ในช่วงระยะหลังนี้เวลาติดตามข่าวสารผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องของ data center กันอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะในบริบทที่ว่าภาครัฐเตรียมทุ่มลงทุนสร้าง data center หรือบริษัทยักษ์ใหญ่รายนั้นรายนี้กำลังเล็งเข้ามาทุ่มลงทุนสร้าง data center ในไทย ฟังดูเหมือนมันจะยังไม่เกิดขึ้นใช่ไหม แต่ที่จริงแล้วต้องบอกว่าไม่ใช่เลยปัจจุบันในไทยเรามี data center อยู่หลายแห่งแล้ว เช่นเดียวกับทั่วโลก ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มทุนด้านเทคฯมากหน้าหลายตา และมีวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บใช้งานข้อมูลที่แตกต่างกันออกไป ในวันนี้เราจึงจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักเรื่องของ data center กันให้มากขึ้นว่าตกลงแล้วมันคืออะไร ทำไมในช่วงระยะหลังเราถึงได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับมันอยู่เรื่อย ๆ Data Center คือ ? ตามความหมายที่ตรงตัวและเข้าใจได้ง่ายสุดก็ต้องบอกว่ามันเป็นศูนย์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ คล้ายกับเซิร์ฟเวอร์กลางของผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ นั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มบนโลกอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย บริการธนาคารและการเงินออนไลน์ การช้อปปิ้งออนไลน์ ฯลฯ คือทุกครั้งที่มีการใช้บริการ ทำธุรกรรม หรืออัพโหลดข้อมูล โพสต์โซเชียล ข้อมูลต่าง ๆ จากผู้ใช้บริการก็จะถูกรับส่งไปยัง data center นั่นเอง ทั้งนี้ในยุคก่อน ๆ ช่วงที่บริการด้านเทคโนโลยียังไม่มีความหลากหลาย ไม่ได้ใช้ข้อมูลปริมาณมหาศาลในการประมวลผลเหมือนทุกวันนี้ การจัดเก็บข้อมูลของผู้ให้บริการแต่ละรายนั้นก็จะแยกส่วนกัน ตัวอย่างเช่น บริษัท A ให้บริการเว็บไซต์เผยแพร่ข่าว บริษัท A ก็จะมีเซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ข้อมูลผู้ใช้บริการ หรือข้อมูลสมาชิกเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เช่นเดียวกับ บริษัทอื่น ๆ แต่ปัจจุบันบริการด้านเทคฯมีความหลากหลายขึ้น ทั้งบริการรับชำระเงิน บริการช้อปปิ้งออนไลน์ บริการประชุมออนไลน์ คลาสเรียนออนไลน์ ฯลฯ ทำให้การจัดเก็บแลเรียกใช้ข้อมูลเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนขึ้น ต้องการพื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่ขึ้น จึงเกิดเป็น data center ที่ให้ผู้บริการหลายรายสามารถจัดเก็บและเรียกใช้งานข้อมูลร่วมกันได้นั่นเอง Data Center สำคัญต่อวงการเทคฯโลกอย่างไร ? ความสำคัญของ data center ที่มีต่อวงการเทคโลกนั้นต้องบอกว่าเป็นเสมือนหัวใจเลยก็ว่าได้ เพราะเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตนั้นขับเคลื่อนด้วยการรับส่งข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่วงการเทคได้ Tranform ไปสู่วงการอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเงิน การบริโภค การพักผ่อน สันทนาการ ข้อมูลปริมาณมหาศาลจึงถูกรับส่งอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นข้อมูลที่ไหลเวียนไปมาจาก data center แต่ละแห่งไปยังผู้ให้บริการจึงเป็นตัวขับเคลื่อนโลกเทคโนโลยีอย่างแท้จริงนั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าไม่มี data center เราก็จะเวียนกลับไปในยุคที่บริษัทที่ให้บริการด้านเทคต่าง ๆ ต้องมีเซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูลเป็นของตนเอง ซึ่งแน่นอนว่าด้วยบริการปัจจุบันที่มีการใช้ข้อมูลมหาศาลก็จะมีเพียงแค่ไม่กี่บริษัทที่สามารถสร้างเซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูลเป็นของตนเองได้ และยังคงสามารถให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ หรือลูกค้าต่อไปได้ บริการต่าง ๆ ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เช่น บริการรับชำระเงินออนไลน์ การสแกนจ่าย จึงอาจจะไม่สะดวกสบายเท่านี้ รวมถึงอาจมีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมที่สูงมาก ๆ หากไม่มี data center นั่นเอง ผลกระทบของการสร้าง Data Center ? มากันที่คำถามที่หลายคนน่าจะอยากได้คำตอบกันมากที่สุดบ้าง ซึ่งก็คือเรื่องของผลกระทบของการสร้าง data center ที่มีต่อวงการเทค รวมถึงสังคมโดยรวม เพราะทุกครั้งทีมีข่าวคราวการสร้าง data center แห่งใหม่ออกมาก็จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอยู่เสมอ เราจึงสรุปผลกระทบของโครงการ data center มาให้ดังนี้ - ใช้พลังงานจำนวนมากในการขับเคลื่อน อย่างที่ทราบว่า data center มันคือศูนย์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งอุปกรณ์ หรือเครื่องมือที่รันงานอยู่ในนั้นหลัก ๆ ก็จะเป็นคอมพิวเตอร์ประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ๆ และแน่นอนว่ามันก็จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการรันการทำงานอยู่ตลอดเวลา ไม่เพียงเท่านั้นอุปกรณ์เหล่านี้ยังต้องการการดูแลรักษาเรื่องของอุณหภูมิเพื่อคงประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของมันไว้อีกด้วย มันจึงตามมาด้วยต้นทุนพลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องควบคุมอุณหภูมิด้วยอีกส่วนหนึ่งนั่นเอง - กระทบต่อราคาชิปประมวลผล แร่ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อีกส่วนหนึ่งที่ต้องบอกว่ากระทบเต็ม ๆ และส่งผลถึงผู้ใช้บริการ หรือผู้ใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีโดยตรงก็คือ เรื่องของราคาชิปประมวลผลนั่นเอง เพราะ data center นั้นจำเป็นต้องใช้ชิปประมวลผลปริมาณมากในการรันการทำงาน ก็จะนำไปสู่ภาวะการขาดแคลนแร่ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้สำหรับการผลิตชิปประมวลผล แรม รวมถึงหน่วยความจำสำหรับจัดเก็บข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ สุดท้ายแล้วราคาของชิปประมวลผล รวมถึงอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ ในตลาด เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ก็จะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ 1-3 โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) ภาพประกอบ 4 จาก Pixabay.com เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !