สวนทุเรียนในฝัน สวนทุเรียน ถ้าพูดถึงคำนี้ก็คงมีแต่ ป่า ต้นทุเรียน ใบไม้ และผลทุเรียน แต่ในครั้งนี้ ผมจะพาคุณผู้อ่านมาพบสวนทุเรียนที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่แค่สวน แต่มันคือสถานที่พักร้อนของเจ้าของและในขณะเดียวกันก็เป็นที่ทำงานด้วย เป็นสถานที่ที่ธรรมชาติจะตอบแทนคนสวนทุกคนที่ดูแลและใส่ใจ ทำไมต้องทำให้บ้านสวยขนาดนี้? เจ้าของสวนบอกว่ามันคือ รางวัล สิ่งสวยงามในความทุรกันดาร และอยากให้บ้านไม่ใช่ที่แค่ให้นอน แต่อยากให้มันเป็นสถานที่ที่ทำให้พวกเขาได้พักผ่อนจริงๆ จากการทำงานที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน การเดินไปทั่วสวนทำให้พวกเขาเห็นแต่ดิน ป่าไม้ และต้นทุเรียน การมีบ้านสวยๆสะดุดตาตั้งอยู่ในป่าคงดีไม่น้อย เหนื่อยๆมาทั้งวันเราคงอยากจะสถานที่สุดพิเศษเพื่อพักผ่อนแบบจริงๆจังๆจริงไหม นั้นจึงเป้นเหตุผลหลักที่เจ้าของสวนใส่ใจรายละเอียดในสวนนี้ด้วย ภายในบ้านเองก็ตกแต่งไปด้วยของสุดเท่สลับกับความน่ารักของเจ้าของสวนแต่ละคน เป็นความชอบส่วนตัวที่พร้อมจะแจกจ่ายให้ผู้เข้าพักอาศัยได้รู้ถึงรสนิยมของเจ้าบ้าน ภาพ 1 บ้านที่เป็นพักผ่อนในยามเหนื่อยล้า (ภาพโดย nicesoup) แล้วในสวนมีอะไรบ้างละ? ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าในสวนทุเรียน ก็คงมีแต่สวนทุเรียนจริงๆนั้นแหละ แต่ก็ไม่ถูกทั้งหมด เพราะในเมื่อมีบ้านคนแล้ว ก็มีบ้านของเหล่าสัตว์ตัวเล็กๆอีกเช่นกัน มีทั้งนก แมลงตัวเล็ก หนอน รวมไปถึงสุนัขที่คอยเฝ้าดูแลสวน ทำให้กลายเป็นระบบนิเวศเล็กๆที่มนุษย์สร้างและธรรมชาติใช้ การได้อยู่ในป่าไม้ที่เต็มไปด้วยต้นทุเรียนก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกแย่สักเท่าไหร่ ได้หนีจากสถานที่สุดวุ่นวายมาพักผ่อนในสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ เป็นธรรมชาติบำบัดที่แปลกตาไปสักหน่อย แต่ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ภาพ 2 เหล่าสุนัขผู้ดูแลสวน (ภาพโดย nicesoup) ในสวนคงร้อนมากแน่ๆใช่ไหม? ก็ไม่เสมอไป ในสวนที่ต้นทุเรียนมีอายุมาก มันจะสูงกว่าบ้าน 3-4 ชั้นเลย แล้วถ้าปลูกอย่างเป็นระเบียบ มันแทบจะเป็นป่าได้เลย แต่ในสวนนี้ เจ้าของพึ่งเริ่มทำได้แค่ 6-7 ปี ทำให้ต้นทุเรียนเหล่านี้ยังมีอายุไม่มาก ยังถือว่าเป็นต้นเด็กๆเลยละ อาจจะรวมถึงสายพันธุ์ของมันด้วย แต่นั้นก็ทำให้ในสวนมีร่มเงามากพอแล้ว ในใต้ร่มเงาเหล่านั้นก็เต็มไปด้วยสัตว์หรือหนอนแมลงมากมาย ทำให้รู้ได้เลยว่าไม่มีการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย การหลบอยู่ใต้ต้นทุเรียนพร้อมลมพัดเย็นๆก็มากพอแล้วที่จะให้คนสวนได้พักผ่อนจากการทำงาน ภาพ 3 ร่มเงาของต้นทุเรียนที่โตพอจะปกป้องเราจากแดดได้ (ภาพโดย nicesoup) ทำงานในนั้นไม่เหนื่อยหรือร้อนบ้างหรอ? แน่นอน ด้วยความที่ต้นทุเรียนยังเล็ก ทำให้มีพื้นที่ที่โดนแดดตลอด การทำงานในสวนก็คงร้อนเป็นธรรมดา แต่จากใจคนสวนการที่คุณเหนื่อยส่วนใหญ่มันไม่ได้มากจากการตากแดดหรอก เพราะเวลาทำงานเราเน้นดูแลที่ตัวต้นทุเรียน ทำให้อาศัยร่มเงาจากต้นทุเรียนได้ มันจึงไม่ร้อนมาก แต่ด้วยขนาดสวนที่ใหญ่ การที่จะเหนื่อยจริงๆ คือการเดินไปทั่วสวนเพื่อดูแลต้นทุเรียนทุกต้นเนี่ยแหละ การเดินไปดูแลต้นทุเรียนถึงที่ที่มีมากมายนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในแต่ละวัน มันจึงไม่แปลกที่คนสวนจะไม่สามารถดูแลทุกต้นได้พร้อมกัน จึงต้องมีการวางแผน วางจำนวนคน และจำนวนของที่เหมาะสม เพื่อที่จะสามารถดูแลต้นทุเรียนให้ได้มากที่สุดเท่าที่วันนั้นจะดูแลได้ ต้นทุเรียนแต่ละต้นเองก็มีความต้องการและปัญหาที่ต้องรับมือต่างออกไปอีก ทำให้การดูแลต้นทุเรียนเองก็ใช้เวลาในแต่ละต้นที่แตกต่างกัน ภาพ 4 แนวการปลูกของต้นทุเรียนที่ทำให้เห็นถึงร่มเงา (ภาพโดย nicesoup) บรรยากาศโดยรอบของสวน? มันเต็มไปด้วยกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า และเสียงนก โดยเฉพาะในช่วงเช้าเวลาที่สปริงเกอร์กำลังรดน้ำต้นทุเรียน มันทำให้นึกถึงเวลาฝนตกเลย มีกลิ่นดิน กลิ่นน้ำ แต่เรากลับไม่เปียก เสียงสปริงเกอร์ เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ และเสียงนกร้อง มันทำให้ผ่อนคลายสุดๆ จะนั่งชิวๆอยู่ใต้ต้นทุเรียนเองหรือนั่งชมวิวจากตัวบ้านเองก็ได้ มันทำมีความรู้สึกที่เงียบสงบจากภายในและมีธรรมชาติที่คอยบรรเลงเพลง ทำให้ความวุ่นวายของชีวิตหายไปหมดเลย ในช่วงเวลาสายที่แดดเริ่มออกมาทักทาย คนสวนเริ่มออกมาทำงาน มันก็ถึงเวลาที่ต้นทุเรียนจะได้รับการดูแลและรักษา ในช่วงเวลานี้เราจะได้เห็นถึงการใช้ชีวิตของทั้งคน ต้นทุเรียน และธรรมชาติ ช่วงบ่าย ถือเป็นเวลาของมื้ออาหาร ทั้งคนสวนและต้นทุเรียนก็จะรับสิ่งเหล่านี้พร้อมกัน อาหารพร้อมท่านน้ำพร้อมรด น้ำที่ถูกรดให้กับทุเรียนช่วยลดความร้อนของอากาศได้ดีเลย เป็นช่วงเวลาพักผ่อนสั่นๆถือเป็นการเต็มกำลังกายและกำลังใจได้ดี สุดท้ายช่วงเย็น เวลาแห่งการจากลา คนสวนและเจ้าของเริ่มเก็บข้าวของเดินทางกลับที่พัก ต้นทุเรียนได้กินอาหารและได้รับการดูแล เจ้าของสวนกลับมาจัดแจงและวางแผนต่อ ว่าจะเอายังไงกลับวันพรุ่งนี้ แต่ธรรมชาติยังคงเป็นสิ่งเดียวที่ยังบรรเลงเสียงเพลง เสียงของแมลง กบ เริ่มร้องไปทั่วสวน ภาพ 5 บรรยากาศช่วงเช้าของสวนทุเรียน (ภาพโดย nicesoup) ชีวิตสุดหรูกับความติดดิน? การที่มีสวนทุเรียนทั้งใหญ่ทั้งกว้างแถมยังมีคนงานหลายคนอีก ก็คงเป็นคนที่มีเงินพอสมควรเลย แต่ไม่ใช่ว่าเจ้าของสวนจะไม่ลำบาก ถึงจะมีเงินจ้างคนงานก็ใช่ว่าจะไม่ลงมือทำเลย เจ้าของสวนเองก็สนใจสวนของพวกเขาไม่น้อย ทั้งลงมือเอง ดูแลเอง เก็บผลผลิตเอง มีส่วนร่วมกับคนงานในทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่ลงไปดูงาน แต่กลับลงมือทำ เพื่อเข้าใจถึงความลำบากของการหาเงินและการทำงาน นั้นทำให้เจ้าของสวนรู้ถึงขั้นตอนการทำงานทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบของการดูแลสวนทุเรียน ภาพ 6 บรรยากาศภายในห้องนอนของบ้าน (ภาพโดย nicesoup) เครื่องทุ่นแรงและเทคโนโลยี? ถ้าไม่ใช่คนทำสวนจริงๆ คงคิดว่าการเดินแบกน้ำแบกดินแบกปุ๋ยมันลงเหนื่อยมากแน่ๆ ทั้งหนักทั้งไกล แต่ที่นี่ พวกเรามีเครื่องมือและอุปกรณ์มากมายทำให้คนสวนและเจ้าของสวนไม่เหนื่อยมาก เรามีทั้งอุปกรณ์พื้นฐานอย่าง สปริงเกอร์ ช่วยรดน้ำได้ดีเลยไปจนถึง โดรนการเกษตร ที่ช่วยใส่ปุ๋ย น้ำยาหรือธาตุอาหารต่างๆที่ต้นทุเรียนต้องการ ด้วยเครื่องทุ่นแรงเหล่านี้ทำให้การทำงานในแต่ละวันไม่เหนื่อยมากนัก ได้มีเวลาในการพักผ่อนเพิ่มมากขึ้น ภาพ 7 โดรนการเกษตร ที่กำลังจอดพักหลังถูกใช้งานมาทั้งวัน (ภาพโดย nicesoup) แล้วมันแตกต่างจากสวนอื่นๆยังไง? จากใจผู้เขียนที่ชอบความธรรมชาติและสวนผลไม้ มันแตกต่างจากสวนอื่นไม่มากนัก แต่ก็พอที่จะ โดดเด่นออกมาจากสวนอื่นเช่นกัน ทั้งความใหญ่ของสวน จำนวนของสวน รวมถึงชื่อสวน ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เครื่องไม้เครื่องมือของสวน ความเงียบสงบที่ธรรมชาติเป็นคนบรรเลง มันช่างเหมือนที่แตกต่างอย่างบอกไม่ถูก นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมผมมักจะเลือกมาเที่ยวที่นี้บ่อยๆ มันเป็นความรู้ที่หาจากการเที่ยวชมธรรมชาติหรือสวนผลไม้อื่นๆแทบไม่ได้เลย สุดท้ายนี้อยากบอกอะไร? ถ้าพวกคุณมีโอกาสได้ไปสวนผลไม้ หรือไปเที่ยวเกี่ยวกับธรรมชาติ การไปสวนทุเรียนที่เจ้าของใส่ใจมันในทุกขั้นตอนก็ให้ประสบการณ์ ที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่แค่ทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตาหรือการไปกินผลไม้ถึงฟาร์ม แต่อยากไปช่วงที่ผลไม้กำลังอยู่ในช่วงดูแลไม่ใช่หน้าออกผล มันจะให้ประสบการณ์อีกแบบอย่างแน่นอน สุดท้ายนี้อยากแชร์คำพูดของเจ้าของสวนว่า “เพราะต้นทุเรียนออกผลแค่ปีละครั้ง มันจึงเป็นรางวัลของปี เราควรทำให้ดีที่สุด” เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !