รีเซต

เงินเดือนเท่าเดิม ค่าครองชีพปี 2569 เพิ่มขึ้นเท่าไร?

เงินเดือนเท่าเดิม ค่าครองชีพปี 2569 เพิ่มขึ้นเท่าไร?
TNN ช่อง16
19 ตุลาคม 2569 ( 17:58 )

แม้รายได้ของคนทำงานจำนวนหนึ่งจะยังอยู่ในระดับเดิม แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกลับมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ที่อยู่อาศัย และภาระหนี้สิน ส่งผลให้เงินคงเหลือในแต่ละเดือนกลายเป็นเรื่องที่หลายครัวเรือนต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบมากขึ้น

ข้อมูลเศรษฐกิจในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครัวเรือนไทยปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้แรงงานยังเติบโตในอัตราจำกัด ทำให้ประเด็นค่าครองชีพและกำลังซื้อประชาชนยังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องติดตาม

เปิดตัวเลขรายจ่ายคนไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นเดือนละ 326 บาท

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายครัวเรือนเฉลี่ยในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 พบว่า ครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,217 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 20,891 บาทต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 326 บาท คิดเป็นประมาณ 1.56%

หากนำส่วนต่างดังกล่าวมาคำนวณเทียบเท่าระยะเวลา 12 เดือน จะเท่ากับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3,912 บาทต่อครัวเรือน ทั้งนี้ เป็นการคำนวณเพื่อเปรียบเทียบภาระรายจ่าย ไม่ใช่ตัวเลขรายจ่ายจริงตลอดปี 2569

รายจ่ายที่เปลี่ยนแปลงมีความเกี่ยวข้องกับต้นทุนการเดินทาง น้ำมันเชื้อเพลิง และอาหารสำเร็จรูป ซึ่งเป็นสินค้าและบริการที่ประชาชนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน

สำหรับครัวเรือนที่มีรายได้คงที่ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายแม้เพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน อาจส่งผลต่อเงินที่เหลือสำหรับการออม การชำระหนี้ และการใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีภาระทางการเงินอยู่ก่อนแล้ว

ค่าอาหารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กระทบรายจ่ายประจำวัน

หนึ่งในหมวดค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องเผชิญเป็นประจำคือค่าอาหาร โดยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคของ สนค. พบว่า ดัชนีราคาอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 106.16 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 ซึ่งกำหนดไว้ที่ 100

หมายความว่าระดับราคาอาหารและเครื่องดื่มในตะกร้าสินค้าที่ใช้คำนวณดัชนี สูงกว่าปีฐานประมาณ 6.16%

เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม 2569 ซึ่งดัชนีอยู่ที่ 103.14 พบว่าระดับราคาหมวดดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 2.93% ภายในระยะเวลา 8 เดือน

แม้การปรับราคาสินค้าแต่ละประเภทจะไม่เท่ากัน แต่ค่าอาหารถือเป็นรายจ่ายที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะคนทำงานในเมืองที่ต้องซื้ออาหารสำเร็จรูปเป็นประจำ

ตัวอย่างเช่น หากพนักงานออฟฟิศมีค่าอาหารเฉลี่ยวันละ 150 บาท และซื้ออาหารในระดับดังกล่าวตลอด 30 วัน จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,500 บาทต่อเดือน แต่หากค่าอาหารเฉลี่ยเพิ่มเป็นวันละ 170 บาท ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มเป็น 5,100 บาท หรือเพิ่มขึ้นเดือนละ 600 บาท

ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงสถานการณ์สมมติ แต่ช่วยให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายรายวันสามารถสะสมเป็นภาระรายเดือนที่เพิ่มขึ้นได้

คนไทยใช้เงินไปกับอะไร ค่าอาหารและที่อยู่อาศัยครองสัดส่วนหลัก

ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ปี 2568 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งสำรวจครัวเรือนทั่วประเทศจำนวน 57,600 ครัวเรือน พบว่า ครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 22,420 บาทต่อเดือน

เมื่อจำแนกตามประเภทค่าใช้จ่าย พบว่า ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ มีมูลค่าเฉลี่ย 8,420 บาทต่อเดือน ตามด้วยค่าที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ภายในบ้าน 4,753 บาท ค่าเดินทางและยานพาหนะ 3,430 บาท และรายจ่ายอื่นที่ไม่ใช่การบริโภค 2,938 บาท

เฉพาะค่าอาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทาง รวมกันอยู่ที่ประมาณ 16,603 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นประมาณ 74% ของค่าใช้จ่ายครัวเรือนเฉลี่ย

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า รายจ่ายส่วนใหญ่ของครัวเรือนเกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ซึ่งหลายรายการไม่สามารถลดลงได้ทันทีเมื่อรายได้เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติและสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าใช้วิธีการจัดทำข้อมูลแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวเลขค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของทั้งสองหน่วยงานมาเปรียบเทียบโดยตรงเพื่อสรุปการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของค่าครองชีพ

เงินเดือน 15,000–30,000 บาท เหลือใช้จริงเท่าไร

หากพิจารณาชีวิตคนทำงานที่มีรายได้ประจำ ความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันตามระดับเงินเดือน ภาระครอบครัว และหนี้สิน

ตัวอย่างการจำลองค่าใช้จ่ายของพนักงานที่มีเงินเดือน 20,000 บาทต่อเดือน โดยกำหนดค่าเช่าที่พัก 4,500 บาท ค่าอาหาร 6,000 บาท ค่าเดินทาง 2,500 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ และโทรศัพท์ 1,500 บาท รวมถึงภาระผ่อนหนี้ 3,000 บาท

จะมีรายจ่ายรวม 17,500 บาท เหลือเงิน 2,500 บาท ก่อนหักรายจ่ายอื่นและเงินออม

หากรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นอีก 1,000 บาทต่อเดือน โดยเงินเดือนยังเท่าเดิม เงินคงเหลือจะลดลงเหลือ 1,500 บาท หรือหายไปถึง 40% ของเงินที่เคยเหลือ

สำหรับผู้มีเงินเดือน 15,000 บาท หากมีรายจ่ายจำเป็นในระดับใกล้เคียงกัน อาจต้องปรับลดค่าใช้จ่ายบางประเภทหรือหารายได้เพิ่มเติม ขณะที่ผู้มีเงินเดือน 30,000 บาท แม้จะมีรายได้สูงกว่า แต่หากมีภาระผ่อนบ้าน รถยนต์ หรือค่าเลี้ยงดูครอบครัว ก็อาจมีเงินคงเหลือไม่มากเช่นกัน

ทั้งนี้ ตัวอย่างดังกล่าวเป็นการจำลองสถานการณ์ ไม่ใช่ข้อมูลค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของพนักงานเงินเดือนแต่ละระดับ

รายได้แรงงานปี 2569 คาดเติบโตเพียง 1.8%

อีกประเด็นสำคัญคือการเติบโตของรายได้แรงงาน โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยข้อมูลประมาณการเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ว่า รายได้แรงงานรวมในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวประมาณ 1.8% เทียบกับประมาณการปี 2568 ที่ขยายตัว 1.3%

แม้รายได้แรงงานโดยรวมยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าพนักงานทุกคนจะได้รับการปรับเงินเดือนในอัตราเดียวกัน เนื่องจากเป็นข้อมูลภาพรวมของรายได้แรงงานทั้งระบบ

ขณะเดียวกัน ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า รายได้เฉลี่ยครัวเรือนไทยในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 28,308 บาทต่อเดือน ลดลงจากปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 29,030 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของรายได้เฉลี่ยครัวเรือนอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งจำนวนสมาชิกที่มีรายได้ ประเภทอาชีพ และโครงสร้างครัวเรือน ไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่าคนทำงานทุกกลุ่มมีรายได้ลดลง

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การติดตามค่าจ้างที่แท้จริง ซึ่งคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าและบริการ เป็นอีกตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินกำลังซื้อของประชาชน

หนี้ครัวเรือนยังสูง เพิ่มข้อจำกัดการใช้จ่าย

นอกจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ภาระหนี้สินยังเป็นอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการใช้จ่ายของครัวเรือน

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 85.9%

ขณะที่ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2568 พบว่า ครัวเรือนไทยประมาณ 42.1% มีหนี้สิน และเมื่อคำนวณหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนทั้งหมด อยู่ที่ประมาณ 153,038 บาท

หนี้สินเหล่านี้ครอบคลุมทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล และภาระทางการเงินประเภทอื่น ซึ่งแต่ละครัวเรือนมีเงื่อนไขและระยะเวลาชำระคืนแตกต่างกัน

สำหรับครัวเรือนที่ต้องชำระหนี้เป็นประจำ เงินรายได้ส่วนหนึ่งจะถูกจัดสรรเพื่อผ่อนชำระก่อนนำไปใช้จ่ายด้านอื่น เมื่อค่าอาหารหรือค่าเดินทางปรับสูงขึ้น จึงอาจจำเป็นต้องทบทวนการใช้จ่ายที่ไม่เร่งด่วน เพื่อรักษาสภาพคล่องในแต่ละเดือน

มาตรการรัฐช่วยดูแลค่าครองชีพและกำลังซื้อ

ท่ามกลางภาระค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลง ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพ เพื่อช่วยลดภาระประชาชนและสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศ

หนึ่งในมาตรการที่สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากล่าวถึงคือโครงการไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนกำลังซื้อและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 48.9 ลดลงจากเดือนสิงหาคมที่ระดับ 49.5 แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของประชาชนยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง

การประเมินผลมาตรการด้านค่าครองชีพจึงควรพิจารณาทั้งจำนวนผู้ได้รับสิทธิ วงเงินช่วยเหลือ ค่าใช้จ่ายที่ประชาชนลดลงได้จริง และผลต่อกำลังซื้อในระยะต่อไป

เงินเดือนเท่าเดิม แต่ต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อรักษาคุณภาพชีวิต

ข้อมูลรายจ่ายครัวเรือนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 326 บาทต่อเดือน เป็นหนึ่งในตัวเลขที่ช่วยอธิบายการเปลี่ยนแปลงของภาระค่าใช้จ่ายคนไทย

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละครัวเรือนไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับรายได้ จำนวนสมาชิกในครอบครัว ที่อยู่อาศัย รูปแบบการเดินทาง และภาระหนี้สิน

สำหรับผู้มีรายได้คงที่ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจำเป็นอาจทำให้เงินออมลดลง ขณะที่ครัวเรือนที่มีรายได้หลายทางหรือมีเงินสำรองเพียงพออาจสามารถบริหารจัดการได้แตกต่างกัน

สิ่งสำคัญในการติดตามเศรษฐกิจครัวเรือนปี 2569 จึงอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ที่ประชาชนได้รับกับรายจ่ายที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละเดือน รวมถึงผลของมาตรการภาครัฐในการดูแลค่าครองชีพ การสร้างรายได้ และการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง