ตร.จับคนร้ายก่อเหตุยิงคู่อริดับ บนถนนกลางเมืองสงขลาได้แล้ว

ตร.จับคนร้ายก่อเหตุยิงคู่อริดับ บนถนนกลางเมืองสงขลาได้แล้ว
มติชน
29 มีนาคม 2563 ( 22:51 )
24
ตร.จับคนร้ายก่อเหตุยิงคู่อริดับ บนถนนกลางเมืองสงขลาได้แล้ว

ตร.จับคนร้ายก่อเหตุยิงคู่อริดับ บนถนนกลางเมืองสงขลาได้แล้ว ยอมรับสารภาพว่ามีปัญหาเรื่องยืมเงินไปเล่นเกมส์2 หมื่นและเอารถไปวางไว้ ถูกถอดชิ้นส่วน ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาคัดค้านการประกันตัว

ความคืบหน้าคดียิงกันกลางถนนราษฎร์อุทิศ1 เขตเทศบาลนครสงขลา อย่างอุกอาจเมื่อกลางดึกเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ นายประพัฒน์ หนูน้อย อายุ 25 ปี ถูกยิงเสียชีวิตอยู่กลางถนน โดยคนร้ายใช้อาวุธปืน9 มม.กระหน่ำยิง4-5 นัด เสียชีวิตคาที่ต่อหน้าหลานชายที่ขับรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน และในวันนี้คนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายพรมงคล กาญจนบรรณ อายุ36 ปี หรือเบิร์ด ได้ถูกออกหมายจับแล้ว

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 29 มีนาคม ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลาและชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา สามารถติดตามจับกุมนายพรมงคล ได้แล้วขณะกบดานอยู่บ้านที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่สงขลา และควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองสงขลาทันที

มีพล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.สงขลา ได้ลงพื้นที่เกาะติดคดีนี้มาตลอดทั้งวัน ได้เข้าทำการสอบสวนผู้ต้องหาด้วยตัวเอง พร้อมกับออกมาเปิดเผยว่า นายพรมงคล ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นคนยิงจริง โดยอ้างว่ามาจากทะเลาะกันเรื่องเงินที่นายพรมงคล ไปยืมผู้ตายมาเล่นเกมส์ 2 หมื่นบาท โดยนำรถจักรยานยนต์ไปวางค้ำประกันไว้ แต่วันที่ไปไถ่คืนผู้ตายได้แยกชิ้นส่วนรถไปขาย ทำให้มีเรื่องกัน และเมื่อคืนนี้ได้ขับรถมาเจอกันโดยบังเอิญและจอดรถเคลียร์กันอีกครั้ง และนายพรมงคล ได้ตบหน้าผู้ตายไป 1 ครั้ง จังหวะนั้นผู้ตายได้ล้วงไปหยิบสิ่งของบางอย่างในกระเป๋าสะพายทำให้ นายพรมงคล คิดว่าหยิบอาวุธจึงได้กระหน่ำยิงใส่ไป 4-5 นัด เสียชีวิตคาที่และขับรถหลบหนีไป

พล.ต.ต.ทิวธวัชกล่าวว่า ในทางการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เพราะจากประวัติพบว่าเคยถูกจับและต้องโทษในคดียาเสพติดและเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจะต้องสอบสวนขยายผลอีกครั้งว่าจริงๆแล้ว สาเหตุมาจากเรื่องการยืมเงินหรือมีอะไรที่มากกว่านี้หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาเพียงข้อหาเดียว เพราะต้องค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุซึ่งยังไม่พบว่าเป็นปืนที่ถูกกฎหมายหรือไม่ ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าได้นำไปทิ้งไว้ที่หนึ่งซึ่งตำรวจจะไปค้นหาอีกครั้ง

พล.ต.ต.ทิวธวัช กล่าวว่า คดีนี้เป็นการจับกุมของตำรวจ ผู้ต้องหาไม่ได้เข้ามอบตัวแต่อย่างใด แม้ว่าทีแรกผู้ต้องหาจะขอเข้ามอบตัวและต่อรองเรื่องการขอประกันตัว แต่ตำรวจได้ปฏิเสธไปเพราะไม่มีนโยบายหรือสิทธิพิเศษอะไรที่คนร้ายจะมาต่อรอง ว่าหากเข้ามอบตัวแล้วจะได้รับการประกันตัวและคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ ตำรวจจะดำเนินการอย่างเฉียบขาด และคัดค้านการประกันตัวด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง