URL เว็บไซต์ เพียงกรอกข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบ ระบบจะแสดงผลว่าข้อมูลดังกล่าวเคยมีประวัติถูกร้องเรียนหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถแจ้งเบาะแสคนโกง เพื่อช่วยเตือนสังคมและลดจำนวนผู้เสียหายในอนาคต เว็บไซต์: www.checkgon.com 6. ตรวจสอบมิจฉาชีพจากเบอร์โทรศัพท์ นอกจากการโกงผ่านการซื้อขายสินค้าแล้ว แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงเป็นภัยใกล้ตัวที่พบได้บ่อย การตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ก่อนรับสายหรือก่อนหลงเชื่อข้อมูลจึงมีความสำคัญอย่างมาก ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันที่ช่วยตรวจสอบเบอร์โทรต้องสงสัยได้ เช่น Whoscall ตรวจสอบเบอร์โทรและ SMS พร้อมระบบแจ้งเตือนมิจฉาชีพ Truecaller แสดงข้อมูลแหล่งที่มาของสายโทรเข้า โดยเฉพาะเบอร์จากต่างประเทศ การติดตั้งแอปเหล่านี้จะช่วยคัดกรองสายอันตราย และลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบก่อนโอน ลดความเสี่ยงได้จริง การตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ส่วนใหญ่เกิดจากความรีบ ความเชื่อใจ หรือขาดการตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงิน การใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อตรวจสอบชื่อ เลขบัญชี หรือเบอร์โทรศัพท์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่กล่าวมา สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก จำไว้เสมอว่า หากข้อมูลไม่ชัดเจน ผู้ขายเร่งรัด หรือหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูล ควรหยุดและตรวจสอบให้รอบคอบก่อนทุกครั้ง เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว เครดิตภาพ ภาพที่ 1 จาก freepik โดย redgreystock เครดิตภาพ screenshot ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 ภาพปก : Canva เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !