'พช.' จับมือ สมาคมสื่อช่อสะอาด บูรณาการประชาสัมพันธ์งานพัฒนาชุมชน สร้างศก.ฐานรากยั่งยืน

'พช.' จับมือ สมาคมสื่อช่อสะอาด บูรณาการประชาสัมพันธ์งานพัฒนาชุมชน สร้างศก.ฐานรากยั่งยืน
มติชน
23 กุมภาพันธ์ 2564 ( 17:04 )
5
'พช.' จับมือ สมาคมสื่อช่อสะอาด บูรณาการประชาสัมพันธ์งานพัฒนาชุมชน สร้างศก.ฐานรากยั่งยืน

พช. จับมือ สมาคมสื่อช่อสะอาด ร่วมลงนาม MOU บูรณาการประชาสัมพันธ์งานพัฒนาชุมชน ผ่านสื่อวิทยุ  ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากมั่งคงและชุมชนพึ่งตนเอง อย่างยั่งยืน

 

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุม 5001 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) กระทรวงมหาดไทย และสมาคมสื่อช่อสะอาด โดยนายสุทนต์ กล้าการขาย นายกสมาคมสื่อช่อสะอาด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การประชาสัมพันธ์ภารกิจกรมการพัฒนาชุมชนผ่านสื่อวิทยุ ในการนี้ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางสาวญาณินท์ เรืองศิริ เหรัญญิกนายกสมาคมสื่อช่อสะอาด  นางสาวนงลักษณ์ ตันประทุมวงษ์ กรรมการสมาคมสื่อช่อสะอาด คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน  เจ้าหน้าที่สมาคมสื่อช่อสะอาด และสื่อมวลชน ร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยานฯ โดยมีนายสุธีธ์ มั่งมี เลขานุการกรม กรมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการลงนาม MOU ในครั้งนี้

 

 

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ขอขอบพระคุณสมาคมสื่อช่อสะอาด และทีมงานที่ได้กรุณาเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือ บูรณาการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีบทบาทภารกิจ หน้าที่ ในการดำเนินการเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน การประชาสัมพันธ์มิใช่เพียงแต่ให้ข้อมูลว่ากรมการพัฒนาชุมชน ปฏิบัติงานอย่างนั้นอย่างนี้ ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ก็จะไม่ครบวงรอบของกระบวนการทำงาน ในการนี้ ต้องขอความกรุณา สมาคมสื่อช่อสะอาดและภาคีเครือข่าย สามารถช่วยเหลือในการเป็นภาพสะท้อน (Feedback) ข้อเสนอแนะ คำแนะนำ การแสดงความคิดเห็น ทั้งจากสมาชิกสมาคมสื่อช่อสะอาดหรือจากพี่น้องประชาชน ให้กรมการพัฒนาชุมชนได้รับรู้รับทราบ เพื่อสามารถการทำงานให้ดีเพิ่มมากขึ้นในโอกาสต่อไปด้วย

 

 

ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศเรามีความยุ่งยากในการขับเคลื่อนการพัฒนาในทุกๆ ด้าน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมการพัฒนาชุมชน และภาคีเครือข่าย ไม่ได้อยู่นิ่งในการพัฒนา การทำหน้าที่ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าราชการของพี่น้องประชาชน ในการที่จะขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ให้บังเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อาทิ กรมการพัฒนาชุมชน ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบฐานข้อมูล (Big data) ด้านการท่องเที่ยวชุมชน หรือ OTOP นวัตวิถี มาดำเนินการทำให้เกิดประโยนช์ต่อสาธารณชนในรูปแบบ “ชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถีไทย” Community Based Tourism อยู่ในระบบฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) สามารถใช้เป็นเครื่องมือนำทางได้ สำหรับคนที่จะเดินทางไปที่หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี หรือสามารถใช้การท่องเที่ยวชุมชนได้จากบ้าน หรือ Tour From Home ที่กรมการพัฒนาชุมชนเพิ่งเปิดตัวไป เพื่อยกระดับฐานข้อมูลและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่ไม่ใช่เพียงแค่สำหรับนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่ยังสามารถสร้างพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ให้เป็นผู้นำเสนอความดีเด่นที่มีอยู่ในหมู่บ้านของตนเอง สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การใช้โทรศัพท์มือถือ ถ่ายภาพนิ่งหรือวีดีโอ แบ่งปันเข้าไปสู่ระบบฐานข้อมูลได้ ทำให้เกิดกระบวนที่เต็มไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ มีชีวิตชีวา บนฐานข้อมูล ผนวกกับให้พื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้ มีประเพณีวัฒนธรรมที่ดี อาหารการกินดีๆ จัดงานประเพณีดีๆ ที่จำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพื่อปลุกกระแสกระตุ้นการท่องเที่ยว และฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้มีรายได้ ตลอดจนภารกิจงานต่างๆ ของกรมการพัฒนาชุมชน ในการขับเคลื่อนงานท่ามกลางสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหารสู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และร่วมกับ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด แจกเมล็ดพันธ์ผัก ตรา ศรแดง จำนวน 100,000 ซอง รวมถึงการจัดโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 เป้าหมายเพื่อให้ทุกคนพึ่งพาตนเอง สร้างธนาคารอาหาร (Food Bank) เป็นธนาคารของอาหารการกินไว้ประจำครัวเรือน และช่วยทำให้สุขภาพพลานามัย ของพี่น้องประชาชนดีด้วย เนื่องจากพืชผักในตลาดอาจมีใช้สารเคมีที่ตกค้างอยู่ การปลูกพืชผักไว้รับประทานเองจึงปลอดภัยไร้สารพิษ ถ้าหากมีการประชาสัมพันธ์สื่อสาร สร้างความตื่นตัว สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน ในการใช้พื้นที่ว่างบริเวณบ้านปลูกผักสวนครัว ก็จะบังเกิดผลดีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและส่วนตัว ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เท่ากับเพิ่มรายได้ คิดง่ายๆ ว่า จำนวน 12 ล้านครัวเรือนประหยัดเงินจากการซื้อผักครัวเรือนละ 50 บาท เท่ากับประหยัดเงินได้ 600 ล้านบาท/วัน 18,000 ล้านบาท/เดือน รวมแล้วประหยัดได้กว่า 200,000 ล้านบาท/ปี เป็นตัวอย่างของภารกิจของกรมการพัฒนาต้องมีการสร้างการรับรู้ การประชาสัมพันธ์เข้าถึงข้อมูล อันจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างมาก

 

 

ด้านนายสุทนต์ กล่าวว่า “สมาคมสื่อช่อสะอาดได้ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2558 เพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยมีจำนวนสมาชิก 421 สถานี ที่ผ่านมาเราได้ร่วมมือในการทำหน้าที่เป็นสื่อด้านวิทยุกระจายเสียง โดยร้อยละ 25 ของรายการในสถานีสมาชิกต้องเป็นรายการเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์สู่สาธารณะ ตัวอย่างเช่น การร่วมมือในภารกิจของ ปปช. ในรายการ “ภารกิจพิชิตโกง” รายการ “ปปช.จังหวัด ขจัดโกง” ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 19.00 – 20.00 น. ตลอดจนความร่วมมือกับ กกต. ศาลปกครอง และอีกหลากหลายหน่วยงาน และในครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งนิมิตรหมายอันดีที่สื่อช่อสะอาดได้ร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชน ด้วยความชื่นชมที่กรมการพัฒนาชุมชน เป็นหนึ่งด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคน พัฒนาชุมชนให้เกิดความอยู่ดีมีสุข เราจึงมีความยินดี และพร้อมเป็นกลไกสื่อสารมวลชน ประชาสัมพันธ์เรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นทุกอำเภอ ตำบล จังหวัด ในเบื้องต้นทางสมาคม พร้อมที่จะนำรายการ “พช.พบประชาชน” ที่จะเริ่มออกอากาศต้นเดือนมีนาคมนี้ ในช่วงหลังเคารพชาติ ระหว่างเวลา 18.00 – 18.30 น. เพื่อนำสารสาระที่เป็นประโยชน์สู่สังคม ซึ่งนอกจากการออกอากาศ หรือ On Air แล้ว ยังมีการเผยแพร่ผ่าน Online YouTube Twitter และแอปพลิเคชันของช่อสะอาด คู่กันไปด้วยเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ต่อเนื่องต่อไป ในขณะเดียวกันหน่วยงานของกรมการพัฒนาชุมชน ในส่วนภูมิภาค สามารถประสานขอความร่วมมือ พี่น้องสมาชิกช่อสะอาดที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั้ง 76 จังหวัด ได้โดยเราจะดำเนินการส่งฐานข้อมูลของสมาชิก อีกทั้งเครือข่ายภาคีจำนวน 850 สถานี เพื่อสะดวกในการส่งข่าวสาร มีช่องทางประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบ On Ground อีกด้วย ทั้งนี้ ขอขอบคุณในโอกาสที่ให้สมาคมสื่อช่อสะอาด ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง ประชาชนอยู่ดีมีสุข”

 

 

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ว่าเราต้องให้ทำงานร่วมกับ 7 ภาคีเครือข่าย คือภาคสื่อมวลชน เป็น 1 ใน 7 ภาคีเครือข่ายที่สำคัญ อันเป็นการสร้างสังคมให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นสร้างประโยชน์ต่อสาธารณชน ด้วยความซาบซึ้งใจ กรมการพัฒนาชุมชนต้องขอขอบคุณสมาคมสื่อช่อสะอาด ในแสดงเจตจำนง การช่วยเหลือ การบูรณาการทำงาน ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับกรมการพัฒนาชุมชนในวันนี้ และหวังว่าการ MOU ครั้งนี้ จะบังเกิดในทางปฏิบัติเป็นผลดีต่อสังคมส่วนร่วม ต่อพี่น้องประชาชน ต่อประเทศชาติ ให้เป็นการปฏิบัติหน้าด้านสื่อสารมวลชน ด้านวิทยุ หรือด้านอื่น ๆ ในการที่ทำให้สังคมของเราเป็นสังคมที่น่าอยู่ ผู้คนมีความสุข และเป็นส่วนหนึ่งในการบูรณาการช่วยให้กรมการพัฒนาชุมชน สามารถขับเคลื่อนบรรลุวิสัยทัศน์ ในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงและทำชุมชนให้เข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้ นั้นหมายความว่า ช่วยให้กรมการพัฒนาชุมชน ทำหน้าที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป”

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง