IRPCเปิดสเป็กพันธมิตร คงเงินสดเกิน2-3พันล.

#IRPC #ทันหุ้น - IRPC คาดปลายปีนี้มีความชัดเจนพันธมิตรเข้ามาเสริมแกร่ง “ธุรกิจ-การเงิน” เพื่อคงอันดับเรตติ้ง ที่ A- แนวโน้มคงที่ มองสเปรดปิโตรเคมี-ปิโตรเลียมครึ่งปีหลังทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย คงรักษากระแสเงินสดไม่ต่ำกว่า 2-3 พันล้านบาท เล็งหารือ PTT เพิ่มวงเงิน-ขยายเวลาชำระค่าวัตถุดิบ รวมถึงขยายสินทรัพย์เพื่อมีเงินเข้ามาปลายปีนี้-ต้นปี 2569 ปรับลด Inventory เพื่อบริหารสต๊อก
นางสาวเอธิตา อนันตธุรการ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า แผนการหาพันธมิตรเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย ของทั้ง 3 บริษัทในกลุ่มปตท. คือ TOP-PTTGC-IRPC ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว และมีผู้ให้ความสนใจเข้ามาตรวจสอบวิเคราะห์สถานะกิจการทำ (Due Diligence)ในทั้ง 3 บริษัท คาดว่าจะมีความชัดเจนและรายชื่อผู้ที่เข้ามาคุยพันธมิตรได้ภายในปลายปีนี้
@เสริมแกร่งธุรกิจ-การเงิน
ทั้งนี้เกณฑ์การเลือกพันธมิตรของ IRPC จะต้องเป็นบริษัทที่มีความเข้มแข็งทางธุรกิจ, มีธุรกิจที่งกับธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม และเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อให้รักษาอันดับเครดิตของบริษัทไว้ที่เดิมได้ โดยปัจจุบันบริษัทมีอันดับเครดิตเรตติ้งที่ A-แนวโน้มคงที่
สำหรับแนวโน้มปิโตรเลียมในครึ่งปีหลัง สเปรดทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย โดยมีปัจจัยบวกความต้องการในช่วงฤดูกาลขับขี่ จะสนับสนุนความต้องการน้ำมันเบนซิน การผลิตไฟฟ้าในฤดูร้อน ในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียใต้ และความต้องการเชื้อเพลิงในช่วงปลายฤดูหนาว จะสนับสนุนความต้องการน้ำมันดีเซล แต่ก็จะมีปัจจัยลบเรื่องความไม่แน่นอนของการเก็บภาษีของสหรัฐ ก็จะจำกัดดีมานด์ปิโตรเลียม และโอเปกเพิ่มกำลังการผลิต
นางสาวเอธิตา กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจปิโตรเคมีในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 คาดการณ์ว่า สเปรดจะทรงตัว มีปัจจัยบวกจาแนฟทาที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง จากโอเปกพลัสประกาศเพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่ปัจจัยลบที่มีผลกระทบต่อธุรกิจคือ การเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐ ต่อประเทศคู่ค้าจะส่งผลให้ต้นทุนการส่งออกเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกดดันราคาและอาจทำให้ความต้องการซื้อสินค้าปลายทางปรับตัวลดลง และกำลังผลิตใหม่ของจีนที่ยังคงเพิ่มขึ้น
“บริษัทยังไม่มีการปรับแผนธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังแม้ผลดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกจะต่ำกว่าเป้าหมาย แต่จะเป็นลักษณะการติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด แต่บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากครึ่งปีแรกหากราคาน้ำมันดิบยังทรงตัว หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นจากดีมานด์ในตลาดที่เพิ่มและกำลังการผลิตปิโตรเคมีที่ลดลงจากจีนและเกาหลีใต้”
@ลุ้น Q3 พลิกมีกำไร
นางสาวเอธิตา กล่าวว่า ในไตรมาส 3/2568 ของบริษัทจะขาดทุนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันดิบซึ่งมาถึงกลางไตรมาส3 แล้ว ราคาน้ำมันมีแนวโน้มฟื้นตัวจากไตรมาส2 แต่ก็ยังขึ้นอยู่กับ Market GIM และสเปรดของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนจะทรงตัวหรือฟื้นตัวหรือไม่ หาก Market GIM สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่และค่าใช้จ่ายทางการเงินได้ ก็คาดว่าจะมีผลกำไรบางๆ ให้เห็น
ในส่วนของผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันในครึ่งปีหลัง ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ ซึ่ง IRPC มีการบริหารจัดการโดย ลดปริมาณสินค้าคงคลัง (Inventory)จากเดิมประมาณ 10 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่เป้าหมาย 7-7.5 ล้านบาร์เรลในปี 2568 เพื่อช่วยลดผลกระทบจากขาดทุนสต็อกหากราคาน้ำมันดิลปรับตัวลดลง ซึ่งระดับนี้ถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
@อัพปริมาณการขาย
ด้านปริมาณการขายในไตรมาส 3-4 ปีนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นั้น ส่งผลกระทบต่อการส่งน้ำมันเข้าไปจำหน่ายสถานีน้ำมันที่มีโลโกของ PTT ซึ่งบริษัทก็จะเพิ่มปริมาณขายในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว เวียดนาม และในประเทศด้วย
อย่างไรก็ตามแม้ว่าผลประกอบการของบริษัทจะยังไม่ฟื้นตัวดีมากนัก IRPC ก็มีกลยุทธ์ทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพของบริษัทให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ คือการกำหนดเงินสดขั้นต่ำที่ต้องมีไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 ล้านบาท ◦ ซึ่งขณะนี้ IRPC กำลังทำ Asset Monetization คือ การขายทรัพย์สินที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไปเพื่อที่จะมีกระแสเงินสดเข้ามา คาดว่าจะมีเงินสดเข้ามาในช่วงปลายปีนี้ถึงไตรมาส 1 ปีหน้า และจะช่วยเพิ่มกำไรจากการขายสินทรัพย์ให้กับผลการดำเนินงานในปีนี้ด้วย
@เจรจาเลื่อนชำระค่าวัตถุดิบ
การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ Commercial Excellence และ Performance Uplift เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ดูแลงบค่าใช้จ่าย อย่างต่อเนื่อง และเริ่มทบทวนโครงสร้างต้นทุน Overhead ของโรงงาน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันได้
นอกจากนี้ขอขยายเวลาชำระค่าวัตถุดิบ ซึ่งจะมีการเจรจากับบริษัทแม่คือ PTT เพื่อขอเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาชำระค่าวัตถุดิบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นและลดความจำเป็นในการกู้เงินระยะสั้นลง และจากที่ IRPC มีบริษัทในเครือถึง 10 บริษัท ก็จะกำหนดนโยบายทางการเงินดังกล่าวให้กับบริษัทในเครือ เพื่อให้มีสภาพคล่องเพียงพอและรักษาสัดส่วนทางการเงินตามที่กำหนด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
