เช็คลิสต์: 5 ความแตกต่างระหว่างทอง กับหุ้น ที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้ เมื่อพูดถึงการลงทุนก็แน่นอนว่าสินทรัพย์ที่หลายคนมักจะนึกถึงเป็นลำดับแรก ๆ เสมอย่อมหนีไม่พ้นทอง กับหุ้น ซึ่งทั้งสองสินทรัพย์ถือได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมเข้าลงทุน มีเงินไหลเข้าออกเป็นจำนวนมหาศาลอย่างยาวมาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทั้งทอง กับหุ้นนั้นถือได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะ ข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และนั่นก็ทำให้มันเหมาะกับเป้าหมายการลงทุน รวมถึงกลุ่มนักลงทุนที่แตกต่างกัน ซึ่งหากไม่ทราบมาก่อนก็อาจทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกลงทุนผิดตัวได้ ดังนั้นในวันนี้เราจึงจะชวนกันมาเช็คลิสต์ 5 ความแตกต่างระหว่างทอง กับหุ้นให้ได้ทราบกัน! 1. ความผันผวนของราคา สิ่งแรกที่ต้องบอกว่าทอง กับหุ้นนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจนก็คือ ความผันผวนของราคา ซึ่งหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จะมีความผันผวนสูงกว่าชัดเจนนั่นเอง แม้ว่าในช่วงสองปีหลังมานี้เราจะได้เห็นการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของทองคำ โดยเฉพาะในช่วงที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ประมาณราคาแปดหมื่นบาทต่อน้ำหนักทองหนึ่งบาท ก่อนจะปรับตัวลงรุนแรงเช่นกันมาแตะระดับหกหมื่นกว่าบาทก็ตาม แต่หากย้อนกลับไปดูสถิติราคาทองคำแบบ All Time ก็จะพบว่าราคามันไม่ได้ผันผวนขนาดนั้น โดยจะเป็นลักษณะของการค่อย ๆ ปรับตัวสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ ซะมากกว่า ขณะที่ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้นมีความผัวผวน ปรับตัวขึ้นลงกันแบบรายวัน หุ้นบางตัวอาจปรับตัวขึ้นมาเป็นสิบเท่าในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ขณะที่หุ้นบางตัวก็ปรับตัวลงอย่างรุนแรง เช่น -30%, -50% ในช่วงระยะเวลาไม่กี่วันได้เช่นกัน 2. หุ้นเป็นเรื่องของการเลือกลงทุนในกิจการ ทองคำเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ตรง ๆ ความแตกต่างที่ชัดเจนต่อมาก็คือการลงทุนในหุ้นนั้นเป็นเรื่องของการที่นักลงทุนอย่างเรา ๆ เลือกว่าจะลงทุนในกิจการแบบไหน หรือเรารู้สึกชื่นชอบธุรกิจของบริษัทไหน มองว่าบริษัทไหนมีอนาคต มีโอกาสที่จะเติบโต เราจึงตัดสินใจเลือกเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทนั้น ๆ เรียกว่ามันมีความยืดหยุ่นในการเลือกลงทุนตามการคิดวิเคราะห์ และวิสัยทัศน์ของเรานั่นเอง แต่สำหรับทองคำนั้นเป็นสินทรัพย์ชิ้นเดียวที่เราลงทุนซื้อตัวสินทรัพย์ตรง ๆ ไม่ได้มีตัวเลือกอะไรให้เราคิดวิเคราะห์ว่าทองคำชิ้นไหนดีไม่ดี เพราะทองคำทุกชิ้นทั่วโลกก็มีมูลเหมือนกันหมด ทองคำจึงดูจะเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบความมั่นคง ความไม่ซับซ้อนซะมากกว่า 3. หุ้นมีปันผล/ทองคำไม่มีปันผล ความแตกต่างที่ชัดเจนต่อมาก็คือเรื่องของการสร้างกระแสเงินสดนั่นเอง สำหรับคนที่อยากลงทุนเพื่อหวังสร้างกระแสเงินสดให้ได้มี Passive Income แน่นอนว่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ย่อมตอบโจทย์กว่า เพราะมีหลายบริษัทที่จ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนอย่างสม่ำเสมอและเราสามารถเลือกเข้าไปลงทุนได้ แต่การซื้อทองคำนั้นจะไม่มีใครมาจ่ายปันบอล หรือดอกเบี้ยใด ๆ ให้เราอยู่แล้ว ทางเดียวที่ทำเงินจากทองคำก็คือการนำมันไปขายนั่นเอง 4. ความเป็นรูปธรรม ความแตกต่างต่อมาของทองกับหุ้นก็คือความเป็นรูปธรรม หรือความจับต้องได้นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าทองดูจะเป็นสินทรัพย์ที่เป็นรูปธรรมกว่าชัดเจน สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องประดับ เสริมบุคลิกได้ แต่หุ้นนั้นจัดเป็นสินทรัพย์ประเภท Paper ที่จับต้องไม่ได้ แต่บ่งชี้การครอบครอง หรือมีสถานะแสดงความเป็นเจ้าของได้ ซึ่งแม้ว่าความแตกต่างนี้จะไม่ได้ส่งผลอะไรต่อมูลค่าของสินทรัพย์โดยตรง แต่แน่นอนว่าในแง่ของความรู้สึกย่อมถือว่ามีผลทางจิตวิทยา เพราะนักลงทุนบางคนก็อาจจะชอบสิ่งที่จับต้องได้ สัมผัสได้ เช่น ทอง พระเครื่อง รถยนต์ หรือแม้แต่สินค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ ซึ่งการได้จับต้อง ได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้ก็อาจเพิ่มความสุขในชีวิตได้ 5. สิทธิประโยชน์/ภาระผูกพัน และอีกหนึ่งความแตกต่างของสินทรัพย์ยอดนิยมสองตัวก็คือเรื่องสิทธิประโยชน์ ภาระผูกพันที่ตามมาจากการเข้าลงทุนหรือถือครองนั่นเอง โดยการถือครองทองคำนั้นแทบจะไม่ได้มีสิทธิประโยชน์ หรือภาระผูกพันใด ๆ ตามมานอกจากการเพียงครอบครองตัวทองคำตามน้ำหนักที่เราซื้อมาและมีสิทธิ์เลือกที่จะขายมันออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สำหรับการลงทุนในหุ้นนั้นจะตามมาด้วยสิทธิ์ประโยชน์และภาระผูกพันอื่น ๆ อีก ตัวอย่าง เช่น สิทธิ์ในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ สิทธิ์ในการโหวตลงมติในหัวข้อต่าง ๆ ตามวาระการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางของกิจการ สิทธิ์ในการได้รับการปันผลเป็นหุ้น สิทธิ์การจองหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท เป็นต้น ซึ่งเท่ากับว่าการลงทุนในหุ้นของกิจการใด ๆ นั้นจะทำให้เรามีส่วนในการกำหนดความเป็นไปในอนาคตของกิจการนั้น ๆ ได้ด้วยนั่นเอง ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !