แนะนำ 5 พล็อตซีรีส์ที่รู้ตอนจบอยู่แล้ว แต่คนดูก็ยังกดดูซ้ำแล้วซ้ำอีก เคยเป็นไหม เปิดซีรีส์เรื่องใหม่มาแค่ไม่กี่ตอนก็พอเดาได้แล้วว่าตอนจบจะเป็นยังไง พระเอกกับนางเอกต้องได้กัน ตัวร้ายต้องแพ้ คนดีต้องชนะ หรือสุดท้ายทุกคนต้องเติบโตและเรียนรู้บทเรียนบางอย่าง แต่แปลกตรงที่ถึงจะเดาตอนจบได้แทบทั้งหมด คนดูก็ยังพร้อมจะนั่งดูต่ออีก 20-30 ตอนแบบไม่บ่นสักคำ จริง ๆ แล้วสิ่งที่ทำให้เราติดซีรีส์หลายเรื่อง ไม่ใช่การลุ้นว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร แต่เป็นการลุ้นว่า "มันจะพาเราไปถึงจุดนั้นยังไงต่างหาก" วันนี้เลยอยากชวนมาดู 5 พล็อตยอดฮิตที่แทบจะรู้ตอนจบตั้งแต่เริ่มเรื่อง แต่ก็ยังเป็นแนวที่คนดูรักและไม่มีวันหายไปจากวงการซีรีส์กันค่ะ 1. จากคู่กัดกลายเป็นคู่รัก นี่น่าจะเป็นพล็อตอมตะที่อยู่คู่ซีรีส์มาทุกยุคทุกสมัย เปิดเรื่องมาเมื่อไร ถ้าพระเอกกับนางเอกเจอกันแล้วเถียงกันทุกฉาก มองหน้ากันทีไรมีแต่สงครามน้ำลาย คนดูแทบจะรู้ทันทีว่าคู่นี้ต้องลงเอยกันแน่นอน แต่ถึงจะรู้ คนดูก็ยังดู เพราะความสนุกไม่ได้อยู่ที่ตอนจบ แต่อยู่ตรงระหว่างทาง จากคนที่ไม่ชอบหน้ากันเลย ค่อย ๆ เริ่มเป็นห่วงกัน ค่อย ๆ รู้จักกันมากขึ้น จนวันหนึ่งกลายเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิต ยิ่งบทเขียนดี เคมีนักแสดงเข้ากัน คนดูก็พร้อมจะนั่งดูพวกเขาทะเลาะกันไปอีกหลายตอนแบบไม่มีเบื่อ ส่วนตัวคิดว่าพล็อตพวกนี้เป็นเหมือนอาหารจานโปรดของวงการซีรีส์ รู้รสชาติอยู่แล้ว แต่ก็ยังอยากกินซ้ำเสมอ 2. รักแรกที่กลับมาเจอกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี พล็อตแฟนเก่าหวนคืนก็ยังขายได้เสมอ เพราะทันทีที่เรื่องเปิดมาว่าเคยรักกันมาก่อน แต่ต้องแยกจากกันด้วยเหตุผลบางอย่าง คนดูก็แทบจะเดาได้แล้วว่าท้ายที่สุดต้องกลับมาคืนดีกัน แต่สิ่งที่ทำให้คนอยากดูคือ อะไรทำให้พวกเขาเลิกกัน ใครเป็นคนเจ็บมากกว่า และเวลาที่ผ่านไปเปลี่ยนพวกเขาไปมากแค่ไหน หลายครั้งความรู้สึกคิดถึงและเสียดายอดีตนี่แหละที่กลายเป็นเสน่ห์สำคัญของพล็อตประเภทนี้ 3. พล็อตแก้แค้นที่ตัวร้ายต้องพัง พูดตามตรง ถ้าเป็นซีรีส์แนวแก้แค้น คนดูส่วนใหญ่ก็พอเดาได้อยู่แล้วว่าตัวเอกจะต้องเอาคืนสำเร็จในระดับหนึ่ง ไม่มีใครดูเรื่องแก้แค้นแล้วอยากเห็นตัวร้ายชนะหรอก แต่สิ่งที่ทำให้คนติดหนึบคือวิธีการ ตัวเอกจะวางแผนยังไง ตัวร้ายจะโดนคืนหมัดเมื่อไร แล้วจะโดนหนักขนาดไหน ยิ่งเรื่องไหนสะสมความแค้นไว้เยอะ ความสะใจตอนท้ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่า 4. คนธรรมดาที่ค่อย ๆ ประสบความสำเร็จ อีกพล็อตที่เดาตอนจบได้ไม่ยากคือแนวชีวิตหรือธุรกิจ เปิดเรื่องมาพระเอกจน นางเอกโดนดูถูก บริษัทใกล้ล้มละลาย สุดท้ายก็มักจะกลับมาประสบความสำเร็จ แต่ถึงจะรู้ตอนจบ คนดูก็ยังตามดู เพราะอยากเห็นกระบวนการเติบโต คนเราชอบดูตัวละครพัฒนา ชอบเห็นคนล้มแล้วลุก ชอบเห็นคนที่ไม่มีอะไรเลยค่อย ๆ สร้างชีวิตขึ้นมาด้วยตัวเอง มันให้กำลังใจได้มากกว่าที่คิด และบางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกอยากสู้กับชีวิตของตัวเองเหมือนกัน 5. โรคร้าย อุบัติเหตุ หรือชะตากรรมที่ต้องฝ่าฟัน พล็อตประเภทนี้มักทำให้คนดูรู้อยู่แล้วว่าซีรีส์กำลังจะพาไปทางไหน ไม่จบแบบสุขสมหวังก็ต้องจบแบบซึ้งน้ำตาแตก แต่คนดูก็ยังเลือกดูต่อ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นช่วงเวลาระหว่างทางที่ตัวละครได้รัก ได้ใช้ชีวิต และได้เรียนรู้คุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ หลายเรื่องถึงเราจะเดาตอนจบได้ตั้งแต่กลางเรื่อง แต่ก็ยังร้องไห้เหมือนเดิมทุกครั้ง ความคิดเห็นส่วนตัว ยิ่งดูซีรีส์มาหลายปี ยิ่งรู้สึกว่าความสนุกของซีรีส์ไม่ได้อยู่ที่การเดาตอนจบไม่ออกเสมอไป บางเรื่องเรารู้อยู่แล้วว่าพระนางต้องรักกัน บางเรื่องรู้ว่าตัวร้ายต้องแพ้ บางเรื่องรู้ว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี แต่สิ่งที่ทำให้เราอยู่กับเรื่องจนจบ คือความผูกพันกับตัวละครมากกว่า พอเราชอบตัวละคร เราก็อยากรู้ว่าเขาจะผ่านเรื่องราวเหล่านั้นไปยังไง จะเติบโตแบบไหน และสุดท้ายจะมีความสุขอย่างที่ควรได้รับหรือเปล่า หลายครั้งซีรีส์ที่เดาทางง่าย กลับเป็นเรื่องที่ดูแล้วมีความสุขที่สุดด้วยซ้ำค่ะ แม้พล็อตหลายแบบจะถูกนำมาใช้ซ้ำอยู่เรื่อย ๆ จนคนดูแทบจะเดาตอนจบได้ตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่สิ่งที่ทำให้ซีรีส์ยังคงน่าติดตามไม่ใช่จุดหมายปลายทาง หากเป็นวิธีการเล่าเรื่อง การพัฒนาตัวละคร และอารมณ์ร่วมที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นตลอดการรับชม เพราะสุดท้ายแล้ว คนดูอาจไม่ได้อยากรู้ว่าตอนจบเป็นอย่างไร แต่กำลังมีความสุขกับการเดินทางไปพร้อมกับตัวละครต่างหาก และบางที นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้พล็อตเดิม ๆ ยังคงครองใจคนดูได้เสมอ แม้เราจะรู้ตอนจบอยู่แล้วก็ตาม รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !