เครื่องดื่มที่หลายคนเคยสัมผัสมาตั้งแต่ยังเด็กจนกระทั่งเติบโตเข้าสู่วัยเรียนตลอดจนวัยทำงาน ก็ยังดื่มโอวัลตินแบบชงร้อน ๆ หรือกล่องละ 12 บาทกันอยู่แต่เชื่อได้เลยว่า หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่า “โอวัลติน” คือผงโกโก้ ผสมกับน้ำตาล ซึ่งแอดเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่แท้ที่จริงแล้ว มันผลิตมาจาก “มอลต์สกัด” ต่างหากล่ะ..และกว่าที่จะรู้ ก็เสพติดมาเป็นเวลาหลายปีแล้วแบรนด์โอวัลตินที่ว่านี้ รู้หรือไม่ ? ว่าเพียงแค่ซอง หรือกล่องละ 12 บาท แต่เจ้าของผู้ผลิตมีรายได้จากโอวัลตินในหนึ่งปีถึงหลักหมื่นล้าน เชียวนะ.. Credit Picture: Link ก่อนอื่นขอย้อนกลับไป เมื่อ 155 ปีที่แล้วในปี 1865 นักเคมีชาวสวิส Dr. George Wander ได้คิดค้นเครื่องดื่มร้อนเพื่อสุขภาพที่สกัดจากมอลต์ มีส่วนผสมของไข่ เพื่อเสริมสร้างโภชนาการให้กับเด็ก ๆ ที่ต้องเติมเต็มสารอาหาร หลังจากนั้น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่รู้จักกันในชื่อ “Ovo-Maltin” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งคำว่า “Ovo” มีความหมายว่า “ไข่” ที่มาจากคำว่า “Ovum” ส่วน “Maltin” ก็มีความหมายว่า “มอลต์” ที่มาจากคำว่า “Malt” นั่นเอง.. ต่อมาในปี 1904 Dr. Albert Wander บุตรชายของ Dr. George ได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์นี้ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยได้รวบรวมเอามอลต์สกัดข้าวบาเลย์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพอย่างล้นปริ่ม มาเป็นส่วนผสมกับวัตถุดิบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น นม ไข่ไก่ และผงโกโก้ กระทั่งได้สัดส่วนที่เหมาะสม จนสามารถเป็นเครื่องดื่มในทางการค้าได้ จากนั้น จึงได้นำออกตีตลาด ณ ประเทศอังกฤษ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Ovaltine” Credit Picture: Link 83 ปีต่อมา ในปี 1987 โอวัลตินได้เข้าสู่เมืองไทยเป็นครั้งแรก โดยบริษัท วานเดอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้ทำการจดทะเบียนและก่อตั้งฐานผลิตโอวัลตินขึ้น ในเวลาต่อมาโอวัลตินก็มีการทำการตลาดด้วยการผลิต Product เป็นขวดแก้วพร้อมตักชงกับนำ้ร้อน เอกลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึงและทุกวันนี้ก็ยังพบเห็นกันอยู่ภายหลัง..โอวัลตินได้พัฒนา ให้สามารถละลายในน้ำเย็นได้ ในขณะที่บรรจุภัณฑ์ในรูปแบบกล่อง ก็ได้รับความนิยมไปอย่างถล่มทลายเช่นกัน ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Ovaltine ได้พัฒนาเพิ่มขึ้นในอีกหลายรูปแบบ ตลอดจนมีการมองหาช่องทางใหม่ ๆ ในการเจาะตลาดที่ไม่ใช่กลุ่มผู้บริโภคในวัยเด็กอีกต่อไปบางผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของใบแปะก๊วย หรือในบางผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของงาดำและงาขาวเหมาะกับผู้บริโภคในทุกเพศทุกวัย อย่างไรก็ตาม..แบรนด์โอวัลตินแบรนด์นี้ยืนหยัดมายาวนานนับศตวรรษ ในบ้านเรา..เจ้าของกิจการในปัจจุบันอย่าง บริษัท เอบี ฟู้ด เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อ 3 ปีก่อนในปี 2560 เอบี ฟู้ด สามารถทำรายได้จากแบรนด์โอวัลตินได้มากถึง 4.8 หมื่นล้านบาท เป็นกำไรสุทธิกว่า 2.65 พันล้านบาท Credit Picture: Link จนถึงวันนี้.. “โอวัลติน” ยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ครองใจผู้คนมาโดยตลอด เสน่ห์ของมอลต์สกัด ยังคงเป็นความทรงจำที่แสนหวาน หวนให้นึกถึงวัยเด็กของใครหลาย ๆ คนที่รู้จักกับโอวัลตินเป็นครั้งแรก และก็กลายเป็นกิจวัตรในแทบทุกเช้าไปโดยที่ไม่รู้ตัว แต่พอรู้ตัวอีกที “โอวัลติน” ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปซะแล้ว _________________________________ Swivel คอนเทนท์ยุคใหม่เชิงสร้างสรรค์ ที่นำเสนอในทุกแรงบันดาลใจ Follow Us On “Facebook”Follow Us On “Instragram”Follow Us On “Line” Copyright By Swivel*บทความนี้ได้รับลิขสิทธิ์ถูกต้องจาก Swivel On Blockdit จริง