รีเซต

รวบ "อดีตปลัดภูเก็ต" เรียกเงิน 9 แสน อ้างฝากสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

รวบ "อดีตปลัดภูเก็ต" เรียกเงิน 9 แสน อ้างฝากสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
TNN ช่อง16
30 มิถุนายน 2569 ( 17:32 )
13

แถลงบุกจับ ปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกเงินบรรจุข้าราชการ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มิ.ย.69 ที่ห้องประชุมชัยจินดา ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงาน ป.ป.ท., กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมการปกครอง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมข้าราชการระดับสูงในคดีทุจริตครั้งสำคัญ

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันจับกุม นายรุ่งเรือง อายุ 54 ปี ปลัดจังหวัดภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่ 12/2569 ลงวันที่ 26 มิ.ย. 2569 ในความผิดฐาน “เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น...” (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143) , ความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักปลัดจังหวัด ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 19.30 น.

ปิดพฤติการณ์ อ้างสายสัมพันธ์บิ๊ก มท. เรียกหัวละ 3 แสน

จากรายงานการสืบสวนระบุว่า พฤติการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2563 กลุ่มผู้เสียหายซึ่งขณะนั้นเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ประจำอำเภอสุไหงปาดี ได้รู้จักกับนายรุ่งเรือง  ซึ่งดำรงตำแหน่งนายอำเภอในขณะนั้น ต่อมาเมื่อปี 2568 กลุ่มผู้เสียหายต้องการสอบแข่งขันเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น จึงได้เข้าพบนายรุ่งเรือง เพื่อขอคำปรึกษา

นายรุ่งเรือง ได้แอบอ้างว่าตนเองมีสายสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ในกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถช่วยเหลือให้สอบบรรจุได้ แต่มีค่าใช้จ่ายรายละ 300,000 บาท กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อจึงรวมเงินกัน 3 ราย เป็นจำนวน 900,000 บาท ใส่ซองเอกสารไปส่งมอบให้ผ่าน "นายป่อง" ลูกน้องคนสนิท ที่บริเวณริมถนนในพื้นที่ ต.สุไหงปาดี

สอบตก ความแตกแผนทุจริตหมุนเงินคืน

ทว่าหลังจากประกาศผลสอบข้อเขียนอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าไม่มีชื่อกลุ่มผู้เสียหาย เมื่อทวงถาม นายรุ่งเรืองฯ กลับบ่ายเบี่ยงและอ้างว่า "ให้รอสอบครั้งหน้า" พร้อมรับปากจะคืนเงินให้ทั้งหมด

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 นายรุ่งเรือง ได้ติดต่อคืนเงินให้กลุ่มผู้เสียหายเป็นจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งเกินจากยอดจริงมา 100,000 บาท และสั่งให้ผู้เสียหายโอนส่วนต่าง 100,000 บาทนั้นกลับคืนไป แต่ภายหลังผู้เสียหายทราบข่าวว่า ปลัดจังหวัดรายนี้มีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากผู้เสียหายรายอื่นในลักษณะเดียวกัน และเงิน 1,000,000 บาทที่นำมาคืนให้นั้น ก็เป็นเงินที่ไปหลอกลวงรับสินบนมาจากเหยื่อรายใหม่เพื่อนำมาหมุนเวียนคืนให้รายเก่า 

กลุ่มผู้เสียหายเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวทุจริตอย่างร้ายแรงและไม่ต้องการให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อเพิ่ม จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป.

เดินหน้าขยายผล ตรวจค้นพื้นที่สงขลา

พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ และได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหา นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 1 จุดในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่จะนำมาประกอบสำนวนคดี

ผลการสอบสวนเบื้องต้น ในชั้นจับกุมและสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมว่า หากประชาชนหรือผู้ประกอบการรายใดเคยได้รับความเสียหายจากการถูกเรียกรับเงินค่าส่วย หรือการทุจริตในลักษณะนี้ สามารถเข้าให้ข้อมูลกับ บก.ปปป. หรือหน่วยงานที่ร่วมดำเนินคดีได้ตลอดเวลา โดยเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

- ‘ข้าราชการท้องถิ่น’ คืออะไร? ส่องโครงสร้างการทำงาน-สวัสดิการ 

- เปิดไทม์ไลน์คดีโกงสอบท้องถิ่น จากข้อสอบสู่การขยายผลเครือข่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง