ในชีวิตของผู้เขียนนั้นมีความฝันอยู่เเค่ไม่กี่อย่าง หนึ่งในความฝันที่ผู้เขียนอยากทำให้เป็นจริงนั่นก็คือการมีร้านโดนัทสวย ๆ เป็นของตัวเอง ซึ่งผู้เขียนประกอบอาชีพการขายโดนัทมาหลายปี โดยการขายโดนัทของผู้เขียนก็ได้มีโอกาสไปขายในหลาย ๆ สถานที่ทั้งตลาดนัด เเละบริเวณชุมชนติดรถไฟฟ้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน เเต่ก็ยังไม่เคยเปิดร้านสวย ๆ ที่เป็นจิตจะลักษณะเป็นที่เป็นทางสักทีหนึ่งค่ะ ซึ่งกว่าที่ผู้เขียนจะเริ่มมาขายโดนัทได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย ผู้เขียนต้องตระเวนไปเรียนรู้การทำโดนัทในที่ต่าง ๆ ทั้งเรียนจากในยูทูป ทั้งเสียเงินมากมายซื้อคอร์สออนไลน์สอนทำโดนัท ทั้งหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ลองไปขอเป็นพนักงานจากร้านต่าง ๆ มากมาย เพื่อเรียนรู้เกล็ดวิชาเล็ก ๆ น้อย ๆ เเละสุดท้ายก็มาลองผิดลองถูกทำด้วยตัวเอง หาเทคนิคพิเศษด้วยตัวเอง ทดลองซ้ำเเล้วซ้ำเล่า ผิดพลาดมานับครั้งไม่ถ้วน เสียค่าใช้จ่ายกับการลองผิดลองถูกเยอะมากทั้ง ๆ ที่ทุนก็ไม่ค่อยจะมีภาพ ร้านโดนัทร้านเก่าขายในตลาดนัดภาพ ร้านโดนัทร้านเก่าขายในตลาดนัด ทดลองทำทุกวิถีทางก็ไม่สำเร็จ จนเกิดความท้อเเท้เเละสิ้นหวัง เเต่ด้วยนิสัยของผู้เขียนที่ไม่เคยยอมเเพ้ต่ออุปสรรคใดๆทั้งสิ้น ก็มีความคิดว่าเมื่อเราเดินทางมาไกลมากเเล้ว พยายามหาความรู้ฝึกฝนการทำโดนัทด้วยความยากเย็นเเสนเข็ญขนาดนี้ เเล้วอยู่ดี ๆ เราจะมาทิ้ง เเละยุติความฝันของเราง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ ทำให้ผู้เขียนฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้งเเละทดลองซ้ำ ๆ จนได้สูตรที่ผู้เขียนพอใจ เเละมั่นใจว่าอร่อยเเน่ ๆ จึงไปเช่าพื้นที่ ๆ ตลาดนัดขายค่ะ จนเมื่อประมาณช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาทางตลาดนัดที่ผู้ขายเช่าพื้นที่ขายโดนัทอยู่นั้นได้ปรับค่าเช้าขึ้นสูงมากเพราะเนื่องจากรถไฟฟ้าสร้างเสร็จเเละเริ่มปิดให้บริการ ซึ่งผู้เขียนไม่สามารถที่จะสู้กับค่าเช่าที่สูงมากได้ ผู้เขียนจึงได้ตัดสินใจย้ายมาอยู่เป็นตึกอาคารพาณิชย์ก่อน ซึ่งตอนที่ย้ายมาผู้เขียนก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าทำเลจะดีพอที่จะมีคนมาซื้อโดนัทของผู้เขียนหรือเปล่า เเต่ก็ต้องย้ายเพราะถ้าไม่ย้ายก็ต้องทนจ่ายค่าเช่าที่เเพง เเละก็ต้องประสบปัญหาขาดทุนอยู่ดีร้านใหม่ในซ.เพชรเกษม 69 ซึ่งเมื่อผู้เขียนย้ายมาอยู่ที่เเห่งใหม่ก็เป็นอาคารพานิชย์ต้นซอยเพชรเกษม 69 ซึ่งเป็นตึกที่มี 4 ชั้น เช่าในราคาเดือนละ 7000 บาท ซึ่งผู้เขียนก็ใช้ชั้นสองเป็นที่อยู่อาศัย เเละใช้ชั้นล่างเป็นบริเวณเปิดหน้าร้านเพื่อขายโดนัท ซึ่งผู้เขียนก็ได้ทำโดนัทตั้งขายหน้าร้านเเต่ก็ขายไม่ได้เลยในวันเเรก เเละผู้เขียนก็ทำโดนัทตั้งขายทุกวันเเต่ก็ไม่มีคนตอบรับเท่าที่ควรทำให้ต้องทิ้ง เเละสูญเสียต้นทุนในการทำโดนัทขายทุกวัน เเต่ก็หวังว่าจะมีคนรู้จักเเละมีคนเข้ามาอุดหนุนในสักวัน เเละเเล้วผู้เขียนก็เเบกรับต้นทุนไว้ไม่ไหว จึงต้องตัดสินใจในการยุติขายโดนัทหน้าร้านไปก่อนเพราะต้นทุนจมมาก ๆ ค่ะ เเต่ถึงจะทุนจมก็ยังมีเรื่องดี ๆ อยู่บ้างที่ยังมีลูกค้าประจำบางส่วนที่ตามผู้เขียนมาสั่งออเดอร์ถึงที่ใหม่ ซึ่งผู้เขียนก็ดีใจเเละขอบคุณลูกค้าเหล่านั้นด้วยค่ะที่ตามซื้อกันเรื่อยมา เเละส่วนหนึ่งผู้เขียนก็ออกหาลูกค้าตามร้านกาเเฟ ตามร้านขายขนมเพื่อขอฝากโดนัทไว้ขายค่ะ ซึ่งต้องบอกตรง ๆ ว่าถึงเเม้ว่าร้านของผู้เขียนจะมีโดนัทที่มีรสขาติเป็นเอกลักษณ์ เเต่ในช่วงเศรษฐกิจเเบบนี้ผู้เขียนหาลูกค้ายากมากเหมือนกันค่ะ เเต่ด้วยความที่เมื่อคิดจะทำอะไรเเล้วก็ไม่ยอมเเพ้ง่าย ๆ เมื่อผู้เขียนตัดสินใจพักการขายหน้าร้านไปก่อน เพราะนอกจากจะไม่ได้กำไรเเล้วทุนยังจมอีกต่างหาก ผู้เขียนจึงมุ่งหาลูกค้าตามร้านกาเเฟ เพื่อที่จะนำโดนัทไปฝากวางขายในร้านกาเเฟ หรือร้านขนมต่าง ๆ ซึ่งผู้เขียนเดินหาลูกค้าตั้งเเต่เช้าจนเย็น เข้าทุกร้าน ติดต่อทุกร้านที่เป็นร้านกาเเฟ โดนปฏิเสธมาก็เยอะ เเละก็ได้ลูกค้ามาบ้างภาพ ทำโดนัทตามออเดอร์ลูกค้า ผู้เขียนอาศัยความอดทน เเละกลัวความจนมาก ๆ จึงพยายามออกเดินไปยังร้านกาเเฟต่าง ๆ ทุกวัน จนได้ลูกค้ามาในจำนวนที่ผู้เขียนพอจะอยู่ได้ เเละผู้เขียนก็ทำโดนัทในลักษณะที่ขายส่งให้ร้านกาเเฟที่ได้ไปติดต่อไว้เเล้ว เเละรับออเดอร์ทั่วไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เขียนพออยู่ได้ จึงมีเงินจำนวนหนึ่ง จึงนำไปลงทุนซื้ออุปกรณ์มาทำเค้าเตอรื เเละหาซื้อตู้โชว์ขนมมือสอง พร้อมทั้งลงทุนทำป้ายเพื่อประชาสัมพันธ์ เพราะผู้เขียนคิดว่าหน้าร้านก็สามารถเป็นช่องการขายอีกช่องทางหนึ่งเพียงเเต่ว่าอาจจะต้องทำเค้าเตอร์เเละตกเเต่งให้สวยงาม อีกทั้งผู้เขียนเสียดายพื้นที่หน้าบ้านที่ติดถนนซึ่งปล่อยว่างเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ก็เลยตัดสินใจที่จะปรับปรุงหน้าร้านเเละจะเปิดขายโดนัทหน้าร้านอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนก็ทยอย ๆ ซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ มาทำเค้าเตอร์เองเเละมีเเฟนของผู้เขียนมาช่วยอีกคน เพื่อที่จะประหยัดต้นทุนไม่ต้องไปซื้อเค้าเตอร์เเพง เเละพยายามหาเเหล่งอุปกรณ์มือสองที่สภาพดีนำมาปรับใช้ในร้าน เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนให้มากที่สุดในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างนี้ ซึ่งก็ใช้ระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ในการทำหน้าร้านเล็ก ๆ สำหรับการขายโดนัท เเต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องตกเเต่งให้สวยกว่านี้อีก ภาพ กระบวนการทำร้านใหม่ ซึ่งปัจจุบันผู้เขียนก็เปิดหน้าร้านขายโดนัททุกวัน ตั้งเเต่ 7.00 - 17.00 น. เเต่ก็ยังไม่ค่อยมีลูกค้ารู้จักเท่าที่ควร เพราะในซอยนี้ค่อนข้างจะลึกเข้ามาข้างใน ซึ่งเป็นทำเลที่ผู้เขียนคิดว่าขายของยากพอสมควร จึงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งเพื่อที่จะประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก เเละสามารถขายของได้ในที่สุด เเต่ถึงอย่างไรก็ตามผู้เขียนก็ยังมีความรู้สึกภูมิใจเเละดีใจที่ความฝันของผู้เขียนมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นทุกวัน ถึงเเม้ว่าตอนนี้ร้านจะเพิ่งเปิดเเละยอดขายยังไม่ดีเท่าที่ควร เเต่ผู้เขียนเชื่อว่าสักวันลูกค้าจะต้องรู้จักเเละประทับใจเมื่อได้ลิ้มลองโดนัทของผู้เขียนอย่างเเน่นอนค่ะภาพหน้าร้านใหม่ในปัจจุบัน เเละสำหรับุณผู้อ่านทุกท่านที่มีความฝัน ไม่ว่าจะเป็นความฝันอะไรก็ตามค่ะ ผู้เขียนอยากจะให้ผู้อ่านทุกคนลุกขึ้นมาทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงนะค่ะ เพราะความฝันของทุก ๆ คนนั้นกว่าที่มันจะเกิดขึ้นได้ สิ่งเเรกที่ต้องทำคือ การเริ่มลงมือทำก้าวเเรกค่ะ เเละทำอย่างต่อเนื่องมีความพยายามอุตสาหะ เเละความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งปวงค่ะ ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่าทุกคนที่มีความฝันเเล้วเริ่มลงมือทำ นั่นคือคุณทำความฝันสำเร็จไปเเล้วครึ่งหนึ่งค่ะ ผู้เขียนเป็นกำลังใจให้ทุกคนเดินทางไปถึงฝั่งฝีนที่ตัวเองตั้งใจไว้ค่ะภาพทั้งหมดจาก wharaphorn ( ผู้เขียน )