รีเซต

ลุ้น! ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตา “แพทองธาร” ปมคลิปเสียงฮุนเซน วันนี้

ลุ้น! ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตา “แพทองธาร” ปมคลิปเสียงฮุนเซน วันนี้
TNN ช่อง16
29 สิงหาคม 2568 ( 07:25 )

ความเคลื่อนไหวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม ในวันนี้ ( 29 ส.ค.)  ได้มอบหมายให้ทีมทนายความ และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนเข้ารับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฯฮุน เซน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

โดย น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในเวลาประมาณ 14.00 น. เพื่อติดตามรับชมการถ่ายทอดสดคำวินิจฉัยที่ห้องประชุมชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า และจัดเตรียมห้องสีม่วง สำหรับรัฐมนตรีที่มาให้กำลังใจร่วมรับฟังคำวินิจฉัยไปพร้อมกันด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำวินิจฉัย น.ส.แพทองธาร จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่บริเวณโถงกลาง ภายในตึกไทยคู่ฟ้า และจะเดินทางกลับออกไปในทันที โดยคาดว่าไม่เปิดให้สื่อมวลชนได้ซักถาม จากนั้นจะเดินทางไปยังพรรคเพื่อไทย เพื่อพบกับ ส.ส. และมวลชนที่นัดรวมตัวให้กำลังใจตั้งแต่เวลา 15.00 น. 

ส่วนบรรยากาศที่ศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับการอ่านคำวินิจฉัยคดีที่ 36 สว. ยื่นผ่านประธานวุฒิสภา ขอให้วินิจฉัยความสิ้นสุดสมาชิกภาพความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร สิ้นสุดลงหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5)  โดยศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดประชุมใหญ่ตุลาการเพื่อปรึกษาหารือและลงมติในช่วงเช้า ก่อนจะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น.

ก่อนหน้านี้ ศาลได้ไต่สวน น.ส.แพทองธาร และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. เมื่อวันที่ 21 ส.ค. และให้คู่ความส่งคำแถลงปิดคดีภายในวันที่ 25 ส.ค.

สำหรับการเตรียมการด้านสถานที่ วันนี้มีการติดตั้งรั้วเหล็กกั้นแนวเขต แยกพื้นที่สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ และคู่กรณี รวมถึงการติดตั้งจอถ่ายทอดสดภาพและเสียงจากห้องพิจารณา นอกจากนี้ยังจะมีการถ่ายทอดสดคำวินิจฉัยผ่านช่อง YouTube ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน ได้มีการประสานตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อดูแลความปลอดภัย ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ไทม์ไลน์คลิปเสียง

สำหรับคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา กัมพูชา ความยาว 17 นาที ถูกปล่อยออกมาสู่สาธารณะเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เป็นเนื้อหาการเจรจาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา และมีประเด็นพาดพิงแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งต่อมา นายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับว่า เป็นเจ้าของเสียงสนทนาดังกล่าวจริง กลายเป็นข้ออ้างพรรคภูมิใจไทยประกาศถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล

จากนั้น 19 มิถุนายน 2568 น.ส.แพทองธาร ออกมาแถลงขออภัยประชาชน ยืนยันไม่มีเจตนาร้ายต่อประเทศ พร้อมอธิบายถึงเจตนาที่แท้จริงว่า เป็นเพียงเทคนิคการสื่อสารที่ต้องการโน้มน้าว-ต่อรอง หวังให้อีกฝ่ายเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ

กระทั่ง 20 มิถุนายน 2568 ถือเป็นจุดเริ่มต้นในคดีประวัติศาสตร์ เมื่อ 36 สว. ยื่นคำร้องต่อ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ขอให้ชี้ขาดสถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของ "น.ส.แพทองธาร ชินวัตร“ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว  โดยมีข้อกล่าวหา ”ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง“ พร้อมขอให้ศาลสั่งให้นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่

จากนั้น วันที่ 1 กรกฎาคม ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์รับเรื่องไว้พิจารณา และมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี  และได้เดินหน้าในกระบวนการ กระทั่ง วันที่ 21 สิงหาคม ศาลได้ไต่สวนพยานบุคคลจำนวน 2 ปาก คือ น.ส.แพทองธาร และ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก่อนให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ยื่นแถลงปิดคดีเป็นรายลักษณ์อักษรต่อศาลในวันที่ 25 สิงหาคม พร้อมนัดฟังคำวินิจฉัยในคดีนี้ในวันที่ 29 สิงหาคม

ทั้งนี้ กรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน มีเสียงส่วนมากชี้ว่า น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ขาดมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จะทำให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้อำนาจเต็มกลับมาคืนมา และเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป

แต่หากเสียงส่วนใหญ่ของตุลาการฯ วินิจฉัยว่า น.ส.แพทองธาร ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามคำร้อง จะทำให้ต้องพ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรี  และทำให้ คณะรัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ  ส่วนนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องลงมติใหม่ จากรายชื่อแคนดิเดตที่เหลืออยู่

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของประเทศไทย และนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 “แพทองธาร ชินวัตร” จะได้บริหารประเทศต่อ หรือต้องยุติบทบาทการเมือง ขึ้นอยู่ที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันนี้ (29 ส.ค.)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง