หลายครั้ง ความรู้สึกว่า “เราหลงทาง” ไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่รู้ว่าจะไปไหน แต่เกิดจากการที่เราเอาเส้นทางของตัวเอง ไปเทียบกับเส้นทางของคนอื่น เราเห็นเพื่อนมีอาชีพที่ชัด เห็นคนรอบข้างมีเป้าหมาย เห็นใครบางคนดูมั่นใจในชีวิต แล้วเราก็ย้อนกลับมามองตัวเอง พร้อมคำถามเดิม ๆ ว่า “ทำไมเรายังไม่รู้สึกแบบนั้นเลย” แต่ความจริงคือ เส้นทางของแต่ละคน ไม่เคยเริ่มต้นพร้อมกัน และไม่เคยต้องเดินด้วยความเร็วเท่ากัน บางคนดูเหมือนรู้จักตัวเองเร็ว เพราะเขาเจอสิ่งที่ใช่ตั้งแต่แรก แต่บางคนต้องผ่านหลายบทบาท หลายความผิดพลาด หลายความรู้สึก ก่อนจะค่อย ๆ เข้าใจว่า อะไรคือสิ่งที่ “ไม่ใช่” และการรู้ว่าอะไรไม่ใช่ ก็สำคัญไม่แพ้การรู้ว่าอะไรใช่ หลายคนกลัวการยังหาตัวเองไม่เจอ เพราะคิดว่ามันหมายถึงการเสียเวลา แต่จริง ๆ แล้ว ช่วงเวลาที่เรากำลังลองผิดลองถูก คือช่วงเวลาที่เราเรียนรู้ตัวเองมากที่สุด เราเรียนรู้ว่า เราไม่ชอบอะไร เราไม่ถนัดอะไร อะไรทำให้เราเหนื่อย อะไรทำให้เรารู้สึกเล็กลง และอะไรที่ทำให้เรารู้สึกมีชีวิตขึ้นมาเล็กน้อย สิ่งเหล่านี้ ไม่เคยสูญเปล่า ปัญหาคือ เราโตมาในสังคมที่ชอบให้คำจำกัดความเร็วเกินไป ถ้าเรียนไม่ตรงสาย → “หลงทาง” ถ้าเปลี่ยนงานบ่อย → “ไม่มั่นคง” ถ้ายังไม่รู้ว่าชอบอะไร → “ไม่มีเป้าหมาย” ทั้งที่ความจริง การเปลี่ยน การลังเล และการยังไม่แน่ใจ คือส่วนหนึ่งของการเติบโตตามธรรมชาติ ไม่มีใครเกิดมาพร้อมคู่มือชีวิต ไม่มีใครรู้ตั้งแต่ต้นว่า อะไรจะทำให้เขามีความสุขในระยะยาว หลายคนที่ดูเหมือน “รู้ทาง” ก็อาจกำลังฝืนเดินอยู่บนเส้นทาง ที่ไม่กล้าลงจากมัน เพียงเพราะกลัวสายตาคนอื่น ในขณะที่คนที่ยังหาตัวเองไม่เจอ อย่างน้อยเขาก็ยังซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง ว่ายังไม่อยากตัดสินใจ ยังไม่อยากฝืนสรุปชีวิต ทั้งที่ใจยังไม่พร้อม และนั่น ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือความกล้าในรูปแบบหนึ่ง การกล้าที่จะบอกว่า “เรายังไม่รู้” ในโลกที่ทุกคนพยายามทำเหมือนว่าตัวเองรู้หมดแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บางช่วงของชีวิต หน้าที่ของเราไม่ใช่การหาคำตอบ แต่คือการอยู่กับคำถาม โดยไม่รีบหนีมัน การยังหาตัวเองไม่เจอ อาจหมายความว่า เรากำลังเปลี่ยน กำลังโต กำลังลอกชั้นความคาดหวังของคนอื่นออก เพื่อฟังเสียงของตัวเองให้ชัดขึ้น และเสียงนั้น ไม่เคยดังทันที มันต้องใช้เวลา ความเงียบ และความอดทน บางคนเจอตัวเอง หลังจากผ่านความล้มเหลวครั้งใหญ่ บางคนเจอตัวเอง หลังจากผิดหวังกับความฝันเดิม และบางคนเจอตัวเอง หลังจากยอมรับว่า “เราไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ก็ได้” เราไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายให้ชีวิตตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าปลายทางคืออะไร ตราบใดที่เรายังเดิน ยังฟังตัวเอง และยังไม่ทำร้ายใจตัวเองระหว่างทาง การหลงทางจริง ๆ ไม่ใช่การยังไม่รู้ว่าจะไปไหน แต่คือการเดินไปในทางที่ไม่ใช่ ทั้งที่เรารู้สึกฝืนมาตลอด แต่ไม่กล้าหยุด เพราะกลัวจะดูเหมือนแพ้ ถ้าวันนี้คุณยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ยังไม่รู้ว่าชอบอะไร ยังไม่มั่นใจในเส้นทางชีวิต ขอให้รู้ไว้ว่า คุณไม่ได้หลงทาง คุณแค่กำลัง “ใช้เวลาเรียนรู้ชีวิตในแบบของคุณ” และวันหนึ่ง เมื่อคุณมองย้อนกลับมา คุณอาจจะเข้าใจว่า ช่วงเวลาที่ดูสับสนที่สุด คือช่วงเวลาที่คุณซื่อสัตย์กับตัวเองมากที่สุดแล้ว ขอบคุณภาพประกอบจาก : pixabay ภาพปก โดย 我见青山多妩媚 จาก pixabay ภาพที่ 1 โดย Minhbuiart จาก pixabay ภาพที่ 2 โดย TheDigitalArtist จาก pixabay ภาพที่ 3 โดย Alpcem จาก pixabay ภาพที่ 4 โดย Niko_Shogol จาก pixabay เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !